ทริปสุดฟินที่ ” Leh Ladakh , ประเทศอินเดีย 8 วัน กับมหัศจรรย์ธรรมชาติ ” [ เดินทาง July – August 17 ]

นี่คือทริปที่หลายๆ คนรอคอย!

กับสถานที่ที่ไม่มีคำว่า ” อินเดีย ” ที่เราเคยได้ยินมา หากคุณลองได้มาที่นี่ แล้วคุณจะหลงรักอินเดียเหมือนกับเรา ลองจินตนาการณ์ถึงดินแดนที่อยู่ท่ามกลางหิมาลัยบนความสูงกว่าสามพันเมตร กับธรรมชาติที่ไม่เหมือนที่ไหนดูสิครับ หากมีโอกาสได้มาเยือน แล้วจะพลาดได้ยังไง

ทริปนี้เราจะพาไปฟินกับ ดินแดนที่ชื่อว่า Leh Ladakh ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและหิมาลัย เป็นเวลา 8 วัน เต็มอิ่มจุใจครับ

วันเดินทางเรามีให้เลือก 2 ช่วงเวลา

1)  13 – 20 July 2017 ( รับ 20 ที่ ) 
2)  28 July – 4 Aug 2017 ( รับ 20 ที่ ) 

ทั้งสองทริปเหมือนกันครับ ต่างกันแค่ช่วงแรกผมไปด้วย ส่วนช่วงที่สองจะเป็นพี่อีกคนนึงไปครับ ไว้ใจได้ครับ ประสบการณ์โชคโชนกว่าผมเสียอีก  ^^

เรื่องน่ารู้เบื้องต้น ก่อนไปกับเรา

  • นี่คือการเดินทางแบบ Full Service รวมตั๋วเครื่องบินทั้งสี่ขา วีซ่า ที่พักคุณภาพ การเดินทาง และอาหารทุกมื้อ
  • เที่ยวจัดเต็ม เน้นเที่ยวสนุกๆ ถ่ายภาพสวยๆ
  • ขอร้องเลยครับ หากตรงไหนผมกับทีมงานยังบริการหรือโปรแกรมอะไรก็ตามที่ไม่ดีพอ ช่วยตำหนิหรือแนะนำ ชี้แนะมาที่ผมโดยตรงทันทีครับ จะแอบบอกหรือยกมือแจ้งได้เลย เราจะรีบแก้ไขทันควัน และปรับปรุงในครั้งต่อๆไป
  • ห้ามเกรงใจเรา จะเรียกให้ไปถ่ายภาพ หรืออยากได้อะไรบอกผมกับไกด์ได้เลยย ทริปนี้เพื่อทุกคนครับ
  • อีกเรื่องคือ ” เราคุยกันได้ทุกเรื่องเลยนะ ” อยากให้ไปกันแบบครอบครัว อบอุ่น สนุกสนาน มีบรรยากาศดีๆร่วมกัน เราอาจจะได้เจอกันครั้งแรก แต่มันจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ^^
  • รถใช้ toyota Innova นั่งสบาย คนขับมืออาชีพครับ

** ภาพถ่ายทุกใบที่เราถ่ายตลอดทริป เราจะให้เป็นกรรมสิทธ์เป็นของทุกคน เพราะเราทุกคนมีความทรงจำร่วมกัน **  

ดังนั้นใครอยากได้ภาพสวยๆ กับบรรยากาศของการเดินทางมาเป็นความทรงจำ แต่ไม่ชอบถ่ายภาพ หรรืออะไรก็ตาม สบายใจได้ครับ ^^

เลขที่ใบอนุญาติ : 11/08503 

————————————————————————————————–

มารู้จักกับ Leh Ladakh กันคร่าวๆ นะครับ

ลาดักห์ (Ladakh) คือดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงกลางระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงคาราโครัม กล่าวได้ว่านี่คือสุดเขตแดนตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหิมะที่สูงถึง 7,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขึ้นไปโอบล้อมเลห์ (Leh) อันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของแคว้นแคชเมียร์และจัมมู ให้กลายเป็นดินแดนลี้ลับ ที่ยากแก่การเข้าถึง ดาลักห์เคยเป็นหนึ่งในอาณาจักรใหญ่ที่สุดที่เคยรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นชุมทางการค้าขายของ 1 ใน 3 เส้นทางสำคัญแห่งหิมาลัยโบราณ อันได้แก่ เส้นทางสายแพรไหม เส้นทางเกลือ และ เส้นทางเครื่องเทศ โดยลาลักห์ทำหน้าที่เป็นชุมทางค้าขายสำคัญของพ่อค้าชาววาณิชที่เดินทางมาพบปะแลกเปลี่ยนซื้อขายกันบนเส้นทางแพรไหมทางบกเชื่อมต่อกับเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก ตะวันออกกลาง และยุโรปเข้าด้วยกัน ลาดักห์ จึงไม่ต่างกับเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร

ที่นี่ตั้งอยู่ตอนเหนือของประเทศอินเดีย ทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับฑิเบต อยู่ห่างจากเมืองนิวเดลฮี (New Delhi) เป็นระยะทาง 615 กิโลเมตร ภายใต้การปกครองของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ (Jammu & Kashmir) ซึ่งประกอบด้วย 3 แคว้นคือ แคว้นจัมมู แคว้นแคชเมียร์ และ แคว้นลาดักห์ โดยมี เลห์ (Leh) เป็นเมืองหลวงของลาดักห์ มีภูมิประเทศที่ถือว่าตั้งอยู่บนที่ราบสูงที่สุดของอินเดีย โอบล้อมด้วยเทือกเขาทั้งสามด้านคือ ทางด้านเหนือติดกับเทือกเขาคุนลุน (Kunlun) ทางด้านตะวันตกติดกับเทือกเขาคาราโครัม (Karakoram Range) และทางด้านทิศใต้ ติดกับเทือกเขาหิมาลัย (Himalaya)

————————————————————————————————–

Programs

Day 1  :   Bangkok – Delhi

รวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วเตรียมทะยานฟ้าสู่เมือง Delhi กันด้วยสายการบิน Jet Airways สวยการบินระดับ Premium ของประเทศ มาเจอกันตอนบ่ายแก่ๆ ใครมีงานลาครึ่งวันพอนาจา เครื่องออกสองทุ่มครับ

Day 2  :   Delhi – Leh Ladakh 

เมือ่มาถึง Delhi ก็รอเปลี่ยนเครื่องในสนามบินชิลๆ กันครับ ไม่ว่าคุณจะบินมาจากไหน การจะไปเลห์การรอต่อเครื่องคือเรื่องปรกติครับ และเมื่อถึงเวลา ก็เตรียมบินขึ้นเหนือไปยังดินแดนแห่งขุนเขา

ก่อนเครื่องจะลง 30 นาทีสุดท้าย ห้ามหลับเป็นอันขาดครับ ขอเตือนทุกคนที่อ่านโปรแกรมนี้ ไม่ว่าจะไปกับเราหรือไม่ก้ตาม ไม่อยากให้พลาด กับวิวเทือกเขาหิมาลัย เข้ามาหายใจอยู่ใกล้ๆเครื่องบิน สวยมากก!

เราจะมาถึงกันแต่ไก่โห่ แต่ไม่แนะนำให้ไปไหนครับ ต่อให้ฟิตมาจากไหน เมื่อเราต้องขึ้นมาอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3000 เมตร ภายในเวลาชั่วโมงกว่าๆ นี่ สิ่งแรกที่ควรทำคือพักผ่อน นอนหลับ แล้วตื่นมาจะโอเคครับ ดังนั้นเมื่อถึงแล้ว เราจะพักผ่อนกันก่อน พอบ่ายแก่ๆ ก็เตรียมไปฟินกันเลย

อาหารเที่ยงที่โรงแรม

เราจะเริ่มจากเดินเล่นใจกลางเมือง Leh หรือ Center Market จากนั้นขึ้นไปชมวิวสวยๆ กันที่ เจดีย์บนยอดเขา Shanti Stupa ซึ่งเป็นเจดยีสันติภาพ สร้างโดยพระลามะจากญี่ปุ่น วิวบนนี้สวยงามไม่ธรรมดา แล้วไปต่อด้วยแสงสุดท้ายที่ Leh Palace สถานที่ที่คุณจะได้เห้นวิวมุมสูงจากเมือง Leh ในอ้อมอกของขุนเขาทั้งเมือง

รับประทานอาหารเย็น

พักโรงแรมคุณภาพ

DSC_1707 DSC_1776 DSC_1800 DSC_1841 DSC_1875 DSC_1892 DSC_1912 DSC_1925

Day 3  :   Day trip to Lamayuru

อาหารเช้าที่โรงแรม

วันนี้เราจะ Day trip กันไปที่ปลายทางคือวัด Lamayuru ที่เป็นวัดที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง วัดลามะยูรู ตั้งอยู่บนยอดเขาหินทราย แวดล้อมไปด้วยดินแดนที่เรียกว่า Moon Land ดูสวยงามแปลกตา และน่าค้นหามากครับ

แต่อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้จุดหมายปลายทางคือ ” ระหว่างทาง ”

ต้องบอกว่าระหว่างทางนั้นมีจุดให้แวะไปแชะกันหลายจุด และแต่ละจุดสวยๆ ทั้งนั้นครับ คือการเที่ยวในเมือง Leh นั้น ไม่ควรจะหลับแม้นาทีเดียว เพราะแค่เพียงวูบเดียว คุณอาจจะพลาดของดีๆ ระหว่างทางก็เป็นได้ ยกตัวอย่างจุดที่เราจะแวะเช่น Alchi Monastery ,Megnitic hill ,Pathar Sahib Gurudwara ม Hall of Fame museum , Zanskar & Indus  และจุดน่าสนใจอื่นๆ อีกเพียบ เตรียมแวะแล้วแชะกันให้สนุก

อาหารเที่ยง กับ อาหารเย็น ครบครับ

DSC_2043 DSC_2059 DSC_2073 DSC_2108 DSC_2149 DSC_2203 DSC_2209 DSC_2226 DSC_2238 DSC_2312 DSC_2327

Day 4  :   Day trip to Pangong  ( ทะเลสาบปันกอง ) หรือ ทะเลสาบ Tsomoriri

อาหารเช้าที่โรงแรม

อีกหนึ่งสถานที่ไฮไลท์ของ Leh ครับ กับทะเลสาบแสนสวยท่ามกลางขุนเขาอันยิ่งใหญ่ วันนี้เราจะไปที่ทะเลสาบ Pangong หรือไม่ก็ทะเลสาบ Tsomoriri ครับ ลองดูสภาพอากาศกันอีกครั้ง โดยเส้นทางนั้นจะไปคนละเส้นกัน หลักๆ จะโฟกัสไปที่ Pangong ก่อน

Pangong เป็นทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลก 4,268 เมตร อยู่ติดกับชายแดนด้านทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง เส้นทางที่จะไปทะเลสาบจะต้องผ่านช่องเขา Chang La Pass  เส้นทางรถยนต์ซึ่งอยู่สูงเป็นอันดับ ของโลก ระหว่างทางนี่วิวสวยเช่นเคย ห้ามพลาดครับ จนมาถึงที่ทะเลสาบ Pangong

เราจะฟินกันให้เต็มที่จากนั้นจึงเดินทางกลับมาเมือง Leh

อาหารเที่ยง กับ อาหารเย็น ครบครับjammu_kashmir_pangong_lake-wideDSC_2790 DSC_2819 DSC_2826 DSC_2870

Day 5  :   Nubra Valley ( ค้างที่นั่น )

อาหารเช้าที่โรงแรม

จากนั้นเราจะมุ่งหน้าเดินทางไกล ผ่านเส้นทางที่สวยงามไปยังสถานที่ที่เรียกว่า ” Nubra Valley ”  

นูบร้าวัลเล่ย์อยู่ทางตอนเหนือของเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อกไหลผ่าน มีอากาศอบอุ่นกว่าเลห์ และมีความสูงที่ต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศสบายๆ และเหมาะแก่การปลูกผลไม้เช่น แอปเปิ้ล แอปปลิคอต การเดินทางมายังนูบร้าวัลเล่ย์ จะต้องผ่านเส้นทางถนนที่สุงที่สุดในโลกและผ่านจุดที่สูงที่สุดของเส้นทางคือ Khardung La Pass ที่ระดับความสูงราว 5,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล วิวสวยมากครับ  จากจุดสูงสุดของเส้นทางสามารถเห็นแนวเขาคาราโครัม แห่งปากีสถาน ที่มีหิมะปกคลุมได้อีกด้วย

จากนั้นเราจะผ่านระหว่างทางสวยๆ อีกครั้ง ทั้งวัด Deksit Monastry ทะเลทราย Hunder ไปขี่อูฐกัน และระหว่างทางที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่พักของเราจะอยู่ละแวกนี้ครับ เป็นรีสอร์ทน่าอยู่อีกแห่ง

อาหารเที่ยง กับ อาหารเย็น ครบครับ

afr_3068 hunder-sand-dunes nubra-valley-Leh

Day 6  :   Nubra Valley – Leh  

อาหารเช้าที่โรงแรม

มุ่งหน้ากลับสู่ Leh ระหว่างทางแวะเที่ยวที่ Diskit Gompa วัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเขต Nubra Valley  มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และถือเป็นจุดชมวิวสวยๆ ในอีกหลายมุมมองของพื้นที่แถบนี้

จากนั้นกลับ Leh ครับ เมื่อถึงแล้ว อิสระเดินเล่นในเมือง ชิม ชอป แชะ กันได้ตามอัธยาศัย ในเขตเมือง Leh นั้นหากเดินจริงๆ มีที่เดินหลายจุดครับ ลัดเลาะตรอกนั้น ตรอกนี้ ดูวิถีชีวิตคนที่นี่คือความเพลิดเพลินที่พลาดไม่ได้

อาหารเที่ยง กับ อาหารเย็น ครบครับ

DSC_3263 DSC_3284 DSC_3307 DSC_3317 DSC_3324 DSC_3340 DSC_3481

Day 7  :   One day trip around ” Leh  “

อาหารเช้าที่โรงแรม

วันนี้เราจะทัวร์กันหลายที่เลยครับ ให้คุ้มค่ากับวันสุดท้ายที่ดินแดนมหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งนี้ นอกจากจุดหมายปลายทางแต่ละที่แล้ว วิวระหว่างทางก็ยังคงสวยงามเฉกเช่นทุกวัน

เริ่มต้นวันดีๆ กันที่ Thiksey monastery ซึ่งเป็นวัดของนิกายเกลุคปา สร้างอยู่บนเขาด้วยรูปแบบวัดฑิเบต ภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ วัดนี้รูปทรงคล้ายๆกับพระราชวังโปตาลาในธิเบตครับ

ต่อที่ Stok palace ซึ่งแต่ก่อนเป็นพระราชวัง แต่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมของใช้เครื่องแต่งกายของกษัตริย์ในอดีต บนนี้วิวสวยครับ บรรยากาศรอบๆ ก็ดีงาม

ต่อด้วย Tak tok Monastry อีกหนึ่งวัดบนเขาที่มีวิวระหว่างทางสวยๆ ให้ชม

Shay palace หรือ พระราชวังเชย์ ในอดีตเคยเป็นพระราชวังในสมัยที่หมู่บ้านเช เคยเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดในลาดักห์ ถึงปลาย ค.ศ. 1630 ได้ย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่เลห์  ในอาณาบริเวณพระราชวังเชบนยอดเขามีวัดที่น่าสนใจสองแห่งด้วยกัน โดยวัดทั้งสองแห่งเป็นที่ประดิษฐานพระศากยมุนี ข้างหน้าพระราชวังเช ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามตกปลา หรือ สัตว์น้ำอื่นๆ โดยมีรั้วรายล้อมไว้ สวยงามมากครับ

เที่ยวชม วัด Chemrey อีกวัดที่สร้างลดหลั่นบนเนินขาวอย่างสวยงามแปลกตา รวมไปถึง Stakna Gompa อีกหนึ่งวัดโลเกชั่นดีๆ ที่เราจะไม่ปล่อยให้คุณพลาดครับ

และวัดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้คือ วัด Hemis  เป็นวัดพุทธตันตระนิกายหมวกแดง หรือ นิกายนิงห์มาปา ซึ่งเป็นนิกายดั้งเดิมของศาสนาพุทธสายทิเบต ท่านปัทมสัมภวะ (Padmasambhava) หรือที่ชาวทิเบตเรียกว่า คุรุริมโปเช (Kuru Rinpoche) ซึ่งเป็นภิกษุรูปแรกที่เดินทางจากอินเดีย เมื่อปี พ.ศ. 1350 ที่ได้นำศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ในทิเบตและเป็นผู้ให้กำเนิดนิกายหมวกแดง ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือจากชาวทิเบตอย่างกว้างขวาง จัดว่าเป็นวัดโบราณที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในดาลักห์ ถูกสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าเซงกี กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลาดักห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ศาสนาพุทธในอินเดียล่มสลาย เมื่อกองทัพชาวเติร์กได้บุกเข้าสู่อินเดีย และต่อมาได้รับการทำนุบำรุงโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์นัมเคียล (Namgyal) มาตลอด วัดเฮมิส ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลกในปี ค.ศ. 1998

อาหารเที่ยง กับ อาหารเย็น ครบครับ 

DSC_2441 DSC_2523 DSC_2537 DSC_2572

DSC_2598 DSC_2608 DSC_2617 DSC_2631 DSC_2638 DSC_2661 DSC_2664 DSC_2752

Day 8  :   Leh – Delhi – Bangkok 

ไฟลท์ของ Jet Airways ออกค่อนข้างเช้าครับ วันนี้ตื่นกันแต่ไก่โห่ แล้วไปสนามบินกันเลยครับ จะถึงกรุงเทพกันตอนค่ำๆ ครับ

————————————————————————————-

” ราคาทริปนี้ 45,600  บาท ต่อหนึ่งท่าน ”    โดยเราจะหักจากรายได้ 50 บาทในทุกๆหนึ่งที่นั่ง แล้วนำไปเข้ากองทุนเพื่อทำอะไรดีๆ ให้กับสังคม 

รายละเอียดเพิ่มเติม

พักห้องคู่ ห้องละ 2 ท่าน ท่านละ 45,600   บาท

ราคาไม่รวมตั๋วที่ 29,500

พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 6,500 บาท

** กรุ๊ปนี้รับไม่เกิน 20 ท่าน **

————————————————————————————-

อัตรานี้รวม 

– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ  Economy ของสายการบิน Jet Airways  และค่าภาษีต่างๆ โดยน้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 กิโลกรัม
– ค่าเดินทางทั้งหมดโดยรถยนตร์ Toyota Innova
– ค่าโรงแรมที่พัก (พักห้องละ 2 ท่าน)
– ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ และค่าน้ำดื่มทุกวัน
– ค่าพาหนะระหว่างนำเที่ยวทั้งหมดตลอดรายการ
– ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
– ค่าบริการนำเที่ยวตลอดรายการจากมัคคุเทศก์ของบริษัท
– ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง (วงเงินประกันอุบัติเหตุสูงสุด ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท และวงเงินประกันสุขภาพสูงสุดอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ท่านละไม่เกิน 500,000 บาท)

อัตรานี้ไม่รวม

– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทยและคนขับรถ ขึ้นอยู่กับการบริการ และความพึงพอใจของท่าน ( ปกติจะอยู่ที่คนละ 100 บาท ต่อคน ต่อวันครับ )
– ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
– ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
– ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการจอง

1)       อ่านทุกอย่างให้ดี ดูโปรแกรมให้มั่นใจ ว่านี่แหละใช่สำหรับเรา!
2)       เปิดให้จองได้เรื่อยๆ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2017 จนเต็ม โดยทางเราจะถือเรื่องการโอนมัดจำเป็นสำคัญ โดยสามารถทำการจองได้ 3 ช่องทางดังนี้

A)  โดยสามารถจองได้ที่ Inbox ของ page : https://www.facebook.com/Wearewanderlusttravel      

B)  หรือโทรมาจองตรงได้ที่เบอร์ 064 – 9963939

C) ทาง Line@ โดย Add ID มาที่  @scratchdaworld ( ต้องพิมพ์ @ ข้างหน้าด้วยครับ ) จากนั้นก็แจ้งจองได้เลย หรือคลิกที่ลิ้ง http://line.me/ti/p/%40oye2005h

หลังจากจองแล้วรบกวนชำระค่ามัดจำ  จำนวน 20,000 บาท โดยทางเราจะถือเอาการโอนมัดจำเป็นสำคัญนะครับ หากมีข้อสงสัยก่อนโอน อยากมั่นใจ โทรมาที่  064 – 9963939 ได้ทันทีครับ ^^ 

โอนมาที่ :  ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี  132-2-34489-5   ( ชื่อบัญชี ปองพล วาทะกุล ) ครับ 

หากโอนแล้ว รบกวนส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่  

ช่องทางที่ 1 : Inbox ของ page : https://www.facebook.com/Wearewanderlusttravel    

ช่องทางที่ 2 : Email : we.are.wanderlust.travel@gmail.com หรือทาง Line ก็ได้เช่นกัน 

** สอบถามเรื่องการจองหรือข้อมูลต่างๆ  โทร 064 – 9963939  ครับ **

3)        ส่วนที่เหลือชำระทันทีหรือก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 50 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัตินะครับผม ( กรณียกเลิกก่อนเดินทาง อาจจะโดนหักค่ามัดจำไปตามขั้นตอนที่เราได้ดำเนินการครับ )

4)       การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วันก่อนเดินทาง มิฉะนั้นจะไม่ามารถคืนมัดจำได้ครับ
5)       กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 25-30 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของราคาทัวร์
6)       กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 24 – 11 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 85 % ของราคาทัวร์

Leave A Reply

Navigate