5 สถานที่สุดประทับใจใน ” เอเชีย ” ที่ควรค่าแก่การไปเยือนในปี 2017 [ Feat. TRAVELOKA ]

ปฏิเสธไม่ได้ครับ ว่าทุกวันนี้การเดินทางคือส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคน ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง โดยหนึ่งในสาเหตุหลักๆก็เรื่องของข้อมูลต่างๆที่ทุกคนเข้าถึงง่ายขึ้น มีมากขึ้น สะดวกและมีความหลากหลาย ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึง  จึงมีเรื่องราวและภาพสวยๆมากมายให้เราได้เห็นกัน และการจะไปในที่ต่างๆ ทั้งในหรือนอกประเทศมันไม่ได้ยากเหมือนแต่ก่อน  ทั้งเรื่องการหาตั๋วเครื่องบิน หรือการจองที่พัก เพียงไม่กี่คลิก ก็มีทางเลือกต่างๆ มากมายมาให้เลือกสรรค์ 

โดยเฉพาะเวบไซท์จองตั๋วเครื่องบินและที่พักทั่วโลกอย่างเวบ  https://www.traveloka.com/th-th/ ที่สามารถให้คุณจองทั้งสองอย่างได้อย่างสะดวกสบาย กับชีวิตที่ง่าย ในราคาสบายกระเป๋า เดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ Screen Shot 2017-01-30 at 11.37.07 AM

ก่อนอื่นเลย ผมมี 5 สถานที่สุดประทับใจในเอเชีย ที่ควรค่าแก่การไปเยือนในปี 2017 มาแนะนำ

ต้องบอกก่อนว่านี่คือความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ได้อ้างอิงจากที่ใดๆ ทั้งสิ้น ใครมีสถานที่ในดวงใจนอกเหนือจากนี้ มาแชร์กันได้ตามอัธยาศัยครับ ^^

—————————————————————————————-

1. Leh Ladakh ,  ประเทศ India 

เมื่อเอ่ยถึงชื่อประเทศนี้ หลายๆ คนอาจจะร้องยี้ ว่า ” อินเดียเนี่ยนะ! ”  ใช่ครับ ภาพลักษณ์ที่เราได้ยินมา มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่บันเทิงหูมากนัก แต่ผมกล้าพูดตรงนี้ว่าหากใครได้ไปสถานที่แห่งนี้ แล้วไม่รักอินเดียว คงแปลกมาทีเดียว

ลาดักห์ (Ladakh) คือดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงกลางระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงคาราโครัม กล่าวได้ว่านี่คือสุดเขตแดนตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหิมะที่สูงถึง 7,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขึ้นไปโอบล้อมเลห์ (Leh) อันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของแคว้นแคชเมียร์และจัมมูอยู่ทางเหนือของอินเดียให้กลายเป็นดินแดนลี้ลับ ที่ยากแก่การเข้าถึง ลาดักห์เคยเป็นหนึ่งในอาณาจักรใหญ่ที่สุดที่เคยรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นชุมทางการค้าขายของ 1 ใน 3 เส้นทางสำคัญแห่งหิมาลัยโบราณ อันได้แก่ เส้นทางสายแพรไหม เส้นทางเกลือ และ เส้นทางเครื่องเทศ โดยลาลักห์ทำหน้าที่เป็นชุมทางค้าขายสำคัญของพ่อค้าชาววาณิชที่เดินทางมาพบปะแลกเปลี่ยนซื้อขายกันบนเส้นทางแพรไหมทางบกเชื่อมต่อกับเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก ตะวันออกกลาง และยุโรปเข้าด้วยกัน ลาดักห์ จึงไม่ต่างกับเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร

สวยสุดติ่งแค่ไหน ใครที่เคยไปเห็นด้วยสองตา คงรับรู้ได้เป็นอย่างดีDSC_2047 DSC_2625

 

2. ภูเขาไฟ Bromo , ประเทศ Indonesia 

อีกหนึ่งสถานที่แห่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ละไม่มีใครเหมือน ใครได้ไปต้องหลงใหลที่นี่กันทุกคน … สถานที่แห่งนี้คือ ” ภูเขาไฟโบรโม่ ประเทศอินโดนีเซีย “ ครับ

ภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ครั้งล่าสุดที่ภูเขาไฟโบรโม่เกิดการระเบิดก็คือเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด การเดินทางคือมาลงที่เมือง Surabaya แล้วหารถเหมาพร้อมคนขับพาเที่ยวได้เลยครับ ควรมาตั้งแต่ตีสามตีสี่ เพื่อมาหาที่รอชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนนี้ ขอบอกว่าสวยมากกก

1415780665-33-o 1415780749-43-o

 

3. เมืองมรดกโลก Melaka หรือ มะละกา , ประเทศ Malaysia 

มาถึงสถานที่ใกล้ๆ บ้านเรากันบ้างครับ นี่คือเมืองที่มีเสน่ห์และสุดจะชิล อีกทั้งยังได้เป็นมรดกโลกจาก Unesco อีกด้วย

มะละกาเป็นเมืองหลวงของรัฐมะละกา 1 ใน 13 รัฐ ของประเทศมาเลเซีย เราคงเคยได้ยินชื่อช่องแคบมะละกาบ่อยๆ โดยช่องแคบมะละกาเป็นช่องแคบที่อยู่ระหว่างแหลมมลายูกับเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ส่วนที่แคบที่สุดมีความกว้าง 1.5 ไมล์ เป็นยุทธศาสตร์ทางการเดินเรือที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยรัฐนี้เป็นรัฐทางตอนใต้ในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกา ตรงข้ามกับเกาะสุมาตรา รัฐมะละกาเป็นหนึ่งในสองรัฐของมาเลเซียที่ไม่มีเจ้าผู้ครองรัฐเป็นประมุข แต่มีผู้ว่าราชการรัฐแทน เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตกบนช่องแคบมะละกามากว่า 500 ปีแล้วนะครับ  จึงทำให้มีจุดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปกรรมโปรตุเกส ดัชต์และมาเลย์  จนได้รับการยกย่องให้เป็นนครประวัติศาสตร์เมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ในปี 2008  เป็นเมืองที่เดินเล่นได้ชิลมาก ของกินก็อร่อย สโลไลฟ์ไปอีก

1416112031-6-o 1416115419-23-o

 

4. หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago , ประเทศญี่ปุ่น 

หากจะมีหมู่บ้านสักแห่งในโลกที่สวยงามและคลาสสิกไม่เหมือนใครในโลก หนึ่งในนั้นน่าจะมีชื่อของหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะเข้าไปด้วย ซึ่งการได้มาสัมผัสหมู่บ้านแห่งนี้ต่างฤดูกาล ก็จะให้อารมณ์ที่งดงามแตกต่างกันไป

หมู่บ้านมรดกโลก ” ชิราคาวาโกะ ” ( Shirakawago ) 

หมู่บ้านชิราคาวาโกะตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามา (Gifu and Toyama Prefectures) ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู ประกอบไปด้วยบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบ ๆ ที่ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) และเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีภูเขาสูงล้อมรอบทุกด้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านแถบนี้จึงพัฒนาสังคมและวิถีชีวิตที่แตกต่างจากชุมชนอื่นในญี่ปุ่นมาช้านาน หลักๆคือประกอบอาชีพชาวนาและเกษตรกรรมในอดีต

หมู่บ้านแห่งนี้มีสิ่งที่แปลกตาคือหลังคาทรงสูงที่มีความชันมากถึง 60 องศากับพื้นดิน จนดูเหมือนคนพนมมือภาษาญี่ปุ่นจึงเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่าเป็นรูปแบบกัสโช (Gassho-zukuri) ซึ่งแปลว่าสร้างแบบพนมมือ ด้านหน้าทำเป็นหน้าจั่วแบบบ้านทรงไทย มีการเจาะช่องหน้าต่างเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก และเป็นการระบายอากาศให้ถ่ายเทจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง เมื่อมองจากภายนอกจึงดูมีสัดส่วนสวยงาม

และในปี พ.ศ.2538 หมู่บ้านชิราคาวาโกะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นในพริบตา บ้านเรือนต่าง ๆ แปรสภาพกลายเป็นร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ บ้านพักค้างคืน แต่ก็ยังมีบ้างหลังที่ยังคงไว้ซึ่งความดั้งเดิม

DSC_8738 DSC_8785

 

5.  ทะเลสาบอินเล , ประเทศพม่า

จริงๆ ต้องบอกว่าพม่าน่าเที่ยวหลายที่ครับ แต่ส่วนตัวผมชอบธรรมชาติและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายสบายๆ ของทะเลสาบอินเลแห่งนี้ รวมไปถึงช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินนี่ฟินอย่าบอกใคร

ทะเลสาบอิน หรือไทใหญ่เรียกว่า หนองอางเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน อยู่ห่างจากเมืองตองยีประมาณ 25 กิโลเมตร และอยู่ในเขตของเมืองยองชเวครับ  ซึ่งเป็นทะเลสาบที่โคตรใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดคือวิถีชีวิตของชาวอินทาที่พวกเค้าปลูกพืชลอยน้ำ พายเรือไปตกปลา กินอยู่กันกลางน้ำ ชีวิตช้าๆ สบายๆ แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

พม่าในทุกวันนี้กำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่เจริญขึ้น ซึ่งหมายความว่าหลายๆ เมืองกำลังจะสูญเสียอัตลักษณ์บางอย่างไปอย่างช้าๆ เป็นอีกที่ที่ควรรีบเที่ยวในเร็ววันครับ

1426128563-DSC0925JPG-o 1426129634-DSC1197JPG-o

—————————————————————————————-

และอย่างที่ผมได้บอกไป ว่าวันนี้ผมมี เวบไซท์จองตั๋วเครื่องบินและที่พักทั่วโลกอย่างเวบ Traveloka  ที่สามารถให้คุณจองทั้งสองอย่างได้อย่างสะดวกสบาย ในราคาสบายกระเป๋า มาแนะนำกัน 

ทุกวันนี้ใครๆ ก็เดินทาง ใครไปก็ไปเที่ยว ดังนั้นจึงมีเวบไซท์จองพวกที่พัก ตั๋วเครื่องบินมากมาย เข้ามาให้เราได้ใช้บริการ แต่ละเจ้าก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป สำหรับ Traveloka นั้นก็มีจุดเด่นอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะ concept ที่บอกว่า “เดินทางเรื่องง่าย จ่ายแค่ที่เห็น”  คือเห็นเท่าไหน ก็จ่ายเท่านั้น ไม่มีหมกเม็ด สามารถบินไปได้ทั่วโลก พักก็ได้ทั่วโลกเช่นกัน

ส่วนคนไทยอย่างเราก็สบายใจได้ เพราะที่พักในประเทศถือว่าเจ้านี้ก็จัดเต็มครับ มีหลายๆ ที่ให้ได้ใช้บริการกัน ที่สำคัญบางครั้ง บางช่วงเวลา ราคาค่อนข้างถูกเลยล่ะ 

อีกเรื่องที่น่าสนใจของเวบนี้คือเรื่องระบบการชำระเงินที่หลากหลายครับ หากคุณจองตั๋วเครื่อง ที่พัก ผ่านเวบนี้ จะสามารถชำระได้ทั้ง บัตรเครดิต เดบิต เคสน์เตอร์เซอร์วิส Internet banking ซึ่งน่าจะตอบโจทย์หลายๆ คนได้อย่างกว้างขวาง แล้วก็แน่นอนว่ามี Application ในการจองผ่านมือถือใ้ได้ใช้งานเช่นกัน 

เดี๋ยวไปดูการใช้งานกันครับ

เริ่มแรกก็เข้าไปที่เวบ https://www.traveloka.com/th-th/ 

แล้วจะเห็น Service สองอย่างหลักๆที่เป็นจุดขายของเวบนี้ นั่นคือ ตั๋วเครื่องบินกับโรงแรม อีกเรื่องที่มักจะมีมาตลอดคือโปรโมชั่นต่างๆ ที่หมุนเมียนกันไปตามช่วงเวลาและเทศกาล นี่คืออีกหนึ่งความน่าสนใจของ Traveloka Screen Shot 2560-01-25 at 3.19.21 PM

อ่ะ มาลองจองกันดูครับ ยกตัวอย่างผมจะจองไปที่ประเทศญี่ปุ่น ณ.กรุงโตเกียว โดยเลือกไปลงที่สนามบินนาริตะ โดยจะมี Destination จากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้เลือกกันอย่างจุใจ

ทีนี้มาในส่วนของการเลือกวันที่ ตรงนี้ผมชอบมาก !

พอเวลาเราเลือกวันที่ จะมีวันหยุดประจำปีของบ้านเราเป็นตัวสีแดงแจ่มแจ้งไว้ให้เลย ช่วยได้เยอะครับ ไม่เสียเวลาไปเปิดอีกเวบเพื่อดูวันหยุด จบได้ในที่เดียว Screen Shot 2560-01-25 at 3.27.46 PM

พอเลือกสถานที่ วันที่จะไปได้เรียบร้อย ระบบก็จะนำพาเรามายังหน้าต่อไปที่จะมีราคามาให้เปรียบเทียบกันอย่างชัดเจน ว่าที่ไหนถูกกว่า เรียงลำดับตามเวลา ราคา หรือระยะเวลาที่บินก็ได้ เพียงเคลิกเดียว Screen Shot 2560-01-25 at 3.35.56 PM

เมื่อได้ไฟลท์ที่ถูกใจ ก็จะมาถึงหน้าจ่ายงาน ซึ่งบอกรายละเอียดทั้งหมด นี่คือราคาที่จ่ายจริงๆ ไม่มีเพิ่มเติม ยกเว้นหากเราจะมีขอ Service อะไรเพิ่มเติมก็อีกเรื่องครับ

จากนั้นเวบก็จะนำเราไปหน้าจ่ายเงินทันที และมีหลายวิธีให้เลือกชำระอย่างที่ได้บอกไปตอนแรกครับ ทั้ง บัตรเครดิต เดบิต เคสน์เตอร์เซอร์วิส Internet banking ซึ่งน่าจะตอบโจทย์หลายๆ คนได้อย่างกว้างขวางScreen Shot 2560-01-25 at 3.37.06 PM

นอกจากตั๋วเครื่องบินแล้ว อีกหนึ่ง Service คุณภาพก็คือเรื่องของที่พัก โดยเฉพาะในประเทศไทยเรามีให้เลือกหลากหลายมากครับ ไม่น้อยหน้าเวบไซท์จองที่พักชั้นนำ

มาลองจองกันดู อย่างครั้งนี้ผมจะลองจองไปภูเก็ต ก็เลือกตามปรกติ Screen Shot 2560-01-25 at 3.38.17 PM

จากนั้นก็จะมีโรงแรมขึ้นมาให้เลือกมากมาย  พร้อมราคาเนท  ซึ่งจะไม่เหมือนหลายๆ เวบที่คลิกเข้าไป ยังไปเจอราคาราคาที่เพิ่มเติมขึ้นมา อันนี้คือรู้เลยครับ ว่าเราต้องจ่ายเท่าไหร่ในหน้านี้  สามารถคลิกที่แผนที่เพื่อดูโรงแรมอื่นๆ ในโลเกชั่นใกล้เคียงกันได้ ปรับเลือกได้ว่าอยากให้เสิชจากอะไร ราคา ทำเล และอื่นๆ

อันนี้ผมลองเลือกภาษาไทยให้ดูอีกทาง แน่นอนครับว่าเวบนี้รองรับภาษาไทยScreen Shot 2017-01-30 at 12.10.52 PM

ดูไปดูมา ก็ได้ รร ที่ถูกใจ ก็คลิกเข้าไป จากนั้นก็เข้าสู่หน้าต่างของโรงแรมที่เราเลือก ตรงนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะคนที่จองโรงแรมบ่อยๆ ชอบมาก นั่นคือ รีวิว .. แน่นอนครับ ทุกเวบก็มี แต่ของ Traveloka จะมีรีวิวของ Tripadvisor มาให้ด้วยครับ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวบที่เชื่อถือได้มากที่สุดแห่งหนึ่งScreen Shot 2560-01-25 at 3.49.59 PM

มีรีวิวให้ดูถึงสองฐานข้อมูล Screen Shot 2560-01-25 at 3.50.51 PM

เมื่อเลือกได้ก้กดจองตามปรกติ เข้าจ่ายเงินได้หลายช่องทางเช่นกันน Screen Shot 2017-01-30 at 12.24.38 PM

สรุปว่าเป็นอีก Website จองตั๋วเครื่องบินและที่พักที่น่าจับตามองในยุคนี้ครับ มีความหลากหลาย Interface ใช้งานง่ายดูสบายตา มีความสะดวกต่อผู้ใช้งานในทุกรูปแบบ  ลองเข้าไปใช้กันดูได้ที่เว็ปไซต์ และแนะนำให้ดาวน์โหลดแอปไว้ด้วยครับ เพราะราคาจะถูกกว่าหน้าเว็ปอีก

ขอบคุณครับ ^^

Leave A Reply

Navigate