[ Grand Eastern Europe : 8 – 18 June 17 ] 11 วันกับความฟิน Austria – Germany – Czech – Hungary – Slovakia ..

หากพูดถึงการเดินทางในยุโรป … หนึ่งในเส้นทางที่สวยงาม คลาสสิก และโรแมนติกที่สุด ผมขอยกให้เส้นทางนี้อยู่ในระดับหัวแถวของโลก …

” Austria – Germany – Czech – Hungary – Slovakia ”   ” Classical & Romance journey ” 

โดยทริปนี้เราจะเดินทางกันในวันที่ 8 – 18 June 2017 หรือ 11 วัน ไปถึงแต่เช้าตรู่และวันสุดท้ายก่อนบินกลับนี่บอกเลยว่าเต็มแม็ก เพราะไฟลท์ออกห้าทุ่มครึ่ง !! เส้นทางนี้ มีของดีให้ฟินกันทุกวัน เช้ายันค่ำ  จัดเต็มกันไปเช่นเคยกับเรา We are Wanderlust Travel  และแน่นอนครับ ว่าจุดไหนพีค ไม่มีคำว่าชะโงก 686747

เส้นทางนี้ผมแบกเป้ไปเองมาแล้ว ฉนั้นการจัดรูท ดีไซน์ทริป รวมไปถึงการเดินทาง คุณจะได้เห็นโลกกว้างเหมือนไปเที่ยวเองมากที่สุด เท่าที่เราจะทำให้ท่านได้ แต่ไปสบายแบบไปทัวร์ อยู่ถูกที่ถูกเวลา ยืดหยุ่น สนุกสนานกันไป ^^

เรื่องน่ารู้เบื้องต้น ก่อนไปกับเรา

  • นี่คือการเดินทางแบบ Full Service ตั้งแต่ปรึกษาข้อมูลวีซ่า พาไปขอ พาขึ้นเครื่องจนกลับมาถึงไทยครับ
  • เน้นเที่ยวจัดเต็ม ดังนั้นต้องไม่เกี่ยงตื่นเช้า ไม่กลัวการเข้าที่พักฟ้ามืดในบางครั้ง
  • ช่วงที่เราไปเริ่มเข้าหน้า High ของยุโรปแล้วนะครับ ข้อดีคือมืดช้าา สว่างคาตายันสองทุ่ม เดินเล่นจนคุ้มค่าทุกนาที อากาศช่วงที่ไปสบายๆ ครับ ^^
  • มีความยืดหยุ่นสูง ใครอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น เราจะแหกขี้ตาไปดูด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน ใครอยากอยู่ดึกๆ ถ่ายภาพแสงกลางคืน นั่งชิล หรือกลับช้ากว่าชาวบ้าน เราก็จะอยู่กับคุณและกลับพร้อมๆกัน!  ดูแลกันไปยาวๆคับ ^^
  • ขอร้องเลยครับ หากตรงไหนผมกับทีมงานยังบริการหรือโปรแกรมอะไรก็ตามที่ไม่ดีพอ ช่วยตำหนิหรือแนะนำ ชี้แนะมาที่ผมโดยตรงทันทีครับ จะแอบบอกหรือยกมือแจ้งได้เลย เราจะรีบแก้ไขทันควัน และปรับปรุงในครั้งต่อๆไป
  • ห้ามเกรงใจเรา จะเรียกให้ไปถ่ายภาพ หรืออยากได้อะไรบอกผมกับไกด์ได้เลยย ทริปนี้เพื่อทุกคนครับ
  • ใครอยากมี Moment พิเศษกับคนพิเศษกระซิบมาครับ เรื่องแบบนี้เราชอบบบบ!
  • อีกเรื่องคือ ” เราคุยกันได้ทุกเรื่องเลยนะ ” อยากให้ไปกันแบบครอบครัว อบอุ่น สนุกสนาน มีบรรยากาศดีๆร่วมกัน เราอาจจะได้เจอกันครั้งแรก แต่มันจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ^^
  • มีคนดูแลทุกท่านถึงสองคน คือผม กับ หัวหน้าทัวร์ ที่คอยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้ครับ

** ภาพถ่ายทุกใบที่ผมถ่ายตลอดทริป ผมจะให้เป็นกรรมสิทธ์เป็นของทุกคน เพราะเราทุกคนมีความทรงจำร่วมกัน **  

ดังนั้นใครอยากได้ภาพสวยๆ กับบรรยากาศของการเดินทางมาเป็นความทรงจำ แต่ไม่ชอบถ่ายภาพ หรรืออะไรก็ตาม สบายใจได้ครับ ^^

_________________________________________________

Programs เบื้องต้น  ( ภาพทั้งหมดแค่เสี้ยวหนึ่งของที่คุณจะได้เห็น! )  

** โปรแกรมอาจจะปรับเปลี่ยนได้ความเหมาะสม และความยืดหยุ่นนะครับ ****  แต่ไม่น้อยกว่านี้แน่นอน ^^ โดยเราจะบินไปกับสายการบิน Austrian Airline Full services ขาไปแวะเปลี่ยนเครื่องแปปนุง ( เปลี่ยนที่เวียนนา ตอนใกล้ถึงมิวนิคแล้ว ฉนั้นหลับได้ยาวๆครับ ซึ่งความดีงามคือถึงแต่ไก่โห่ เที่ยวได้คุ้ม  ส่วนขากลับบินตรงจากเวียนนากลับบ้านเราเลย สบายย แถมไฟลท์ออกห้าทุ่มครึ่ง เวลาเพียบ !!

Day 1 :  8 June 2017 [ Bangkok – Munich ] 

มาเจอกันที่สนามบินสุวรนณภูมิ สวยๆ หล่อๆ กันอย่างพร้อมเพรียงในเวลาประมาณสามทุ่มมม  จากนั้นเตรียมเหิรฟ้าสู่มหานครมิวนิค ด้วยสายการบิน Austrian Airline เที่ยวบินที่ OS 026 ล้อ(เครื่องบิน) หมุนเวลา 23.45 ครับ โดยจะยิงยาวไปที่เวียนนา แล้วเดินแคทวอล์คไปเปลี่ยนเครื่องต่อไปยังมิวนิคทันที

Day 2 :  9 June 2017 [ Munich ] 

โดยเราจะมาถึงมิวนิคกันประมาณ 7.35 ในตอนเช้า เรียกว่า หากมิวนิคมีไก่ขัน เหมือนสุพรรณบ้านเรา ก็ขันแน่นอนครับ เวลาดีงาม และเราจะเที่ยวมิวนิคกันแบบเต็มวัน !!

เริ่มต้นวันดี กับช่วงเวลาดีๆ กันที่ พระราชวัง Nymphenburg  ซึ่งเป็นวังที่มีบรรยากาศดีมาก มีสระน้ำขนาดใหญ่เป็นฉากหน้า รวมไปถึงบรรดา ห่าน เป็ด หงษ์และนก ที่หมุนเวียนกันมาสร้างสีสันให้กับผู้มาเยือน ที่นี่คือพระตำหนักที่ประทับในฤดูร้อนสำหรับกษัตริย์แห่งแคว้นบาวาเรียในอดีต สร้างในสมัยปลายยุคบารอคศตวรรษที่ 18 มีความงดงามที่ลงตัวและยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง IMG_9454 IMG_9499

จากนั้นแวะไปชมและแชะ สนาม Allianz arena ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลทีมเหย้าของสุดยอดทีมอย่าง Bayern Munich กันเสียหน่อยครับ มาทั้งทีไม่ควรพลาดด a164aecc8c18cce9212ca6740a46a868

รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารอาหารจีน

และเวลาที่เหลือเราจะพาไปสัมผัสกับมหานครมิวนิคกันในหลายมุมมอง ช่วงบ่ายถึงค่ำนี่ฟินกันไปยาวๆ กับความคึกคักและสวยงามของมหานครประจำแค้วนบาวาเรียจากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นเมืองที่มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภูมิภาคอีกด้วย มีหลายจุดมาก สาย Photogenic เตรียมแชะกันมันส์ตั้งแต่วันแรกครับ   ทั้ง Ruhmeshalle und Bavaria  หนึ่งในอนุสรณ์สถานสำคัญของแค้วนบาวาเรีย   ประตูเมือง Karlstor gate  ซึ่งเป็นประตูเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในอดีตสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1285 คลาสสิกมากครับ

ถนนสายชอปปิ้ง Neuhauser strass  ทีมีร้านค้าแบรนด์เนมและของฝากมากมาย เรียงรายกันอยู่ตรงอาคารสวยๆ สองข้างทาง  อีกจุดไฮไลท์ของเมืองคือบริเวณ จตุรัสอันโด่งดัง Marienplatz  โดยได้ตั้งชื่อขึ้นตาม Mariensäule (เสาของ Mary) เป็นเสาซึ่งตั้งขึ้นในจัตุรัสเมื่อปี 1638 เพื่อเป็นเกียรติแก่ St. Mary  เดิมทีเป็นที่พบปะชุมนุม ติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า มานานหลายศตวรรษ  ปัจจุบันเป็นลานกว้างสำหรับคนเดิน ตรงกลางจัตุรัสมีเสาพระแม่มารีทองคำซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญอยู่หลายอย่างทั้ง เช่น Neues Rathaus ( Town hall )  , ตึกพิพิธภัณฑ์ของเล่น (Spielzeugmuseum)  , โบสถ์  Perterskirche  ( ปีนหอคอยได้ มีวิวมุมสูงเห้นเมือง Munich ทั้งเมือง ใครอยากปีนบอก เดี๋ยวจะพาปีน ฮ่าๆ ) , โบสถ์หัวหอมคู่ (Frauenkirche)  และอื่นๆ 

ประตู Karlstor gateIMG_8969

ถนนสายชอปปิ้ง Neuhauser strassIMG_8991

จตุรัส MarienplatzIMG_9017 IMG_9100 IMG_9175

และนอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่น่าสนใจที่เราจะพาไปสัมผัสทั้ง Odeonsplatz อีกหนึ่งจตุรัสที่สวยงามและมีชื่อเสียงของเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Theatinerkirche , มหาวิทยาลัยแห่งเมืองมิวนิค , หอสมุดแห่งรัฐบาวาเรีย รวมไปถึง Residence Munchen  ที่อยู่ไม่ไกลกัน บรรยากาศโดยรอบมีความชิลมาก เราจะพาคุณเดินท่อง City Centre ของเมือง Munich กันให้สนุก  และถัดไปอีกหน่อยคือที่ตั้งของสวนสวยนามว่า Hofgarten  คุณจะได้เห็นชาวเมืองมิวนิคมานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันในบริเวณนี้เยอะมาก เดี๋ยวเราไปทำตัวกลมกลืนกันนนพักผ่อนกันบ้างง ^^

บริเวณ จตุรัส OdeonsplatzIMG_9237 IMG_9364

สวน Hofgarten IMG_9396 IMG_9400 IMG_9422

เมื่อฟินจนได้ที่ พลังงานเริ่มหมด ความหิวเริ่มครอบงำ .. ก็ได้เวลาไปเติมพลัง กับมื้อค่ำแบบท้องถิ่นสไตล์มิวนิคและเยอรมันขนานแท้

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมเสริฟขาหมูเยอรมัน และอื่นๆ พร้อมเบียร์เยอรมัน !! 

พักผ่อน นอนสบายกับโรงแรม 4 ดาว  ( ใครอยากไปเดินเล่นตอนกลางคืนบอกได้นะครับ เดี๋ยวไปด้วยกัน ^^ ) 

Day 3 :  10 June 2017 [ ปราสาท neuschwanstein & Hohenswangau – Fussen – Innsbruck ] 

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม

จากออกเดินทางไปยัง ปราสาท neuschwanstein & ปราสาท Hohenswangau  ซึ่งตั้งอยู่ละแวก เมือง Fussen  

ปราสาทนอยชวานสไตน์’สร้างขึ้นบนยอดเขา ที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบด้านล่าง จุดประสงค์ของการสร้างปราสาทนี้เพื่อให้ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอันงดงามรอบด้าน ปกติการสร้างปราสาทจะต้องมีสวนที่สวยงามเป็นบริเวณกว้าง มีการสร้างบ่อน้ำพุในสวน แต่นอยชวานสไตน์ไม่จำเป็นต้องมีสวน เพราะมีธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์รายล้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องมีน้ำพุเพราะมีน้ำตกทางธรรมชาติอยู่ใกล้ ๆ โดยปราสาทนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2’ แห่งรัฐบาวาเรีย (มีพระชนม์ชีพระหว่าง 25 สิงหาคม พ.ศ. 2388 – 13 มิถุนายน พ.ศ. 2429)

ไม่ไกลจากปราสาทนอยชวานสไตน์ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงจะมองเห็นปราสาทแรกก่อน มีสีเหลือง ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ มีชื่อว่า ปราสาทโฮนชวานเกา (Hohenschwangau) ซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนโดยพระเจ้าแม็กซิมิเลียนที่สอง (Maximilian II) พระบิดาของพระเจ้าลุดวิกนั่นเอง เจ้าชายลุดวิกในวัยเยาว์ทรงประทับอยู่ที่ปราสาทนี้อย่างมีความสุข และเป็นแรงบันดาลใจที่จะสร้างปราสาทของพระองค์เองขึ้นบ้าง พูดง่าย ๆ คือโฮนชวานเกาคือปราสาทของผู้พ่อ ส่วนนอยชวานสไตน์คือปราสาทของผู้ลูกนั่นเอง

จัดว่าเป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์จากทั่วโลกและรวมไปถึงโตเกียวดิสนีย์แลนด์อีกอด้วย 

Neuschwanstein_Castle_uhd goodwp.com_30314hohenDSC_0378

รับประทานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant )  

จากนั้นเดินชมเมือง Fussen ซึ่งเป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย  เมืองฟุสเซ่นนั้นมีสิ่งที่น่าสังเกตุอีกออย่างคือตัวตึกหรือบ้านช่องนั้นของทั้งเมืองจะมีหลากสีสันมากเหมือนกับลูกกวาดสีสวยๆทั้งเมือง เดินเพลิน เมืองน่ารักมากครับ ^^ DSC_0715

จากนั้นนำทุกท่านมุ่งหน้าข้ามประเทศจาก Germany สู่ประเทศ Austria ผ่านเส้นทางสวยๆ ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์และเมืองชนบทที่ไม่ควรจะหลับด้วยประการทั้งปวง สองข้างทางมีอะไรดีๆ ให้ชมเสมอ

เมืองแรกของประเทศ Austria ก็พีคแล้ว นี่คือเมืองเล็กมากสเน่ห์ที่ไม่มีใครไม่หลงรัก … ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่

เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) ซึ่งเป็นเมืองเมืองหลวงของรัฐ Tyrol ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มอิน (Inn Valley) โดยมีแม่น้ำอินไหลผ่าน และถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ คำว่า”bruck” มีรากศัพท์มาจากภาาษเยอรมันแปลว่า “bridge” Innsbruck=Bridge over the Inn ตัวเมืองมีประวติศาสตร์ยาวนาน และมีทัศนียภาพที่สวยงามจากเทือกเขาแอปล์ที่โอบล้อมอยู่จนได้รับการขนามนามว่า Capital of Alps นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน Winter Youth Olympic แห่งแรกด้วย โดยเมืองเก่าแห่งนี้จะอยู่ท่ามกลางขุนเขา บ้านเรือนน่ารัก โรแมนติค แบบไม่ธรรมดา

หากใครเคยดูละครเรื่องเพลิงนรี ที่พี่ติ้ก เจษ กับใหม่ ดาวิกา เล่นล่ะก็ เมืองนี้คือหนึ่งในฉากหลักของประเทศไทจิสที่นางเอกอยู่เลยนะ ผมเคยดูแล้วจำได้ว่าคุ้นตาอยู่หลายฉาก ( งานตามรอยละครไทยก็มา 555 )

ส่วนตัวผมชอบเมืองนี้มาก เพราะมีครบทั้งเมืองเก่า ภูเขา และธรรมชาติ ที่สำคัญหนึ่งในกิจกรรมของเช้าวันพรุ่งนี้ที่เราจะพาไปดีงามมากครับ ไม่ค่อยมีคนไปกันเท่าไหร่ แต่คนที่ไปก็ติดใจทุกคน

อ่ะๆ เอาของวันนี้ก่อนนน เราจะจัดเต็มกันในเมืองเก่ายันฟ้ามืดดด มีสถานที่น่าสนใจมากมายในเขต Old town ที่มีอาคารและจตุรัสสำคัญต่างเรียงรายกัน ทั้ง Town hall หรือศาลาว่าการเมือง , ประตูชัย Triumphal Arch 

Golden Roof หรือหลังคาทอง สร้างด้วยศิลปะแนวโกธิค สร้างในช่วง 1494-96 เก่าแก่มากๆ โดยจุดประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสของพระเจ้า Maximilian I และเป็นสถานที่ที่กษัตริย์และราชวงค์นั่งชมงานเฉลิมฉองสำคัญๆที่จัดรุสด้านหน้าแห่งนี้

จตุรัสและเสาคอลัมน์อันนาเชาเลอ (Anna Saule) ที่ชาวแคว้นทิโรลสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการป้องกันการรุกรานของบาวาเรียในปี 1703ในช่วงสงครามชิงบัลลังก์สเปน (1701-1714) บนยอดเขามีรูปปั้นเซ็นต์แอนประดิษฐานหันหน้าไปทางด้านเหนือ เมื่อประกอบภูมิทัศน์ของตึกรามโบสถ์วิหารบนถนนมาเรียเทเรเซียน และแนวภูเขาสูงที่เป็นฉากหลัง ทำให้กลายเป็นมุมที่น่าประทับใจที่สุดของเมือง

กลุ่มบ้านหลากสีสันที่มีฉากหน้าเป็นแม่น้ำ ฉากหลังเป็นภูเขา มุมโปสการ์ด มหาชน ที่ทุกคนจะต้องเทใจ  และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายจุด เดินกันเพลินทะลุทุกมุมสวย และมีความสุขแน่นอนนครับ DSC_0037 DSC_0531 DSC_0539 DSC_0688 DSC_0788

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น 

เข้าพักที่โรงแรม 4 ดาว หรือเทียบเท่า 

 

Day 4 :  11 June 2017 [ Innsbruck – Cable car to Nordkettenbahnen – Hallstatt – Salzburg  ] 

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม 

ออกกันแต่เช้าไปชมวิวสุดอลังการกันที่ Nordkettenbahnen โดยเราขะขึ้น Cable Car ไต่เขาขึ้นไปยังด้านบนสุด โดยระหว่างทางจะมีแวะชมวิวอยู่หลายจุด จนไปถึงด้านบนคุณจะอิ่มเอมไปกับวิวพาโนราม่าของเมือง Innsbruck และขุนเขาที่รายล้อมอยู่อย่างสวยงาม

ไม่ค่อยที่ไหนพาไป ด้วยราคา เวลา หรืออะไรก็แล้วแต่  แต่เราจัดให้ เพราะผมไปมาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ครพลาดคจริงๆ อะๆ นี่เสี่ยวหนึ่งของที่คุณจะได้เห็น  บนยอดเขานั้น มีอะไรดีๆ อีกหลายอย่างรอให้ทุกคนไปสัมผัสพร้อมๆกันครับ DSC_0190 DSC_0234

ถ้าลองได้ไปนั่งจิบกาแฟตรงนั้น .. จะฟินแค่ไหนกันนะ

และถ้าอยากรู้ .. ก็ไปดูกับเราสิครับ ^^ DSC_0238

รับประมานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น 

เอ้าๆ ฟินกันให้สุด หลังลงมาจากยอดเขา ก็เตรียมไปเขย่าหัวใจกับอีกหนึ่งความโรแมนติคของทริป และเป็นปลายทางในฝันของใครหลายคนทั่วโลก … พร้อมแล้วก็ขอเชิญทุกคนสู่เมือง …

” เมืองมรดก Hallstatt , ประเทศ Austria ” 

ฮัลล์สตัท (Hallstatt) เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 500 กว่าคนเท่านั้น เมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่เล็กๆ ริมทะเลสาบฮัลล์สตัทเทอร์(Hallstatter See) ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงชันเนื่องจากเนื้อที่ที่จำกัดบ้านเรือนในเมืองนี้จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆตามแนวเขาริมทะเลสาบ ทำให้ดูสวยงามและน่าสนใจ

เมืองนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ประเภท Historic Cultural Landscape เมื่อปี 1997 ซึ่งจัดเป็นประเภทของชุมชนที่มีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนของภูมิประเทศที่สวยงามกับวัฒนธรรมที่เก่าแก่ เป็นไงล่ะครับ นอกจากความสวยงามแล้ว มันมีอะไรมากกว่านั้น … แล้วไปสัมผัสเมืองนี้ด้วยกันนะ เราจะพาไปชิมปลาเทร้า ซึ่งเรียกว่าถ้ามาเมืองนี้ ต้องมาลองด้วยแหละ ^^

686747 hallstatt-austria-lake-town-mountainsDSC_0591 DSC_0612

เมื่อฟินกันจนได้ที่ เตรียมมุ่งหน้าสู่เมือง Salzburg วันนี้ชิลๆ กันไปครับ เดินเล่นกันได้ โรงแรมทำเลดี เราจะพาไปฟินต่อ ชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆกัน และถนนคนเดินชอปปิ้งหลักของเมือง เดี๋ยวสถานที่น่าสนใจขอยกยอดไปพูดในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ดี กว่าจะมืดนี่สามทุ่มอะ เดินชิลวนไปคับ

 

Day 5 :  12 June 2017 [ Salzburg – Cesky Krumlov ( Czech )  ] 

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม  

เอา่ะครับหลังจากเมื่่อวานเราได้เดินเล่นในเมืองนี้กันบ้างแล้ว ครึ่งวันที่เหลือนี้ เราจะเริ่มต้นกันแต่เช้าตรู่เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด ใครอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ บอกนะครับ ไปด้วยกัน ^^ และที่นี่

” เมืองมรดกโลก  Salzburg  ” 

Salzburg หรือ ซาลส์เบิร์ก เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศออสเตรีย  เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะแบบบาโรคแทบทั้งเมือง จนได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบาโรค  เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก โวล์ฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) เรียกว่าอะไรๆ ก็ Mozart ครับ เดินๆ อยู่เพลงคลาสสิกดัง บรรยากาศอะไรมันจะเป็นใจขนาดนั้น  และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music อันโด่งดัง ไม่ต้องสงสัยครับ ด้วยความสวยงามของเมือง ผสมผสานกับเรื่องราวของเสียงเพลงจากทั้งบทเพลงและภาพยนตร์ จึงทำให้เมืองนี้โดนใจคนทั้งโลก

และในที่สุดก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1997   เมืองนี้ยังมีธรรมชาติและทิวทัศน์อันสวยสดงดงามเนื่องจากอยู่ใกล้เทือกเขาแอลป์   นอกจากนั้นยังเป็นที่ชุมนุมของผู้ที่ชื่นชอบในดนตรีอีกด้วยเมืองซาลส์เบิร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำซาลส์ซักค์ (Salzach) มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์

โดยสถานที่สำคัญของเมือง Salzburg ก็มีหลายจุด จุดพีคสุดคือ ป้อมปราการ Hohensalzburg ที่อยู่บนทำเลชัยภูมิบนยอดเขา ปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นป้อมปราการซึ่งหลงเหลือความสมบูรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมีตำหนักใหญ่ คุกใต้ดิน ห้องทรมานนักโทษ สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือเตาผิงที่ปูด้วยกระเบื้องที่มีความทนทานมาตั้งแต่ปี 1501 ในห้องทอง (Golden room) และในห้องมีภาพจากคัมภีร์ไบเบิลด้วย

สวน Mirabell ซึ่งเป็นสวนที่สวยที่สุดของเมือง วิวสวยจริงๆ แถมยังเป้นฉากในหนังเรื่อง The sound of music อีกด้วย ,  ถนน Getreidegasse ซึ่งบ้านเรือนที่ตั้งอยู่เรียงรายบนถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือมีลานบ้านที่มีหลังคาอันสวยงาม ป้ายเหล็กที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลัก ปัจจุบันเป็นย่าน shopping ที่มีร้านค้าแบรนด์เนมมากมายและมีสถานที่ที่น่าสนใจมาก ได้แก่ พิพิธภัณ Mozart และมี Cafe Mozart ด้วยนะ ผมไปลองมา ใช้ได้เลยแหละ อีกทั้งยังมี บ้านเกิดของ Mozart ให้ไปเก็บความทรงจำกันอีกด้วย

จุดชมวิวเมืองสวยๆ อย่าง Kapuinarzburg อันนี้สวยจริง แต่เดินเมื่อยน่องมากก ใครอยากขึ้นเราจะไปด้วยกัน ใครอยากพักก็เดินเล่นในเมืองได้ครับ ฮ่าๆ

นอกจากนี้ยังมีจตุรัสและโบสถ์สวยๆ อีกหลายจุดที่เราจะพาไป ^^

นี่ๆ มีลิ้งรีวิวอันนึงที่น้องเค้าไปตามรอยหนังเรื่อง The sound of music มา น่ารักมากก ลองดูครับ  >> http://www.culturedcreatures.co/peoples-journal-salzburg/DSC_0055 DSC_0298 DSC_0323 DSC_0403 DSC_0675 DSC_0797 DSC_0853

รับประมานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant )  

จากนั้นมุ่งหน้าสู่อีกหนึ่งมรดกโลก จากคนละประเทศ ซึ่งเป็นเมืองที่สวยและน่ารักมากกๆ  ในอีกแนวนึงเลยครับ เราจะเดินทางข้ามประเทศอีกครั้ง จากออสเตรียข้ามไปยังสาธารณรัฐ Czech  

และที่นี่ ” เมืองมรดกโลกยุคกลางสุดคลาสสิก Cesky Krumlov ”  เมืองโบราณที่สวยดั่งเทพนิยาย 

Cesky Krumlov เป็นเมืองเล็กๆ ในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของ Czech ห่างจาก Prague ประมาณ 180 กิโล ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Cesky Krumlov นั้นเป็นเมืองที่ยังคงรักษาศิลปะวัฒนธรรมแบบยุคกลางดั้งเดิมไว้ได้แทบจะสมบูรณ์พูนสุข ซึ่งเป็นเส่นห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติและความน่ารักน่าชังน่าหยิกของเมือง เหมือนกับว่าได้ย้อนเวลาไปสู่ยุคอดีตเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เมืองนี้ยังคงรักษาอารยธรรมแบบดั้มเดิมเอาไว้ได้ Cesky Krumlov จึงได้รับการขนานนามว่า Pearl of Renaissance และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO อีกด้วย .. แน่นอนมั้ยล่ะ ….

จุดโดดเด่นของเมืองนี้ คือมีแม่น้ำวลาทาวาไหลผ่านและล้อมรอบเมืองในลักษณะงอโค้งเป็นคุ้งไปตามเนินเขา คดเคี้ยวเหมือนรูปตัว S จนทำให้ภูมิทัศน์ของตัวเมือง เหมือนกับหยดน้ำที่กำลังจะร่วงหล่นจากขั้ว

เราจะนอนกันที่เมืองนี้ด้วยนะ และในช่วงที่เราไปฟ้ามืดประมาณ 3 ทุ่ม ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเดินไม่ทั่วครับ น่าจะครบรอบตั้งแต่วันแรกกก ใครยังไม่สุด พรุ่งนี้เช้า เรายังมีเวลาให้ฟินกันให้สุดจนถึงสาย

สถานที่สำคัญก็จะอยู่ในเขตเมืองเก่าทั้งหมด ทั้ง ปราสาท Krumlov , หอคอยทรงกลม , จตุรัสกลางเมือง , Town hall และอีกหลายจุด รวมไปถึงมุมมหาชนที่จะเห็นวิวของเมืองแทบทั้งเมือง เดี๋ยวเราจะพาไป!

DSC_0443 DSC_0489 DSC_0535 DSC_0561 DSC_0603

รับประมานอาหารเย็น ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant )  

 

Day 6 :  13 June 2017 [ Cesky Krumlov – Prague  ] 

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม  

เอาล่ะ วันนี้เรามีเวลาให้คนตื่นเช้าได้เก็บตกบรรยากาศของเมือง Krumlov กันพอสมควร เป็นเมืองที่เดินๆ อยู่ก็มีความสุข นี่คือเรื่องจริงครับ ไปแล้วจะรู้ ^^

เมื่อถึงเวลา ช่วงเที่ยงๆ เราจะเดินทางไปยังอีกหนึ่งเมืองมรดกโลก และเมืองนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งเราจะมีเวลาให้เมืองนี้กันพอสมควรเลยครับกับหนึ่งวันครึ่งเต็มๆ  แบบไม่ต้องไปชะโงก แสงเช้า แสงเย็น แสงดึกมากันครบ และในที่สุดเราก้มาถึงงง …

” เมืองมรดกโลก กรุง Prague ” 

กรุงปราก (Prague) ที่ส่งประกวดโดยประเทศสาธารณรัฐเช็ก ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสุดโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของโลก อาจเพราะมีสถาปัตยกรรมอันหลากหลายที่เก่าแก่และงดงาม ไม่ว่าจะเป็นปราสาท อาคาร บ้านเรือน สะพาน หรือโบสถ์ รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อ ค.ศ.1992 เรียกว่าครบรสของความเป้นเมืองระดับโลกครับ

บริเวณ เมืองปราก มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เนื่องจากมีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล โดยช่วงแรกเป็นเผ่าเคลต์ (Celt) ก่อนจะถูกรุกรานโดยเผ่าเยอรมนิก (Germanic) และถูกครอบครองโดยเผ่าสลาฟในคริสต์ศตวรรษที่ 4 แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 7 วัฒนธรรมของทั้งสองเผ่าพันธ์ ได้ผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

ส่วนตัวเมืองปรากนั้น มีหลักฐานว่าสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 9 และเป็นเมืองหลวงของแคว้นโบฮีเมีย ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมัน จากนั้นปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 กษัตริย์บอริวอจ พรีมิสโลเวก (Borivoj Premyslovec) ทรงสร้างปราสาทขนาดใหญ่บนเขาสูงสง่าเหนือแม่น้ำวัลตาวา (Vltava) แต่ชาวเยอรมันเรียกแม่น้ำนี่ว่า Moldau เขา Hradchin และมีการขนานนามปราสาทแห่งนี้ว่า ปราฮา (Praha) ซึ่งเป็นชื่อเรียกกรุงปรากในภาษาเช็ก

รับประมานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant ) 

อิ่มท้องแล้วก็ลุยกันเลย เพราะกรุงปรากมีสถานที่ท่องเที่ยวเรียกว่าเยอะมากก ถ้าจะว่ากันตามเรื่องจริงๆ  ตั้งแต่

และที่พลาดไม่ได้เลยคือ สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1357 เพื่อแทนที่สะพานจูดิธซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12  ในปัจจุบันสะพานชาร์ลส์เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง สวยโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ทัศนียภาพของสะพานนี้จะสวยงามยิ่งขึ้นในช่วงเช้าตรู่และยามตะวันตกดิน ช่วงบ่ายก็เป็นอีกอารมณ์ คนเยอะมากก แต่ก็คึกคักกกกกสุดๆ

จัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) และ หอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Town Hall Clock) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า แวดล้อมด้วยสถาปัตยกรรมบารอค กอธิค และรอโคโคที่อลังการ จัตุรัสเมืองเก่าเป็นอีกย่านที่น่านั่ง มีคาเฟ่หลายร้านให้เลือก คุณอาจจะเช่าม้าหรือรถม้านั่ง เดินสำรวจตลาด หรือแม้แต่ชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์

รับประทานอาหารเย็น ณ.ภัตตาคารอาหารจีน 

ฟรีสไตล์กันจนค่ำ เอาให้ฉ่ำกับกรุงปรากในยามราตรี !!

Day 7 :  14 June 2017 [ Prague all day  ] 

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม   

** อย่างน้อยๆ ถ้าเมื่อวานนี้ฝนตก เรายังมีวันนี้แก้ตัว ** นี่คือข้อดีของการเดินทางแบบมีเวลาในที่ที่ควรมีเวลาครับ ^^

และเช้าวันนี้เราจะอันเชิญทุกคนไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่สะพานชาลล์  ซึ่งถือว่าเป้นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของสะพานแห่งนี้ เพราะคนจะโล่งง แสงสวยมาก ก่อนจะไปปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสเน่ห์ของมหานครแห่งนี้กันแบบเต็มอิ่ม

วิเชฮราด อดีตป้อมปราการที่ไม่มีใครอยากย่างกรายมา แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ยอดนิยมของชาวกรุงปราก แวะชมโบสถ์เซนต์มาร์ตินซึ่งอาคารหลังคาทรงกลมแบบโรมาเนสก์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และโบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์ปอล  เพลิดเพลินกับการเดินเล่นในบรรยากาศอันแสนสงบภายในสวน

ปราสาทปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.885 เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็กในอดีต อีกทั้งเคยได้รับการรับรองจากกินเนสส์บุ๊ก ว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 570 เมตร และความกว้างประมาณ 130 เมตร แต่ปัจจุบันรัฐบาลทำเป็น ทำเนียบประธานาธิบดี, มหาวิหารเซนต์วิตุส (St. Vitus Cathedral) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1344 ด้วยศิลปะแบบโกธิค แต่แล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1929 เป็นที่เก็บมงกุฎเพชรซึ่งทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดจนทำให้เมืองปราก

รับประมานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant ) 

ชุมชนชาวยิวยอเซฟอฟ (พิพิธภัณฑ์และโบสถ์เก่า-ใหม่) เป็นชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ตั้งชื่อตามจักรพรรดิยอเซฟที่สอง ประกอบด้วยโบสถ์ยิว 6 หลัง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่แสนเศร้าของชาวยิวได้ที่พิพิธภัณฑ์ชาวยิว

จัตุรัสเวนเซสลัส (Wenceslas Square) สัญลักษณ์ของกรุงปรากยุคใหม่ มีแหล่งช้อปปิ้ง คาเฟ่เอฟรอปาซึ่งเป็นศิลปะแบบอาร์ต นูโว และอนุสาวรีย์เซนต์เวนเซสลัส, โบสถ์พระแม่ (Church of Our Lady Before Týn) เป็นสถานที่สำคัญในเขตเมืองเก่าของเมือง และเป็นโบสถ์หลักของเขตเมืองเก่ามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 หอคอยของโบสถ์สูง 80 เมตร และมียอดเล็ก ๆ 4 แห่งอยู่โดยรอบ ภายในโบสถ์มี pipe organ ที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปราก สร้างขึ้นโดย Heinrich Mundt และเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของออร์แกน ในศตวรรษที่ 17 ในยุโรป, พระราชวังกินสกีซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบรอโคโค บ้านระฆังหินที่สร้างตั้งแต่ยุคกลาง และโบสถ์เซนต์นิโคลัสแบบบารอค

และอีกหลากหลายที่ทั้งจุดท่องเที่ยวหลัก และสถานที่ที่เค้าไม่ค่อยไปกัน แต่เราจะไปนะ อิอิ

ก่อนจะปิดท้ายวันกันที่จุดชมวิวสุดสวยที่จะเห้นสะพาน 4-5 สะพานทอดโค้งข้ามผ่านแม่น้ำและตัวเมืองอย่างสวยงามที่ Letna park  

ขอบอกว่านี่แค่ส่วนหนึ่งนะครับ … Prague ครั้งนี้ อิ่มกันแน่นอนนน ^^

รับประทานอาหารเย็น ณ.ภัตตาคารอาหารจีน  

DSC_0114 DSC_0126 DSC_0130 DSC_0140 DSC_0184 DSC_0318

 

Day 8 :  15 June 2017 [ Prague – Vienna  ]  

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม  

อิ่มท้องแล้วก็ออกเดินทางกันแต่เช้าาาครับ !! วันนี้รถวิ่งกันยาวๆ 5 ชั่วโมงไปยัง กรุง Vienna เมืองหลวงแห่งประเทศ Austria 

กรุงเวียนนา (Vienna) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศออยเตรีย ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2014 อีกด้วย

รับประมานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant ) 

จากนั้นนำท่านไปชม พระราชวัง Schoenbrunne ซึ่งถูกใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์กตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนถึงสิ้นราชวงศ์ อาคารสมมาตรที่ใหญ่โตโอ่อ่าตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวยงาม มีการตกแต่งภายในด้วยสไตล์บาโรคและโรโคโค  อาณาบริเวณของสวนครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ รวมถึงเขาวงกตและสวนสัตว์ด้วย นอกจากนี้ภายในสวนยังมีสวนส้มในเรือนกระจกซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการแสดงดนตรีในช่วงฤดูร้อน

มหาวิหารเซนต์สตีเฟน St. Stephan’s Cathedral ซึ่งเป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในอัครมุขมณฑลเวียนนา และเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งเวียนนา สถาปัตยกรรมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์ และ กอทิก ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่ 4 ยุกแห่งออสเตรีย โบสถ์ที่อุทิศให้กับนักบุญสตีเฟนในบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 1147 ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางของเมืองก็ว่าได้ 

ถนนช้อปปิ้ง กราเบน (Graben) เป็นถนนช้อปปิ้งที่จะมี นักดนตรีเปิดหมวกให้ฟังเพลินๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านเสื้อผ้าที่คุณผู้หญิงคงไม่พลาด เพราะราคาถูกกว่าไทยในช่วง summer ของผู้ชายก็เยอะครับ เดินเล่นกันไปชิลๆ  ,  ถนนชอปปิ้งสายสำคัญอย่าง ถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) 

พาไปเก็บภาพสวยๆ ตามจุดต่างๆ อย่าง Opera house กรุงเวียนนา , City Hall , รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆสไตล์คนแบกเป้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ csm_Schoenbrunn-homepage_1ad6970dbb7 8

และเพื่อไม่ให้เป็นการคิดถึงบ้าน อาหารเย็นวันนี้ ” อาหารไทย ” ^^  

กรุงเวียนนาในยามค่ำคืนมีสเน่ห่มาก ใครอยากออกมาเดินเล่นบอกได้เลยครับ เดี๋ยวไปด้วยกัน ถ้าไม่เหนื่อยกันซะก่อนนะ ฮ่าๆ

พักโรงแรม 4 ดาวหรือเทียบเท่า 

 

Day 9 : 16 June 2017 [ Vienna – Bratislava ( Slovakia ) – Budapest ( Hungary )  ]  

รับประทานอาหารเช้าแบบ Buffet ที่โรงแรม 

และเช้าวันนี้เราจะไปเยือนอีกประเทศที่แตกต่างกันออกไป อย่างประเทศ Slovakia ที่เมืองหลวงนามว่า กรุง Bratislava 

Bratislava เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ถูกกลาวถึงอย่างมากมายจากนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนและบทความท่องเที่ยวตามนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำจากทั่วโลก

นอกจากนี้แล้ว เมืองบราติสลาวายังเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศ นั่นคือ ประเทศออสเตรียและประเทศฮังการี และในปัจจุบันบราติสลาวาเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของสโลวาเกีย รวมไปถึงการเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ โรงละคร หอศิลป์ และสถาบันอื่นๆที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการศึกษา รวมทั้งสำนักงานใหญ่ของสถาบันทางธุรกิจและการเงินขนาดใหญ่ของสโลวาเกียจำนวนมาก

เมืองบราติสลาวา เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอาคารยุคกลางและอาคารศตวรรษที่ 20 ที่ยังคงสามารถพบเห็นได้เป้นจำนวนมากในเขตย่านเมืองเก่าบราติสลาวา (Old Town, Bratislava) โดยเมืองเก่าของบราติสลาวานั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆมากมาย โดยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ  (Bratislava Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำดานูบ (Danube River) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองบราติสลาวา

การเดินเล่นในเขตเมืองเก่าก็แสนจะเพลิดเพลิน เมืองนี้มี Gimmick อยู่อย่างคือรูปปั้นเยอะมาก กับผู้คนท่าทางต่างๆ ให้เราไปถ่ายภาพกัน สนุกสนานครับ  BRATISLAVA1DSC_0750 DSC_0787

รับประทานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Slovakia Local food )  

จากนั้นนำทุกคนมุ่งหน้าสู่ ประเทศ Hungary ที่เมืองหลวงสุดสวย ณ. กรุง Budapest  

บูดาเปสต์ (Budapest) เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการี ที่รวมเอาเมือง 2 เมืองเข้าด้วยกัน คือเมืองบูดา อยู่ทางตะวันตก และเมืองเปสต์ อยู่ทางตะวันออก ส่วนตรงกลางคือแม่น้ำดานูบ เมืองบูดาเปสต์มีความงดงามทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติมากมาย จนได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งแม่น้ำดานูบ” และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเขตเมืองมีความโดดเด่นที่สุดในโลก

นำท่านชม Hero Square ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Millennium Monument อนุสาวรีย์ของวีรบุรุษในอดีต

ปราสาท Vajdahunyad เป็นปราสาทที่ต่างจากปราสาทอื่นๆ เพราะไม่ได้เป็นของราชวงศ์ แต่เป็นพิพิธภัณฑ์การเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นและชิลมาก

The Parliament อาคารรัฐสภาสุดสวยประจำเมือง หลายๆ คนกล่าวว่าที่นี่คืออาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก

ก่อนจะปิดท้ายวันอย่างโรแมนติกด้วยการล่องเรือชมแม่น้ำดานูบ และเมือง Budapest ในช่วงเวลาแสงสุดท้ายสวยๆ ประจำวัน … ฟินกันไปยาวๆ ^^ 

รับประมานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ( Local Restaurant ) 

เข้าพักโรงแรม 4 ดาว DSC_0759 DSC_0851 RMN_2107 RMN_2114 RMN_2116 RMN_2181

 

Day 10 : 17 June 2017 [ Prague – Vienna  ]

อารหารเช้า Buffet ที่โรงแรม 

อิ่มท้องแล้วเราจะไปฟินกันที่อีกหนึ่ง นั่นก็คือ บริเวณ Castle Hill และ Fisherman Bastion ที่ตั้งอยู่บนที่สูงของเมือง และยังเป้นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยที่สุดแห่งของเมืองอีกด้วย

Buda’s Castle Hill เป็นย่านที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่อันทรงคุณค่ามากมายให้มาเที่ยวชมกัน อย่าง โบสถ์แมทเทียส (Matthias Church) เป็นโบสถ์ใหญ่เก่าแก่อายุ 700 ปี ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โบถส์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์แมทเทียส กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮังการี เมื่ออดีตโบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีเถลิงราชสมบัติของกษัตริย์แห่งฮังการี แต่ในช่วงที่ฮังการีถูกรุกรานจากกองทัพเติร์ก สมบัติส่วนใหญ่ถูกขนออกไป และถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นมัสยิสหลักของเมืองภายใต้การปกครองของตุรกีในปี ค.ศ.1541 และในช่วงสงครามขับไล่กองทัพเติร์ก โบสถ์แมนเทียสได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก กระทั่งเมื่อสงครามสงบลงจึงมีการบูรณะโบสถ์แมทเทียสให้กลับมายิ่งใหญ่และงดงามดังเดิม มีหลังคาสลับสีอันสวยงามตามสไตล์นีโอ-โกธิค ส่วนด้านโบสถ์ประดับประดาไปด้วยภาพเขียนสี และกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาที่งดงามเกินคำบรรยาย

ถัดจากโบสถ์แมทเทียส ยังมีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 ตั้งเด่นเป็นสง่าให้ได้ชมกันเป็นอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 ตั้งอยู่หน้าป้อมชาวประมง (Fishermen’s Bastion) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน สร้างขึ้นไว้เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในคราวที่ถูกพวกมองโกลเข้ามารุกรานเมื่อปี 1241 – 1242 บนป้อมชาวประมงนี้ถือว่าเป็นจุดชมวิวรอบเมืองบูดาที่สวยที่สุด สามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้แบบพาโนรามา มองเห็น สะพานเชน ( Chain Bridge ) และอาคารรัฐสภาฮังการีริมแม่น้ำดานูบที่งดงาม

มหาวิหารเซนต์สตีเฟน(St.Stephen Basilica) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสูงโดดเด่นเป็นสง่าในฝั่งเปสต์ เป็นมหาวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เซนต์สตีเฟน กษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชอาณาจักรฮังการี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1851 เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ.1905 ใช้เวลากว่า 54 ปีในการก่อสร้าง มหาวิหารแห่งนี้มีความสูงถึง 96 เมตร ถือว่าป็นอาคารที่มีความสูงที่สุดในบูดาเปสต์ ภายในมหาวิหารโอ่โถงอลังการท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ การตกแต่งภายในถึงแม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็แฝงไว้ด้วยความงดงามทางสถาปัตยกรรม

รับประทานอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น  

DSC_0471 DSC_0647 RMN_2004

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับไปยัง Vienna เพื่อเตรียมบินกลับ …. เดี๋ยวๆๆ ไฟลท์ ออกห้าทุ่มมม !! มีเวลาหายใจกันเยอะมากครับ สบายๆ เลย ไม่ต้องรีบบบ ^^ 

เราอาจจะมีแวะนุ่นนี่นั่นได้นิดหนอย ก่อนจะยิงตรงเข้าสนามบิน  ส่วนจะไปไหนนนั้น ไว้จะบอกนะครับ ^^ คุ้มมั้ยล่ะ เที่ยวยาวทุกวัน ไม่มีชะโงก ไปทั้งที่ไฮไลท์ และที่ดีๆ ที่เค้าไม่ค่อยพาไปกัน  ^^ 

Day 10 : 17 June 2017 [ Vienna – Bangkok  ] 

ถึงไทยประมาณ บ่ายสองโมงของวันนี้ครับ

แล้วเจอกันนะ ^^

_________________________________________________

” ราคาทริปนี้ 88,500  บาท ต่อหนึ่งท่าน ”    โดยเราจะหักจากรายได้ 50 บาทในทุกๆหนึ่งที่นั่ง แล้วนำไปเข้ากองทุนเพื่อทำอะไรดีๆ ให้กับสังคม เมื่อถึงเวลาผมจะเชิญทุกคนมาที่เคยไปออกทริปกับเรา มาทำสิ่งดีๆ ร่วมกันครับ บอกแล้วเราจะไม่เจอกันแค่ครั้งเดียว ^^ 

รายละเอียดเพิ่มเติม

พักห้องคู่ ห้องละ 2 ท่าน ท่านละ  88,500   บาท

เด็ก 4 – 11 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่สองท่าน มีเตียงเสริม 75,000  บาท

พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 13,000 บาท

** กรุ๊ปนี้รับไม่เกิน 30 ท่าน **

_________________________________________________

รายละเอียดการจองทริป

อัตรานี้รวม 

1)       ค่าตั๋วเครื่องบิน (ECONOMY CLASS) ที่ระบุวันเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
2)       ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3)       ค่าพาหนะในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ มาตรฐานยุโรป และค่าคนขับรถผู้ชำราญทาง
4)       ค่า COACH TAX และค่าภาษีผ่านเข้าเมืองต่างๆ
5)       ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการพร้อมอาหารเช้าหรือเทียบเท่า
6)       ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
7)       ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
8)       ค่าวีซ่าท่องเที่ยวยุโรปแบบ SCHENGEN (ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมยื่นวีซ่าให้ ไม่ว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่) และค่าบริการยื่นวีซ่า
9)       ค่าบริการไกด์ที่จะมาช่วยดูแลและสร้างสีสันให้กับทุกคน
10)     ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในวงเงิน 200,000 บาท กับ ACE INSURANCE LIMITED (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
11)     ค่าทิปพนักงานขับรถในยุโรป และค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย ไม่ต้องจ่ายตะหาก ^^

อัตรานี้ไม่รวม
1)       ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
2)       ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
3)       ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
4)       ค่าน้ำหนักส่วนที่เกิน 30 กิโลกรัม  และมีจำนวนมากกว่า 1 ชิ้น (ระเบียบของสายการบิน)

_________________________________________________

เงื่อนไขการจอง

1)       อ่านทุกอย่างให้ดี ดูโปรแกรมให้มั่นใจ ว่านี่แหละใช่สำหรับเรา!
2)       เปิดให้จองได้เรื่อยๆ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2017 จนเต็ม โดยทางเราจะถือเรื่องการโอนมัดจำเป็นสำคัญ โดยสามารถทำการจองได้ 3 ช่องทางดังนี้

A)  โดยสามารถจองได้ที่ Inbox ของ page : https://www.facebook.com/Wearewanderlusttravel      

B)  หรือโทรมาจองตรงได้ที่เบอร์ 0891851852 

C) ทาง Line@ โดย Add ID มาที่  @scratchdaworld ( ต้องพิมพ์ @ ข้างหน้าด้วยครับ ) จากนั้นก็แจ้งจองได้เลย 

หลังจากจองแล้วรบกวนชำระค่ามัดจำ  จำนวน 25,000 บาท โดยทางเราจะถือเอาการโอนมัดจำเป็นสำคัญนะครับ หากมีข้อสงสัยก่อนโอน อยากมั่นใจ โทรมาที่ 0891851852 ได้ทันทีครับ ^^ 

โอนมาที่ :  ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี  132-2-34489-5   ( ชื่อบัญชี ปองพล วาทะกุล ) ครับ 

หากโอนแล้ว รบกวนส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่  

ช่องทางที่ 1 : Inbox ของ page : https://www.facebook.com/Wearewanderlusttravel    

ช่องทางที่ 2 : Email : we.are.wanderlust.travel@gmail.com หรือทาง Line ก็ได้เช่นกัน 

** สอบถามเรื่องการจองหรือข้อมูลต่างๆ  โทร 0891851852   ครับ **

3)        ส่วนที่เหลือชำระทันทีหรือก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 50 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัตินะครับผม

4)       การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วันก่อนเดินทาง มิฉะนั้นจะไม่ามารถคืนมัดจำได้ครับ
5)       กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 25-30 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของราคาทัวร์
6)       กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 24 – 11 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 85 % ของราคาทัวร์
7)       เราจะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งอย่างน้อย 25 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจากทางสถานทูต เนื่องจากทางเราจะต้องใช้เอกสารต่างๆที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครี่องบิน , ห้องพักที่คอนเฟิร์มมาจากทางยุโรป ,ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะอย่างน้อยครบ 25 ท่าน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง
8)       ในการยื่นวีซ่า ท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต เพื่อมาสแกนลายนิ้วมือ โดยมีเจ้าหน้าที่ทางเรามาคอยดูแล และอำนวยความสะดวกต่างๆให้
9)       เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา  โดยการจะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน เราเป็นแต่เพียงตัวกลาง และอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้นนะครับ อันนี้แจ้งไว้ก่อน ^^
10)      กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณา และคณะสามารถออกเดินทางได้ ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้
– ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าดำเนินการ 4,000 บาท ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะ
ผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา
– ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หาก
ท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วไม่สามรถ REFUND ได้เนื่องจากบริษัทจองตั๋วเป็นตั๋วกรุ๊ปซึ่งตั๋วกรุ๊ปจะไม่สามรถ REFUND คืนได้ ถ้ายังไม่  ออกตั๋ว   ท่านจะเสียแต่ค่ามัดจำตั๋วตามจริงเท่านั้น

หมายเหตุ

1. กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจากการล่าช้า (ดีเลย์) ของทางสายการบิน การนัดหยุดงานหรือการก่อจราจล ภัยธรรมชาติ   รถติด  ทำให้ไม่สามารถ     กิน-เที่ยวและพักโรงแรมได้ครบถ้วนตามโปรแกรมที่ระบุ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่คืนค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นโดยตรงจากทางสายการบิน และทางเราไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้นจากทางสายการบิน แต่ทางแน่นอนครับว่าเราจะคงไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดที่ทุกคนพึงจะได้รับอย่างเต็มความสามารถ

2.  ทางเราขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยวในกรณีที่มีเหตุจำเป็นสุด วิสัย โดยจะพยายามให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับท่าน

3. ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการบางอย่างตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคิวยาวจนทำให้โปรแกรมต่อไปเสียหาย แต่ยังคงจะรักษา มาตราฐานการบริการ และประโยชน์ของทุกท่านไว้เหมือนเดิม

4. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ว่าบางส่วนหรือ ทั้งหมด อาทิเช่น พาสปอร์ต, ของมีค่า, กระเป๋าเงิน, กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น ยังไงดูแลกันให้ดี แต่เราก็ช่วยกันดูครับ ^^

เอกสารในการขอวีซ่า ( สำคัญมาก )

ตรงนี้ทางเรามีทีมงานบริการพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องเอกสาร และพาไปทำเรื่องขอววีซ่าให้ครบวงจรครับ

1.  หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานได้เกิน 6 เดือนขึ้นไป ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณาแนบมาด้วย ต้องมีหน้าว่างเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า
2. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง 2X1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ใช้รูปสี พื้นฉากหลังสีขาวเท่านั้น อายุรูปไม่เกิน 6 เดือน เหมือนกันทั้ง 2  รูป) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป
3. สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / สำเนาใบมรณะบัตร/ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล/ เอกสารเพิ่มเติมกรณีอื่น ๆ
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. สำเนาสูติบัตร (สำหรับเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)

7. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: เดินทางต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ 
7.1 เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น บิดามารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอ เท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เดินทางกับใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
7.2 เด็กเดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่า นั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
7.3 เด็กเดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่า นั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
7.4 กรณีพ่อและแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิต ต้องแนบใบหย่า หรือ ใบมรณะบัตร เพื่อเป็นการยืนยัน
7.5 ให้แนบสำเนาพาสปอร์ตของพ่อ และ แม่ (หากไม่มีให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของพ่อและแม่)
7.6 เด็กอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น สำเนาใบหย่า พร้อมทั้งบันทึกการหย่าซึ่งแสดงว่าเป็นผู้รับผิดชอบเด็ก เด็กอยู่ในความปกครองของผู้อื่น จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม เป็นต้น พร้อมแนบหลักฐานของบิดาหรือมารดาหรือผู้ที่เด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ นั้น

8. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน เป็นภาษาอังกฤษ) ฉบับจริงเท่านั้น**จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) โดยไม่ต้องระบุวันและประเทศที่เดินทาง ( ยังไงเดี๋ยวทางทีมงานจะมีตัวอย่างให้ดูครับ )
8.1 กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 1 เดือน)
8.2 กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
8.3 กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทฯ : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้างให้ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง  เงินเดือน ในจดหมายรับรองการทำงานต้องมีหัวกระดาษบริษัทและตราประทับบริษัทด้วย  พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
8.4 กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงานให้ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง  เงินเดือน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
8.5 กรณีเกษียณอายุราชการ ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
8.6 กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น / พร้อมสำเนาบัตรนักเรียน นักศึกษา
8.7 กรณีเป็นแม่ค้า, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตัวเอง เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบรูปถ่ายสถานที่ทำงานมาด้วย รูปถ่ายอย่างน้อย 3-5 ใบ

9.  หลักฐานการเงิน (บัญชีออมทรัพย์เท่านั้น)
9.1  สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เท่านั้น พร้อมหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) เป็นภาษาอังกฤษ **ต้องเป็นบัญชีเดียวกันเท่านั้น**   (กรุณานำสมุดเงินฝากเล่มจริงมาวันที่ยื่นวีซ่าด้วย)
    กรณีเงินฝากออมทรัพย์ (ยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคาร ไม่ควรต่ำกว่า 60,000 บาท ต่อการยื่นวีซ่า 1 ท่าน และ ต้องมีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ ห้ามทำการโอนเงินเข้าไปในครั้งเดียวเป็นยอดใหญ่ก่อนการยื่นวีซ่าเด็ดขาด!!)
    การปรับสมุดบัญชีธนาคาร ท่านต้องปรับสมุดถึงเดือนปัจจุบัน และ ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน โดยการปรับยอดสมุดในบัญชี ต้องปรับสมุดก่อนวันที่จะยื่นวีซ่า 7 วัน เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 18 กันยายน 2557 สำเนาสมุดบัญชีที่ท่านต้องใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องปรับสมุด ณ วันที่ 12 กันยายน 2557 หรือ หลังจากนั้น หากท่านปรับสมุดบัญชีก่อนหน้านั้น จะใช้เป็นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินไม่ได้ สถานฑูตจะขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถส่งเอกสารมาทางบริษัททัวร์ฯ เพื่อเตรียมการล่วงหน้า และ ส่ง Fax สมุดบัญชีหน้าสุดท้ายที่ได้ทำการปรับสมุดมาให้ทางบริษัททัวร์ เพื่อใช้ในการแนบเป็นเอกสารยื่นวีซ่าต่อไปได้  หรือ ถ่ายเอกสารหน้าที่ปรับสมุดภายใน 7 วัน และถือมาเพิ่มเติมในวันที่ยื่นวีซ่า หรือง่ายที่สุดคือขอ Statement ย้อนหลังจากธนาคาร 6 เดือนเป็นภาษาอังกฤษพร้อมมีตราประทับ บอกว่าเอาไปขอวีซ่าครับ เค้าจะเข้าใจ
    การขอหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE)  ต้องมีอายุไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ได้คิวยื่นวีซ่า พร้อมทั้งต้องระบุ จำนวนเงินเป็นตัวเลขลงในหนังสือรับรองด้วย เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 18 กันยายน 2557  หนังสือรับรองการเงินจากทางธนาคารที่ใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องออกให้ ณ วันที่ 4 กันยายน 2557  หรือ หลังจากนั้นเท่านั้น  จดหมายรับรองจากธนาคารให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) โดยไม่ต้องระบุวัน และประเทศที่เดินทาง (ชื่อในหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE)  จะต้องถูกต้องและตรงตามหน้าพาสปอร์ต วันที่ขอหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคารให้นำสำเนาหน้าพาสปอร์ตไปด้วย เพื่อไม่ให้ผิดพลาดในการออกเอกสาร)
****** สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ******

10.  ในกรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ 
10.1 จดหมายจากผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น – หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของผู้เดินทางกับผู้รับรองค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน และต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (พ่อ, แม่ สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้บุตรได้ / สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส รับรองให้กันและกันได้ / (ปู่, ย่า, ตา, ยาย ไม่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้หลานได้)- กรณีเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่ได้จดทะเบียน และรับรองค่าใช้จ่ายกัน ต้องใช้เอกสารดังนี้
    เขียนจดหมาย decare เป็นภาษาอังกฤษ มาว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน
    กรณีมีลูกด้วยกัน ให้ใช้ใบเกิดของลูก
    กรณีไม่มีลูกด้วยกัน ให้ใช้ทะเบียนบ้านทั้งของสามีและภรรยา โดยทะเบียนบ้านของทั้งสองต้องอยู่บ้านเดียวกัน
10.2 กรุณาแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากตามข้อกำหนดในข้อ 9 ที่จะใช้ยื่นวีซ่า 1 ชุดของผู้รับรองค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งใน หนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองค่าใช้จ่ายด้วย

11. ผู้สูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 70ปีบริบูรณ์กรุณาแนบใบรับรองแพทย์ว่าสามารถเดินทางได้เพื่อเป็นเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า

มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเรื่องทริป สอบถามได้ที่ ……… ครับ !!

แล้วเจอกัน!

 

Leave A Reply

Navigate