ทริปญี่ปุ่น Japan Alp & The peak กำแพงหิมะ ฟูจิ ชิราคาวาโกะ เมืองเก่า ปราสาท และอีกเพียบ! [ 17 – 23 May 2017 ]

อีกทริปที่หลายๆ คนรอคอยยกับประเทศในดวงใจของคนไทย ” ประเทศญี่ปุ่น “ กับ …

ทริปญี่ปุ่น Japan Alp & The peak  กำแพงหิมะ ฟูจิ ชิราคาวาโกะ เมืองเก่า ปราสาท และอีกเพียบ! โดยทริปนี้เราจะไปกัน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 – 23 May 2017 

ไฮไลท์หลักของทริปคือ Japan Alps และกำแพงหิมะที่ Tateyama หนึ่งปีมีแค่ช่วงเดียวเท่านั้นคือช่วงปลายเดือน 4 ถึงกลางเดือน 6 ครับ ดังนั้นการได้มาสัมผัสที่นี่สักครั้งก็เป้นเรื่องที่ฟินไม่น้อยแน่นอน !!

แต่มากกว่านั้นทริปนี้ผมได้คัดสรรค์ความพีคของถสานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้มาให้ฟินกันอย่างจุใจ ทั้งฟูจิในหลายมุมมอง ปราสาทสุดคลาสสิกที่เมือง Matsumoto เมืองเก่า Takayama ก็น่าเดินน และขาดไม่ได้ครับ กับหมู่บ้านชิราคาวาโกะ มรดกโลกจากประเทศญี่ปุ่น ล่องเรือ ขึ้นเขา กินไข่ดำที่ Hakone ก่อนจะมาปิดท้ายแบบเท่ห์ที่กรุงโตเกียว นอนดี กินดี ครบรสครับ ^^

เรื่องน่ารู้เบื้องต้น ก่อนไปกับเรา

  • นี่คือการเดินทางแบบ Full Service ทุกสิ่งอย่าง สบายๆ บิน กิน เที่ยว นอน ครบและคุ้ม
  • เน้นเที่ยวจัดเต็ม มาทั้งทีก็อย่าให้เสียโอกาส ที่เที่ยวแต่ละที่คือที่คัดมาแล้วครับ ว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งยวงง เอ้ย ทั้งปวง
  • ช่วงที่เราไปอากาศจะสบายๆ ไม่หนาวว และไม่ร้อนนนน
  • มีความยืดหยุ่นสูง ใครอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น เราจะแหกขี้ตาไปดูด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน ใครอยากอยู่ดึกๆ ถ่ายภาพแสงกลางคืน นั่งชิล หรือกลับช้ากว่าชาวบ้าน เราก็จะอยู่กับคุณและกลับพร้อมๆกัน!  ดูแลกันไปยาวๆคับ ^^
  • ขอร้องเลยครับ หากตรงไหนผมกับทีมงานยังบริการหรือโปรแกรมอะไรก็ตามที่ไม่ดีพอ ช่วยตำหนิหรือแนะนำ ชี้แนะมาที่ผมโดยตรงทันทีครับ จะแอบบอกหรือยกมือแจ้งได้เลย เราจะรีบแก้ไขทันควัน และปรับปรุงในครั้งต่อๆไป
  • ห้ามเกรงใจเรา จะเรียกให้ไปถ่ายภาพ หรืออยากได้อะไรบอกผมกับไกด์ได้เลยย ทริปนี้เพื่อทุกคนครับ
  • ใครอยากมี Moment พิเศษกับคนพิเศษกระซิบมาครับ เรื่องแบบนี้เราชอบบบบ!
  • อีกเรื่องคือ ” เราคุยกันได้ทุกเรื่องเลยนะ ” อยากให้ไปกันแบบครอบครัว อบอุ่น สนุกสนาน มีบรรยากาศดีๆร่วมกัน เราอาจจะได้เจอกันครั้งแรก แต่มันจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ^^
  • มีคนดูแลทุกท่านถึงสองคน คือผม กับ หัวหน้าทัวร์ ที่คอยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ รวมไปถึงความรู้ในการท่องเที่ยวและเดินทางตลอดทริป

** ภาพถ่ายทุกใบที่ผมถ่ายตลอดทริป ผมจะให้เป็นกรรมสิทธ์เป็นของทุกคน เพราะเราทุกคนมีความทรงจำร่วมกัน **  

ดังนั้นใครอยากได้ภาพสวยๆ กับบรรยากาศของการเดินทางมาเป็นความทรงจำ แต่ไม่ชอบถ่ายภาพ หรรืออะไรก็ตาม สบายใจได้ครับ ^^

_________________________________________________

Programs เบื้องต้น 

นี่คือโปรแกรมเบื้องต้นที่เราจะพาทุกคนไปฟินด้วยกัน และขอสัญญาว่าจะไม่น้อยกว่านี้แน่นอนน และการันตีว่ามันต้องมีมากกว่าครับ ^^

Day 1 :  17 May  2017  [ สุวรรณภูมิ – Tokyo ]  

เตรียมออกเดินทางด้วยสายการบินแห่งชาติ Full service ของประเทศด้วย Japan Airline .. ไปญี่ปุ่น ก็ให้มันได้รสชาติของความเป็นญี่ปุ่นตั้งแต่ประเทศไทยครับ !! ไฟลท์เราบินดึก ดังนั้นใครทำงาน วันนี้ไม่ต้องลานะครับ1680_1050

Day 2 :  18 May  2017  [ ล่องเรือ  Hakone –  หุบเขา Owakudani และไข่ดำ – กระเช้า Kachi ropeway – ทะเลสาบ Kawaguchiko และ Fuji! ] 

อาหารเช้า ณ.ห้องอาหารข้องโรงแรม

เราจะบินมาถึงกันแต่เช้านะครับ ประมาณ 6-7 โมงเลย ดังนั้น เวลาเพียบบ แนะนำว่านอนบนเครื่องกันให้อิ่มนะ 555

จากโตเกียว เราจะมุ่งหน้าสู่ เมือง Hakone  

Hakone เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว มีระยะทางเป็นเส้นตรงจากโตเกียวประมาณ 70 กิโลเมตร เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน Fuji-Hakone-Izu National Park มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำร้อน และวิวภูเขาไฟฟูจิ พื้นที่ใน Hakone ส่วนมากอยู่ในบริเวณภูเขาไฟที่ยังคงมีพลังงานสะสมอยู่ เดี๋ยวเราจะไปชมกันทั่งล่องเรือและขึ้นเขา

ประเดิมด้วย  ล่องเรือโจรสลัดท่องทะเลสาปอาชิ (Ashi Lake)  View to Fuji Mountain and Ashi Lake at Hakone region

ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi , Ashion-ko)  ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล  725 เมตร  มีระยะทางโดยรอบริมทะเลสาป  21 กิโลเมตร  มีโรงแรมแบบญี่ปุ่น  หรือเรียวกังที่มีบริการบ่อน้ำแร่ธรรมชาติเปิดบริการหลายแห่งตามริมฝั่งแม่ น้ำหลายสายที่ไหลลงสู่ทะเลสาป และหากอากาศดี จะได้เห้นวิวของฟูจิเป้นฉากหลังอีกด้วย ^^

ขึ้นเขา Owakudani พร้อมชิมไข่ดำ! 

หุบเขาโอวาคุดานิ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่เมื่อประมาณ 3000 ที่แล้ว ปัจจุบันนั้นภูเขาไฟนี้ยังคงไม่ดับ จึงทำให้มีบ่อน้ำร้อนและถ้ากำมะถันหลงเหลืออยู่ และที่หุบเขานี้ยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย ( ถ้าอากาศดี ) อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการชิมไข่ดำที่นี่ … สงสัยมั้ยครับ ไข่ดำคืออัลไล ทำไมมันถึงดังและถึงดำ ..

อยากรู้ก็ไปกับเราสิครับ 5555 ว่ากันว่าใครได้กินจะอายุยืนขึ้น 7 ปี … เค้าว่กันนะครับ จริงแท้แค่ไหน ต้องไปพิสูจน์กันเอง

e0349984df8eff5c4fe1fa777232b9f53000229092_8376b697cf_z

 

รับประทานอาหารเที่ยงสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ 

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดที่ชมวิวฟูจิได้สวยที่สุด และมีหลายจุดให้เชยชม ! ขอต้อนรับสู่

” ทะเลสาบ Kawaguchiko ( คาวากุจิโกะ ) “

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji)

ภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิซัง เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สูงถึง 3,776 เมตร ด้วยระดับความสูงขนาดนี้สามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากบนเครื่องบินอย่างชัดเจน หรือ ถ้าจะเทียบความสูงกับดอยอินทนนน์บ้านเรา ยอดดอยอินทนนน์มีความสูง 2,565 เมตร ถือว่าเตี้ยกว่าภูเขาไฟฟูจิเป็นอย่างมาก ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำ ระเบิดครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 1707 ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิคลอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดได้แก่ ชิซุโอคะ (Shizuoka) และ ยามานาชิ (Yamanashi)

รูปทรงของภูเขาไฟฟูจิถือว่าเป็นภูเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในโลก คือมีความสมมาตรกันทุกด้าน ไม่ว่าจะมองมุมไหนจะไม่มีบิดเบี้ยว ตัวภูเขาทำมุม 45 องศากับพื้นราบ และมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวโพลนที่ยอดภูเขาไฟฟูจิเกือบตลอดทั้งปี คนญี่ปุ่นมีความเชื่อทางด้านศาสนา และ วัฒนธรรมเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิจัดว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

การชมภูเขาไฟฟูจิจะนิยมไปชมที่ทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิ และ เราจะไปชมกันที่ ” ทะเลสาบ Kawaguchiko ( คาวากุจิโกะ ) ” ครับ  DSC_7461DSC_7374 DSC_7446

ทะเลสาบแห่งนี้มีมุมให้ชมอยู่หลายมุม บรรยากาศชิลมาก และสวยจริงๆ มไปมาเอง ยังคงประทับใจอยู่เลย ผมเชื่อนะครับ ว่าหากพวกคุณได้เห็น ความรู้สึกของเราก็คงจะไม่ต่างกันครับ คุณจะได้เดินทอดน่องรอบๆ ทะเลสาบ ที่แค่หันมองไปก็จะมีภูเขาไฟฟูจิมายืนหายใจรดต้นคออยู่ใกล้

กระเช้าคาจิคาจิภูเขาเทนโจ(Kachi Kachi Ropeway)  จุดนี้คือ A must ของบริเวณทะเลสาบคาวากุจิโกะ กระเช้านี้จะพาเราไปยังมุมสูงที่จะได้เห็นวิวของทะเลสาบคาวากุจิโกะ บ้านเมือง และฟูจิในแบบพาโนราม่า ด้านบนยังมี Gimmick สนุกๆ รอคอยทุกคนอีกหลายอย่าง DSC_7173 DSC_7254 DSC_7315

แน่นอนครับ เราจะชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่ ฟินกันแน่นอน!

** รับประทานอาหารเย็นเป็นบุฟเฟ่ขาปูยักษ์ … อิ่มอร่อยแน่นๆ ครับ! ” 

ที่พัก :  เราพักกันริมทะเลสาบคาวากุจิโกะเลยครับ แค่มองออกไปก็จะได้เห็นวิวของฟูจิแบบเต็มสองตา กับวิวทะเลสาบสวยๆ ทันที ขอให้คืนนั้นมีดาวเต็มท้องฟ้าา ^^ 

Day 3 :  19 May  2017  [ ขึ้น Fuji ชั้นที่ 5 – ปราสาทอีกาที่เมือง Matsumoto – ปิดท้ายที่เมือง Takayama  ]  

อาหารเช้า ณ.ห้องอาหารข้องโรงแรม 

เอาให้ฟินกับฟูจิครับ เช้าวันนี้เราจะไปดูแสงเช้าสวยๆ แบบแนบชิดกันที่บนภูเขาไฟฟูจิชั้นที่ 5 !! 

ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 (5th Station) มีความสูงอยู่ที่ระดับ 2,500 เมตร ซึ่งตามความเชื่อที่ว่าภูเขาเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่อยู่ของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คนนิยมขึ้นไปบนฟูจิ เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมวิวสวยๆ บนนั้น เราก็จะทำเช่นกันครับfuji-5th1

รับประทานอาหารเที่ยงสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้  

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมือง Matsumoto 

เมือง Matsumoto เป็นเมืองที่อยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 600 เมตร เป็นเหมือนประตูสู่เทือกเขา Japan Alps ที่เลื่องชื่อ บ่อยครั้งที่นี่ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานประชุมขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปีนเขาจากทั่วโลก อีกบทบาทหนึ่งของเมือง Matsumoto คือ เป็นเมืองแห่งศิลปการดนตรี เริ่มตั้งแต่ปี 1992 เมืองนี้มีชื่อเสียงจากการจัดเทศกาลดนตรี Saito Kinen ที่ริเริ่มโดย Seiji Ozawa นักดนตรีที่มีชื่อเสียงของโลก จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่หลงใหลในเสียงดนตรี และที่นี่ยังเป็นที่กำเนิดของวิธีการสอนดนตรีเปียโน ไวโลลิน ฟลุ๊ต ปละเครื่องดนตรีอื่นๆ สำหรับเด็กที่เรียกว่า Suzuki Method ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ไฮไลท์สำคัญของเมืองนี้คือ …

ปราสาท Matsumoto หรือ ปราสาทอีกา 

ปราสาทมัตสึโมโตะ(Matsumoto Castle) เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น  (สร้างขึ้นในปี 1592-1614) เนื่องจากสร้างอยู่บนพื้นที่ราบ ในภาษาญี่ปุ่นจึงเรียกว่า ฮิราจิโระ(Hirajiro) ปราสาทแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่มีหอคอยและป้อมปืนเชื่อมต่อกับโครงสร้างอาคารหลัก และด้วยสีโทนมืดทำให้เกิดความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และสุขุม จนได้รับฉายาว่าปราสาทอีกา(Fugashi-Jo) ภายในตกแต่งด้วยไม้ จุดที่น่าสนใจ ได้แก่ บันไดไม้สูงชัน ช่องเก็บหินสำหรับโจมตีศัตรู ช่องสำหรับธนู และหอสังเกตการณ์บนชั้น 6 ซึ่งชั้น 6 นี้ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง Takayama อีกด้วยครับ …

ส่วนตัว ผมกล้าพูดว่านี่คือหนึ่งในปราสาทที่สวยและคลาสสิกที่สุดในประเทศญี่ปุ่นDSC_8061DSC_8045

จากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อไปยังที่หมายปลายทางประจำวันที่ เมือง Takayama 

Takayama หรือเมืองทาคายาม่าเป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างเกียวโตกับขนมธรรมเนียมประเพณียุคเอโดะเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่บริเวณที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ในจังหวัดกิฟุ ดำรงไว้ซึ่งบรรยากาศและขนมธรรมเนียบประเพณีแบบเมืองเก่าแก่ไว้ได้เป็นอย่างดี เปรียบได้กับเมืองที่ได้รับพรให้เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอันดีงาม ย้อนกลับไปในสมัยยุคเอโดะ (1603-1868) ทาคายามะนั้นแตกต่างกับเมืองอื่นในญี่ปุ่นอย่างชัดเจนเนื่องจากความโดดเด่นด้านขนบธรรมเนียมและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่บริเวณเมืองทาคายามะจึงถูกปกคลองโดยตรงจากรัฐบาลกลาง (บาคุฟุ) เพื่อปกป้องและอนุรักษ์พื้อที่บริเวณชายป่านั้นเอง

บรรยากาศภายในเมืองยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแบบยุคสมัยก่อนๆ บ้านโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์มาตั้งแต่สมัยอดีตยังคงมีให้เห็นได้บริเวณ ถนนซันโนะมาจิ และตามตรอกซอยบริเวณวัดต่างๆ ที่ฮิกาชิยะมะถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดครับ ขอบอกว่าการเดินทาเล่นในเมืองนี้สนุกทั้งถ่ายรูป ทั้งหาของกิน ท้ายเมืองยังมีจุดชมวิวเมืองสวยๆ อีก เดี๋ยวเราจะพาไป! DSC_8203 DSC_8230 DSC_8273 DSC_8331

** รับประทานอาหารเย็นท้องถิ่นสไตล์ญี่ปุ่น และพลาดไม่ได้กับการได้ลิ้มลอง เนื้อฮิดะ เนื้อวัวคุณภาพที่ขึ้นชื่อของเมือง Takayama ครับ ** 

ที่่พักของเราวันนี้เป็นที่พักสไตล์เรียวกังแบบดั้งเดิม รวมไปถึงยังมีออนเซนให้แช่กันแบบเต็มอิ่ม ให้สุกกันไปข้างนึงเลยครับ 555 

Day 4 :  20 May  2017  [ เมือง Takayama – หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago – พักที่เมือง Toyama ]

อาหารเช้า ณ.ห้องอาหารข้องโรงแรม

เราจะเก็บตกสถานที่สำคัญในเมือง Takayama กันเบาๆในยามเช้า เช่น  TAKAYAMA MORNING MARKET ตลาดเช้าที่เป้นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง และอื่นๆ

จากนั้นเราจะไปยังอีกหนึ่งไฮไลท์และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมรดกโลกสุดฮอทจากประเทศญี่ปุ่น .. ที่นี่คือ

หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago ( ชิราคาวาโกะ ) 

หมู่บ้านชิราคาวาโกะตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามา (Gifu and Toyama Prefectures) ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู ประกอบไปด้วยบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบ ๆ ที่ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) และเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีภูเขาสูงล้อมรอบทุกด้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านแถบนี้จึงพัฒนาสังคมและวิถีชีวิตที่แตกต่างจากชุมชนอื่นในญี่ปุ่นมาช้านาน หลักๆคือประกอบอาชีพชาวนาและเกษตรกรรมในอดีต

หมู่บ้านแห่งนี้มีสิ่งที่แปลกตาคือหลังคาทรงสูงที่มีความชันมากถึง 60 องศากับพื้นดิน จนดูเหมือนคนพนมมือภาษาญี่ปุ่นจึงเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่าเป็นรูปแบบกัสโช (Gassho-zukuri) ซึ่งแปลว่าสร้างแบบพนมมือ ด้านหน้าทำเป็นหน้าจั่วแบบบ้านทรงไทย มีการเจาะช่องหน้าต่างเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก และเป็นการระบายอากาศให้ถ่ายเทจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง เมื่อมองจากภายนอกจึงดูมีสัดส่วนสวยงาม

และในปี พ.ศ.2538 หมู่บ้านชิราคาวาโกะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นในพริบตา บ้านเรือนต่าง ๆ แปรสภาพกลายเป็นร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ บ้านพักค้างคืน แต่ก็ยังมีบ้างหลังที่ยังคงไว้ซึ่งความดั้งเดิม

shirakawa-japan1

รับประทานอาหารเที่ยงที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

เราจะฟินกันที่นี่กันจนพอใจ จากนั้นจะออกเดินทางต่อไปยังเมือง Toyama ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นสู่ กำแพงหิมะในวันถัดไป !!

รับประทานอาหารเย็นสไตล์ญี่ปุ่น

Day 5 :  21 May  2017  [ Japan Alp Tateyama – กำแพงหิมะ – Kurobe Alpine route – เมือง Nagano ]

อาหารเช้า ณ.ห้องอาหารข้องโรงแรม

จาก Toyama เราจะขึ้นไปชมความงดงามของกำแพงหิมะ Japan Alp Tateyama และ Kurobe Alpine route กันครับ จุดนี้ต้องใช่เวลาเกือบทั้งวันแหละ เพราะมันมีหลายจุดที่น่าสนใจในรูทนี้ ทั้งกำแพงหิมะ และวิวของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น รวมไปถึงเขื่อน Kurobe เขื่อนที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่า วันนี้ทั้งธรรมชาติและมนุษย์สร้างจะมอบความอลังการให้กับทุกคนครับ

กำแพงหิมะ บนเส้นทาง ทะเทะยะมะ – คุโระเบะ เป็นเส้นทางภูเขาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งมีระยะทาง 3,000 เมตรผ่านเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่นทางตอนเหนือ จะเปิดในช่วงกลางเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายนเท่านั้น หนึ่งปีมีครั้งเดีวย แล้วพวกคุณจะสนุกกับ “เส้นทางเหนือเมฆ” ของอัลไพน์ ทะเทะยะมะ – คุโระเบะ ด้วยยานพาหนะหลากหลายชนิดทั้ง กระเช้าลอยฟ้า รถราง รถบัส และรถเคเบิ้ล รวมไปถึงการเดินเท้าและได้สัมผัสหิมะกันในฤดูใบไม้ผลิ

Tateyama-Kurobe-Alpine1 Japan stock-photo-1110285951542440

รับประทานอาหารเที่ยงสไตล์ญี่ปุ่น 

ช่วงบ่ายก็ฟินกันต่อจนพอใจ จากนั้นก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมือง Nagano 

จังหวัดนากาโน่ ตั้งอยู่เกือบใจกลางของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากทั้ง 4ทิศถูกห้อมล้อมด้วยภูเขา สูงถึง 3,000 เมตร จำนวนมากมาย จึงถูกขนานนามว่าเป็น “หลังคาของประเทศญี่ปุ่น“ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคและพาราลิมปิคฤดูหนาวในปี 1998 และยังมีเมือง “ฮะกุบะ”, “ที่ราบสูงชิง่ะ” และบ่อน้ำร้อนโนซาว่าที่โดดเด่นในฐานะเป็นสโนว์รีสอร์ทชั้นนำของญี่ปุนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากทุกปี ซึ่งจุดที่เรามาพักคือตัวเมือง Nagano นั่นเองครับ

อิสระเดินเล่นชมเมืองในยามเย็นครับ หรือใครไม่ชอบอิสระ ก็มาเดินด้วยกันนน !! 555

รับประทานอาหารเย็นสไตล์ญี่ปุ่น 

พักโรงแรม 4 ดาวใจกลางเมือง 

Day 6 :  22 May  2017  [  เมือง Nagano – วัด Zenkoji  – Tokyo ] 

อาหารเช้า ณ.ห้องอาหารข้องโรงแรม

เช้าวันนี้เราจะเริ่มต้นด้วยการไปศักการะสิ่งศักสิทธ์กันบ้างครับ

และวัดที่เราจะไปกันนั้น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่า

” วัด Zenkoji temple ” 

วัดเซนโคจิ(Zenkoji Temple) เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญ และยอดนิยมแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นพุทธแห่งแรก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์แรกที่เข้ามายังญี่ปุ่น (พระพุทธรูปของจริงจะเปิดให้ชมทุกๆ 6 ปี ในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ รอบถัดไปจะเป็นปี ค.ศ. 2021)

วัดแห่งนี้ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อปี 1707 เข้าไปจะพบกับห้องโถงกลางของวัดที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปต่างๆ จากนั้นจะเข้าสู่ห้องภายในที่มีแท่นบูชา และนำไปสู่ทางเดินห้องใต้ดินที่มืดสนิท เวลาเดินก็จะใช้มือคลำหาทางไปเรื่อยๆ โดยจะไปเจอห่วงประตูซึ่งอยู่ตรงกับตำแหน่งพระประธานด้านบนพอดี ผู้ที่ศรัทธาเชื่อกันว่าเมื่อทำแล้วจะพบแต่สิ่งที่ดีๆ เหมือนมีแสงสว่างนำทางชีวิต ใครได้มาก็ลองทำกันดูนะครับ

บรรยากาศในวัดถือว่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้แบบดั้งเดิม สวยและดูขลังมากครับ  ใกล้ๆ กันยังมีถนนากามิเสะ ถนนคนเดินขนาดย่อมให้เดินจับจ่ายของที่ระลึกน่ารักๆกันอีกด้วย รอบๆ วัดก็เป็นจุดที่ให้ไปชมบ้านเรือนอาคารแบบญี่ปุ่นได้เช่นกัน1436926848-DSC2593JPG-o1436926919-DSC2633JPG-o 1436927312-DSC2704JPG-o 1436927375-DSC2722JPG-o

รับประทานอาหารเที่ยงสไตล์ญี่ปุ่น 

จากนั้นออกเดินทางสู่โตเกียวกัน !! เราจะมาถึงกันช่วงเย็นๆครับ

จากนั้นก็อิสะชอปปิ้ง ย่านชินจูกุ ชิบูย่า  คาบุกิโช(Kabukicho) หรือจะไปชมวิวมุมสูงสวยๆ ที่จุดต่างๆ เช่น Mori Tower หรือ Kyoto tower ก็ตามอัธยาศัยครับ หากอยากไปไหนบอกได้ เราจะพาไป ^^  และอาหารเย็นวันนี้ ก็อิสระเต็มที่ ใครอยากเข้าร้านไหน ลองสั่งอาหารกินเอง หรืออะไรก็ตาม ปล่อยชิลๆ และแน่นอนเราไม่ให้ท่านควักก เพราะเราจะมีงบค่าอาหารให้พิเศษในปริมาณที่อิ่มได้ให้ทุกคนครับ

ผมเชื่อว่าในการเดินทาง บางครั้งเราก็อยากจะลองเลือกอะไรกินเองบ้าง สนุกสนาน ลองสั่งอะไรแบบงงๆดูบ้าง ก็เพลินดี วันนี้จัดไปครับ

และเช่นเคยส่วนใคร ไม่รู้จะไปไหน กินอะไร … ก็ไปกับเรา เดี๋ยวเราจะพาไปกินและฟินด้วยกัน ^^ ใครอยากอยู่ดึก ใครคึกอยากแด้น อะไรก็ว่ามา หรืออยากกินราเมนรสเด็ดรอบดึกก็บอก ไปกินกัน :) ชิลๆครับ1436933200-DSC3279JPG-o 1436934094-DSC3450JPG-o 1436934134-DSC3469JPG-o

 

Day 7 :  23 May  2017  [  ชิลๆ Tokyo ก่อนจะกลับไทยไฟลท์เย็นเลย ] 

อาหารเช้า ณ.ห้องอาหารข้องโรงแรม

วันสุดท้ายแล้ว .. แต่ไม่ต้องห่วง ไฟลท์เราออก 6 โมงเย็นครับ มีเวลากันยาวๆ ยันบ่ายย !! ใครอยากไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบอก

ก่อนจะถึงวันนี้ ทุกคนคงมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันอยู่มากมาย วันนี้เราจะปิดท้ายที่โตเกียว

มีทางเลือกให้เช่นกัน ใครอยากไปชอปปิ้งอิสระหรือไปไหนตามใจก็ได้  หรือใครอยากจะไปเที่ยวตามจุดต่างๆ เราจะพาไปตั้งแต่เช้าา ใครอยากไปไหนบอก หรือรีเควสกันมาได้เลยครับ ทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ^^ สนุกสนานกันไปครับ ^^

วัด Asakusa 

เป็นวัดทางพุทธศาสนาขนาดใหญ่ที่สุดของโตเกียวในย่านอาซากุสะ ผู้คนนิยมเดินมาทางสักการะและเที่ยวชมได้ทั้งตัววัดและบริเวณภายนอก ภายในเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม(เทพแห่งความเมตตา) นอกจากนี้ถนนนากามิเสะซึ่งเป็นถนนชอปปิ้งอันเป็นเอกลักษณ์ยาวกว่า 200 เมตร ของฝากต่างๆ หาซื้อที่นี่ได้เช่นกันครับ พวกของที่ระลึกหรือขนมคบเคี้ยว1436935180-DSC3626JPG-o

Tokyo Skytree 

แวะถ่ายภาพกับหอโทรทัศน์โตเกียวสกายทรี(Tokyo Skytree) เป็นหอที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่และยังเป็นเหมือนแลนด์มาร์คของโตเกียว ตั้งอยู่ใจกลางของ Sumida City Ward ไม่ไกลจากวัดอาซากุสะ (Asakusa) โตเกียวสกายทรีเป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูงถึง 634 เมตร บริเวณรอบๆเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ รวมทั้งมีอควอเรียมอยู่ในนั้นด้วย1436935257-DSC3644JPG-o

พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace)

เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นและราชวงศ์ ตัวพระราชวังรายล้อมด้วยกำแพงหินและคูน้ำ มีทางเข้าที่สำคัญคือ สะพานนิจูบาชิ (Nijubashi Bridge) แต่ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมนอกจากวันที่ 2 มกราคมซึ่งเป็นวันปีใหม่ และวันที่ 23 ธันวาคมซึ่งเป็นเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน หรือต้องจองทัวร์ผ่านทางเว็บไซต์ของพระราชวัง (ไม่มีค่าใช้จ่าย) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนิยมมาถ่ายรูปของสะพานนิจูบาชิ (Nijubashi Bridge) หรือสะพานแว่นตา (เงาของสะพานสะท้อนกับผิวน้ำมองแล้วคล้ายกับแว่นตา) ไว้เป็นที่ระลึก รวมถึงการเยี่ยมชมในส่วนสวนด้านตะวันออก (Imperial Palace East Gardens) ซึ่งเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นและเป็นที่ตั้งเดิมของปราสาทเอโดะครับ

อาหารเที่ยงก็ฟรีสไตล์ครับ และเช่นเคย เรามีงบให้คุณไปทานกันได้แบบอิ่มท้อง !!  แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ใครไม่ชอบอิสระ ก็มากับเรานี่แหละ ^^ 

จริงๆ โตเกียวนวันนี้ชิลๆมากครับ ทุกอย่างยืดหยุ่นครับ สบายๆ ก่อนกลับ จับจ่ายใช้สอยทั้งเงินและเวลาให้เต็มที่  อีกวันจะได้มีพลังกลับไปทำงานอย่างมีความสุขขข ^^

เมื่อถึงเวลา ก็ได้เวลาบอกลาประเทศมหาสเน่่ห์แห่งนี้ …

แล้วเชื่อผมเถอะ คุณจะอยากมาญี่ปุ่นอีกครั้ง ^^

ขอบคุณครับ

_________________________________________________

” ราคาทริปนี้ 63,500 บาท ต่อหนึ่งท่าน ”    โดยเราจะหักจากรายได้ 50บาทในทุกๆหนึ่งที่นั่ง แล้วนำไปเข้ากองทุนเพื่อทำอะไรดีๆ ให้กับสังคม เมื่อถึงเวลาผมจะเชิญทุกคนมาที่เคยไปออกทริปกับเรา มาทำสิ่งดีๆ ร่วมกันครับ บอกแล้วเราจะไม่เจอกันแค่ครั้งเดียว ^^

อัพเดทล่าสุดตอนนี้มียอดกองทุนอยู่ที่ 1,650 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม

พักห้องคู่ ห้องละ 2 ท่าน ท่านละ  63,500 บาท

พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 6,000 บาท

รายละเอียดการจองทริป

อัตรานี้รวม 

1)       ค่าตั๋วเครื่องบิน (ECONOMY CLASS) ที่ระบุวันเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
2)       ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3)       ค่าพาหนะในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ มาตรฐานญี่ปุ่น และค่าคนขับรถผู้ชำราญทาง
4)       ค่าดำเนินการทางด่วยต่างๆ
5)       ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการพร้อมอาหารเช้าหรือเทียบเท่า
6)       ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
7)       ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
8)       ค่าบริการไกด์ที่จะมาช่วยดูแลและสร้างสีสันให้กับทุกคน
8)       ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

อัตรานี้ไม่รวม
1)       ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
2)       ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
3)       ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
4)       ค่าน้ำหนักส่วนที่เกิน 30 กิโลกรัม  และมีจำนวนมากกว่า 1 ชิ้น (ระเบียบของสายการบิน)

5)        ค่าทิปพนักงานขับรถกับไกด์ รวมคนละ 600 เยนต่อวันครับ ( 190 บาท ต่อวัน ) 

เงื่อนไขการจอง

1)       อ่านทุกอย่างให้ดี ดูโปรแกรมให้มั่นใจ ว่านี่แหละใช่สำหรับเรา!
2)       เปิดให้จองได้เรื่อยๆ จนเต็ม โดยเราจะให้สิทธ์กับคนที่คอนเฟิมยืนยันเข้ามาทาง Inbox พร้อมหน้า Passport ของคนที่จะไปทุกคน และเบอร์ติดต่อกลับ

ที่ Inbox ของ page : https://www.facebook.com/Wearewanderlusttravel    

หรือโทรมาได้ที่เบอร์ 0891851852 ครับ

ช่องทางนี้เท่านั้นนะครับ ผมจะเรียงลำดับจากคนที่คอนเฟิร์มเข้ามาก่อนนะ หากผม Confirm กลับท่านไหนว่าโอเค รบกวนทุกท่านโอนค่ามัดจำ ท่านละ 20,000 บาท เข้ามาภายใน 3-5 วัน นับจากวันที่จองนะครับ ^^

โอนมาที่ :  ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี  132-2-34489-5   ( ชื่อบัญชี ปองพล วาทะกุล ) ครับ 

หากโอนแล้ว รบกวนส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่  

ช่องทางที่ 1 : Inbox ของ page : https://www.facebook.com/Wearewanderlusttravel    

ช่องทางที่ 2 : Email : we.are.wanderlust.travel@gmail.com

** สอบถามเรื่องการจองหรือข้อมูลต่างๆ  โทร 0891851852   ครับ **

แล้วผมจะอัพเดทรายชื่อที่คอนเฟิร์มไว้เรื่อยๆ ครับ

3)        ส่วนที่เหลือชำระทันทีหรือก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 45 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัตินะครับผม

4)       การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนเดินทาง มิฉะนั้นจะไม่ามารถคืนมัดจำได้ครับ
5)       กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 25-29 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของราคาทัวร์
6)       กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 24 – 11 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 85 % ของราคาทัวร์

หมายเหตุ

1. กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจากการล่าช้า (ดีเลย์) ของทางสายการบิน การนัดหยุดงานหรือการก่อจราจล ภัยธรรมชาติ   รถติด  ทำให้ไม่สามารถ     กิน-เที่ยวและพักโรงแรมได้ครบถ้วนตามโปรแกรมที่ระบุ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่คืนค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นโดยตรงจากทางสายการบิน และทางเราไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้นจากทางสายการบิน แต่ทางแน่นอนครับว่าเราจะคงไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดที่ทุกคนพึงจะได้รับอย่างเต็มความสามารถ

2.  ทางเราขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยวในกรณีที่มีเหตุจำเป็นสุด วิสัย โดยจะพยายามให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับท่าน

3. ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการบางอย่างตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคิวยาวจนทำให้โปรแกรมต่อไปเสียหาย แต่ยังคงจะรักษา มาตราฐานการบริการ และประโยชน์ของทุกท่านไว้เหมือนเดิม

4. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ว่าบางส่วนหรือ ทั้งหมด อาทิเช่น พาสปอร์ต, ของมีค่า, กระเป๋าเงิน, กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น ยังไงดูแลกันให้ดี แต่เราก็ช่วยกันดูครับ ^^

แล้วพบกัน .. ขอบคุณทุกคนมากครับ ^^

Leave A Reply

Navigate