ทุกที่คือพีคจริง มัดรวมไว้กับหลายอารมณ์ และหลายสไตล์ทั่วแผ่นดินภาคพื้นยุโรปแบบแน่นๆ แน่นอนครับมีอีกหลายเมืองเช่นกัน ไว้ถ้าฟีดแบคดี เดี๋ยว season2 จะตามมา นี่คือความเห็นส่วนตัว แต่เชื่อเถอะไม่มีใครไม่เห็นด้วย!  

=================================

Fanpagehttps://www.facebook.com/scratchdaworld/

Youtube Travel Channel ( เที่ยวรอบโลก )https://www.youtube.com/channel/UCza3CAqJyecM2AGjxiV_pSQ?sub_confirmation=1

Instagram : scratch.da.world

หรือคลิกลิ้ง >> https://www.instagram.com/scratch.da.world/

=================================

Hallstatt , ประเทศ Austria 

เมืองนี้ใครไม่หลงก็บ้าแล้ว สวย น่ารัก และโรแมนติกอย่าบอกใคร มาฤดูไหนก็ให้ความสุขที่ต่างไปครับ 

เมืองฮัลล์ชตัทท์ (Hallstatt) คือหนึ่งในเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยว

ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศออสเตรีย (Austria) โดยเมืองฮัลล์ชตัทท์นั้นอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria)
ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐ ของประเทศออสเตรียนั่นเอง เมืองฮัลล์ชตัทท์เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ชตัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ ซี (Hallstatter See) ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย เป็นเมืองชนบทเล็กๆที่มีอากาศบริสุทธิ์ ที่พีคคือการได้มาสัมผัสกับทัศนียภาพสวยๆของตัวเมืองที่ถูกโอบล้มไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูง

และไม่ต้องสงสัยครับเมืองนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก Unesco เรียบร้อย 

✔️สองมุมมหาชนประจำเมือง และอีกหลายมุม
✔️ขึ้นไปเที่ยวเหมืองเกลือช่วงซัมเมอร์
✔️จุดชมวิว five finger
✔️เดินไปให้สุดทั้งสองฝั่ง มีจุดน่าสนใจตลอดทาง ด้านบนก็ขึ้นได้ มีโบสถ์ 
✔️ปลาเทร้าคืออาหารท้องถิ่นที่นี่ ไปแล้วต้องลอง
✔️ทำ day trip จาก Salzburg ได้ด้วยรถไฟ

มรดกโลก Meteora , ประเทศ Greece 

บอกเลยว่าพอไปเห็นของจริง ในช่วงพระอาทิตย์กำลังขึ้น หมอกลอยปกคลุมยอดเขา คือสตั้นอยู่นานน สวยมากกก ไม่ควรพลาดด้วยประการใดๆ 

Meteora เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในตอนกลางของประเทศกรีซ เมื่อก่อนใช้เป็นสถานที่พำนักของนักบวชคริสต์นิกายออโธดอกซ์ สร้างบนยอดหินสูง 400 เมตร เหนือหมู่บ้านเล็กๆ ด้านล่าง สาเหตุที่ต้องสร้างบนยอดหินสูง เพื่อต้องการความสงบและเป้นความเชื่อที่ว่าจะได้ใกล้กับสวรรค์ ได้สร้างในช่วงที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองยุคศตวรรษที่ 14 เพื่อให้สถานที่ที่ใช้ในการสืบทอดศาสนาอยู่รอดปลอดภัยจากสถานการณ์ต่างๆ ในยุคนั้น การเดินทางขึ้นไปมีเพียงการใช้บันไดหรือเชือก ศิลปะของสถานที่แห่งนี้เป็นแบบไบแซนไทน์ หรือศิลปะของนิกายอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์อันเป็นเอกลักษณ์

และเช่นเคย ทางองค์การยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียน เมเทโอราเป็นมรดกโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา 

✔️สามารถมาเที่ยวจาก Athen ได้โดยรถไฟไปลงที่ Kalambaka ราวๆ 3-4 ชั่วโมง
✔️ควรค้างคืนนึง และขึ้น Meteora ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วคุณจะได้เห้นภาพแบบนี้
✔️ควรขับรถหรือขึ้นมา เพราะแต่ละวัดไกลกันพอควร บางที่มีขึ้นลงเขา ผมเดินนี่ขาลากกก
✔️วัดต่างๆ เข้าได้ ที่สวยสุดคือวิหารหลัก Meteora

Zermatt , Matterhorn ประเทศ Switzerland 

หากคุณคือขาเที่ยวตัวจริง สถานที่นี้คงคุ้นตากันดี กับยอดเขาแหลมเฟี้ยว ที่เป็นสัญลักษณ์ของชอคโกแลตยี่ห้อดัง นั่นคือยอดเขา Matterhorn ที่ตั้งอยู่ในเมือง Zermatt 

เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในหุบเขา Mattertal ในความสูงที่ 1620 ม. ระดับตีนเขาของยอดสูงสุดของสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งจะต่ำกว่าเมืองเซนต์ มอริสเล็กน้อย เซอร์แมทเป็นเมืองที่มีประชากรน้อยมาก และอาชีพหลักของคนพื้นเมืองคือ พนักงานโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งรายได้หลักของเมืองนี้มาจากการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวนั่นเอง

และแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ก็คือยอดเขาทรงพีระมิดที่สูงเด่นเป็นสง่าท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ ด้วยความสูง 4,447 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดหมายของการเดินทางของทุกคน

✔️สามารถขึ้นได้สองทางคือ นั่งกระเช้าทางฝั่ง Matterhorn กับทางฝั่ง Gonergrat ด้วยรถไฟ
✔️แนะนนำฝั่ง Gonergrat เพราะจะได้เห็นวิวพาโนราม่าของที่นี่ 
✔️ไม่ควรพลาดเดินลงไปที่ทะเลสาบ ตรงสถานี Rotenboden 
✔️มาถึงแล้ว ต้องขึ้นไปให้ถึงสุดด้านบน มีวิวสวยๆ อยู่
✔️ร้านกาแฟบนนี้มีความคูลในการนั่งจิบกาแฟท่ามกลางเขาหิม
✔️รอบๆนี้มีจุด Trek สวยๆ อีก ถ้ามีเวลาลองศึกษาดูครับ

Kotor , ประเทศ Montenegro

หลายคนอาจจะแค่ได้ยินชื่อประเทศก็งงแล้ว ยิ่งมาเห็นชื่อเมืองนี่อาจจะสงสัยว่ามันอยู่ส่วนไหนของโลก จริงๆ ไม่ไกลเลย และมีสเน่ห์มาก ไม่งั้นคงไม่ได้รับมง มรดกโลกจาก Unesco 

เมือง Kotor ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเอเดรียติกภายในประเทศมอนเตเนโกร เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคกลางเมื่อเวลาผ่านพ้นไปเมืองแห่งนี้ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่ออกแบบตามสไตล์โรมันไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จนได้รับการจดทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1979 มีจุดน่าสนใจอยู่หลายจุด เที่ยวง่ายๆ และใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้านานหน่อยก็จะดี

✔️มีเมือง Perast ที่ห่างออกไป 20 นาที สวยยและควรค่า
✔️อย่าลืมปีนป้อมผุพังด้านหลังไปชมวิวห้าดาวว และต้องปีนให้สุด
✔️ถ้ามีเวลาเดินเรียบชายฝั่งขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ จะได้วิวสวยเหมือนในรูปนี้
✔️สามารถทำ day trip มาจาก Dubrovnik ได้
✔️วีซ่าเชงเก้นต้องเป็น multiple เท่านั้นถึงจะเข้าได้

หมู่บ้านมรดกโลก Cinque Terre , ประเทศ Italy 

อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในประเทศอิตาลี 

Cinque Terre หมายถึง ดินแดนทั้งห้า ซึ่งประกอบด้วย หมู่บ้านน่ารักๆ 5 หมู่บ้าน ซึ่งมีลักษณะร่วมหลายๆ อย่างเหมือนกัน คือเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนหน้าผาหรือชายเขา ติดทะเล ลักษณะของสิ่งปลูกสร้างมีสีสันฉูดฉาด เป็นเมืองเก่าแก่ซึ่งก่อตั้งมากว่า 1,300 ปีที่แล้ว ชิงเคว เตเร่ ตั้งอยู่ในเมืองลา สเปเซีย (La Spezia) แคว้นลิกูเรีย (Liguria) ปัจจุบัน Cinque Terre ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO  นั่นทำให้ที่นี่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ อย่างโรงแรม 5 ดาวสุดหรู แต่จะเป็นตึกเตี้ยๆ 2-3 ชั้นเสียมากกว่า ที่นี่อาจจะดูไม่เป็นระเบียบมากนัก  แต่ก็น่ารักในแบบของมัน โบสถ์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ล้วนเป็นร้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านมาเปิดกันเอง ขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างมะนาวเหลือง ปลาแอนโชวี่ น้ำมันมะกอก และไวน์

✔️หมู่บ้านที่สวยตามลำดับคือ Manarola , Riomaggiore , Vernazza , Corniglia , Monterosso
✔️ควรมาค้างคืนนึงถ้ามีเวลส
✔️และถ้าเวลาน้อย เที่ยวสองหมู่บ้านแรก จบ
✔️ถ้าไปเองต้องรั่งรถไฟไปลงที่ La Spezia ต่อ Regional train ที่วิ่งระหว่าง 5 หมู่บ้าน มีตั๋ววันแบบบุฟเฟ่ต์
✔️ช่วงเวลาสวยสุดคือพระอาทิตย์ตกดิน เพราะแสงจะสาดส่องไปยังตัวบ้าน 
✔️มีเรือให้นั่งในช่วง summer

Mont.Saint Mitchel , ประเทศฝรั่งเศส 

นี่คือวิหารกลางน้ำมรดกโลก ที่สวยจริงๆ ทั้งกลางวันและกลางคืนน ไกลจากปารีสพอสมควร แต่มาเหอะ คุ้มค่าาา

Mont.Saint Mitchel คือวิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวกลางทะเลชายฝั่งตะวันตก บริเวณจังหวัดม็องช์ แคว้นบัส-นอร์ม็องดีของประเทศฝรั่งเศสได้รับประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยในปีหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนกว่า 3 ล้านคน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับที่ 3 ของประเทศฝรั่งเศสรองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซาย! ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่พาทุกคนมาที่นี่

วิหารแห่งนี้วิก่อสร้างตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 6-7 ตัววิหารทำมาจากหินแกรนิต อายุเก่าแก่นับพันปี ยอดวิหารสูง 155 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถ้าคุณยังนึกถึงความยิ่งใหญ่ของสถานที่นี้ไม่ออก ให้นึกถึงหนึ่งเกาะใหญ่ๆ ที่ถูกรายล้อมไปด้วยบ้านเมืองของผู้คนเรียงรายขึ้นไป และไปจบสุดท้ายด้วยวิหารแห่งความศรัทธาที่จุดสูงสุดของเกาะนี้ 

✔️น้ำจะขึ้นและลงในตอนเช้าและตอนเย็นค่ำๆ นั่นคือนาทีทองครับ
✔️ภายในวิหารมีร้านอาหารบรรยากาศดี แนะนำ แต่ก็แพงใช่เล่น 
✔️ไม่ควรไปกลับจาก paris ควรมาค้าง แล้วเที่ยวเมืองน่ารักๆ แถบนี้ 
✔️มีรถบัสวิ่งระหว่างวิหารกับจุดจอดรถตลอดวันถึงค่ำ
✔️จากปารีสมาไงหรอ นั่งรถไฟมาลง Rennes หรือมาลงที่ Pontorson แล้วจะมีรถบัสมาที่วิหารได้

Dubrovnik , ประเทศ Croatia 

ถ้าคุณคือแฟนซี่นี่ Games of thrones คือฟินแน่ๆ เพราะหลายฉากถ่ายที่นี่ แต่ไม่ใช่แฟน ก็ทำแทนได้ เพราะที่นี่นั้นสวยมากกก 

เมือง Dubrovnik ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก”

ด้วยความลงตัวของสถาปัตยกรรมและผังเมืองที่เป็นระเบียบ เป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และมีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า จึงได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้โดดเด่น ด้วยการตกแต่งพระราชวัง สร้างโบสถ์ วิหาร จัตุรัส น้ำพุ  และบ้านเรือนต่างๆ และได้รับการบูรณะและปรับเปลี่ยนอย่างงดงามตามยุคสมัย  ในเขตตัวเมือง Dubrovnik เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม ทั้งโกธิก เรอเนสซองส์ และบาร็อค บรรยากาศสงบ เย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป เพราะมีภูมิอากาศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน เดินเล่นได้เพลินมากกก 

✔️เดินหรือขึ้นกระเช้าไปชมวิวสวยๆ จากบนเขา จากภาพนี้ ผมเดินครับ ขาลากกกเลยทีเดียว แต่คุ้มค่า
✔️ไม่ควรพลาดเดินรอบๆ กำแพงเป็นอย่างยิ่ง
✔️สำหรับแฟน games of thrones จะมีมุมหลายมุมที่มช้ถ่ายทำในฉากสำคัญ
✔️ควรค้างอย่างน้อยๆหนึ่งคืน
✔️อาหารทะเลต้องลองง

กรุง Paris , ประเทศฝรั่งเศส 

คงไม่ต้องบรรยายอะไร เพราะใครๆ ก็ไปกันหมดแล้ววว กับมหานครสองอารมณ์แห่งนี้ .. ทั้งสวยงาม และอันตรายในคราวเดียวกัน หมายถึงอันตรายในแง่ของโจรย์นะครับ เพราะโจรย์เยอะจริงๆ แต่สวยแบบนี้ ก็ยอมล่ะว้าาา ระวังของมีค่าดีๆ ก้อพอ 

Paris เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส และติดอันดับเมืองท่องเที่ยวฮ็อตฮิตของโลก เมืองนี้เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โบราณสถานและวัตถุอันมีค่าศิลปะอย่างนับประมาณมิได้ ทั้งยังเป็นเมืองชั้นนำด้านแฟชั่นและอาหาร จึงดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเยือน ที่สำคัญเลยคือบรรยากาศของเมืองที่สุดแสนจะโรแมนติกและมีสีสัน 

✔️หอไอเฟลคือห้ามพลาด ทั้งมุมสูงและมุมต่ำ มุมใกล้และไกล 
✔️ถนนชองอลิเซ่นี่ก็ต้องไป สวรรค์นักชอปปปและประตูชัยยอันโด่งดัง
✔️สำหรับลูฟ ใครไม่อินงานศิลป์ เอาจริงๆ ถ่ายข้างหน้าก็งามมแล้ว ส่วนใครอิน ไม่ควรพลาดเข้าชม
✔️วิวจาก montparnasse tower สวยยมาก รูปถัดไป
✔️มิจฉาชีพเยอะมากกก 
✔️ร้านอร่อยก็เยอะมากกก 

เอาเป็นว่าข้อมุลเมืองนี้มีหลายด้าน และหลายเรื่องครับ นี่แค่เสี้ยวหนึ่ง เดี๋ยวจะยาวไป 555

เกาะ Santorini , ประเทศ Greece 

ผมไม่แปลกใจเลย ที่เกาะแห่งนี้คือหนึ่งในเกาะที่โรแมนติกที่สุดในโลกกก ทั้งคามสวยงามของภมิทัศน์ กับบ้านเรือสีขาวที่สร้างลดหลั่นกันตามแนวเขา

โดยมีฉากหน้าคือท้องทะเลอันกว้างใหญ่  เกาะ Santorini เป็นวงเกาะภูเขาไฟนอนอยู่บนหมู่เกาะรูปโค้งในทะเลอีเจียน เกิดการระเบิดของภูเขาไฟในปี 1450 ก่อนคริสต์ศักราช ทำให้เกิดแอ่งหลุมปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จมหายไปและก่อเป็นรูปร่างเหมือนพระจันทร์เสี้ยวที่เราเห็นทุกวันนี้ โดยในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราช นักรบเผ่าดอเรียน (Dorian) เข้ามาตั้งถิ่นฐานและให้ที่นี่ชื่อว่า เทียรา (Thira) แต่ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นแซนโตรินีเมื่อชาวเวนิเชียน St. Irene มาพิชิตเกาะในศตวรรษที่ 13 

ทุกวันนี้เกาะแห่งนี้คือแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัฯที่สุดในประเทศ Gree โดยเมืองหลักๆ ของเกาะจะมีสองเมืองคือ Fira ซึ่งถือว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญเพราะการขนส่ง ที่พักราคาไม่แพง ร้านอาหารต่างๆ จะอยู่ที่นี่ กับอีกจุดคือเมือง Oia ซึ่งเรียกว่าเป้นจุดที่สวยที่สุดของเกาะ และดังที่สุด โดยเฉพาะการมาชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่คือเรื่องที่ต้องห้ามพลาด รอบๆเกาะยังมีจุดน่าสนใจอื่นๆ เช่นเมืองเล็กๆ ต่างๆ , ชายหาด , ภูเขาไฟที่มอดแล้ว และอีกหลายจุด

✔️ถ้าคิดจะนอน ให้นอนที่โรงแรม Sea view เดี๋ยวจะไม่ได้ฟีลลลนะแกร
✔️พระอาทิตย์ตกที่ Oia คือห้ามพลาด
✔️จริงๆ Fira ตามริมทะเลก็สวยนะ เดินเล่นไปได้เรื่อยๆ เลย 
✔️ความเห็นส่วนตัวคือจุดอื่นๆ ที่ไปมาเฉยๆ มีเวลาก็ไป ไม่ไปก็ไม่เสียดายอะไร
✔️จะนั่งเรือ หรือบินมาจาก Athen ก้ได้ทั้งสองแบบ แต่นั่งเรือจะนานหน่อย

เมือง Porto , ประเทศโปรตุเกส

หากถามผมว่าชอบเมืองไหนที่สุดในประเทศนี้ ผมไม่ลังเลเลยที่จะตอบว่าเมือง Porto ซึ่งเป็นมรดกโลกเช่นกัน สวย วินเทจ และคลาสสิกมากก

Porto คือเมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าที่เก่าแก่ของยุโรปและของโลก นั่นทำให้มีมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามากมาย จึงมีการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ เพื่อส่งเสริมบทบาทในการเป็นเมืองท่าที่สำคัญ

เมืองเก่ามหาสเน่ห์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรู (Duoro) ซึ่งไหลผ่ากลางเมือง ทำให้เมืองถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง โดยมีบริเวณเมืองเก่าอยู่ทางฝั่งแม่น้ำด้านทิศเหนือ และเมืองสมัยใหม่อยู่ทางด้านทิศใต้ โดยทั้งสองฝั่งเชื่อมกันด้วยสะพาน ดอม หลุยส์ที่ 1 (omD Luis I Bridge) เมืองนี้สวยและคลาสิกมากครับ 

✔️นั่งรถไฟมาได้จาก Lisbon สามหรือสี่ชั่วโมง 
✔️ควรค้างหนึ่งหรือสองคืน เพราะตอนกลางคืนริมน้ำสวยมา
✔️ห้ามพลาดในการเดินข้ามสะพานมาชมวิว
✔️ย่านริมน้ำ Ribeira วินเทจมากก ควรชิล
✔️Port wine รสหวานนนกลมกล่อม ต้นตำรับอยู่ที่นี่

เมือง Fussen และ ปราสาท Neuschwanstein , ประเทศเยอรมัน

ปราสาทต้นแบบของปราสาทดิสนีที่ไม่ควรพลาดดด เพราะงดงามในทุกฤดูกาลลลจริงๆ 

ปราสาทนอยชวานสไตน์ สร้างขึ้นบนยอดเขา ที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบด้านล่าง จุดประสงค์ของการสร้างปราสาทนี้เพื่อให้ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอันงดงามรอบด้าน ปกติการสร้างปราสาทจะต้องมีสวนที่สวยงามเป็นบริเวณกว้าง มีการสร้างบ่อน้ำพุในสวน แต่นอยชวานสไตน์ไม่จำเป็นต้องมีสวน เพราะมีธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์รายล้อมอยู่แล้ว

โดยปราสาทนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2’ แห่งรัฐบาวาเรีย (มีพระชนม์ชีพระหว่าง 25 สิงหาคม พ.ศ. 2388 – 13 มิถุนายน พ.ศ. 2429)

✔️สามารถทำ day trip จาก munich หรือจะมานอนค้าง Fussen รอขึ้นอีกวันก็ได้เช่นกัน
✔️เมือง Fussen อย่าปล่อยให้ผ่าน เล็กและน่ารัก
✔️จุดชมวิวปราสาทบนสะพานเชือกตคือห้ามพลาด แต่หน้าหนาวปิดนะ

ยอดเขา Jungfrau , ประเทศสวิส

ไม่มีข้อสงสัยว่านี่คือ A mut ของประเทศแห่งธรรมชาติอย่างสวิสเซอร์แลนด์ ยอดเขาจุงฟลาว มีสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe โดยมีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต) ด้านบนนี้มีจุดน่าสนใจทั้ง Sphinx , ลาน Plateu ถ้ำนำแข็ง เรียกว่าคุ้มค่าครับ 

✔️ควรเชคอากาศให้ดี ถ้าฝนตก หิมะถล่ม เปลี่ยนวันได้ควรเปลี่ยน 
✔️Swiss pass ใช้รถค่าขึ้นได้ 50% 
✔️จะนอนที่ Interlaken หรือ Lauterbrunnen ก็ได้ แต่ควรขึ้นทางนึง ลงอีกทางนึง

เมือง Brugges , ประเทศ Belgium 

อีกหนึ่งเมืองเล็กๆ ที่แสนจะโรแมนติก ส่งประกวดโดยประเทศ Belgium  เมือง Brugges ได้รับฉายาว่าเป็นเวนิชแห่งยุโรปเหนือ หรือ The Venice of the North เพราะว่ามีแม่น้ำและคลองเล็กคลองน้อยเชื่อมต่อกันใช้ในการสัญจรไปมาอยู่โดยรอบตัวเมือง โดยเมือง Brugge ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ

ตึกอาคารบ้านเรือนยังคงความสวยงามในสไตล์ Renaissance จนได้รับเลือกให้เป็น UNESCOworld heritage บรรยากาศของเมืองนี้มีความโรแมนติกอย่าบอกใคร และยังเป็นฉากหลังในภาพยนตร์ดังๆหลายเรื่อง เช่นเรื่อง ” In Brugges ” เป็นต้น 

✔️ต้องค้างหนึงคืน เพราะตอนกลางคืนชิลมากก
✔️แลนด์มาร์คหลักๆ จะอยู่แถวจตุรัสหลักของเมือง แต่ควรเดินให้ทั่ว เพราะเมืองเล็ก และมุมเพียบ

เมืองมรดกโลก Ohrid , ประเทศ Macedonia 

นี่คืออีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจจากกลุ่ม Balkal ประเทศ Fyrom หรือ Macedonia โดนมีเพชรเม็ดงามคือเมือง Ohrid มรดกโลกจากที่นี่

ขอบอกว่าเมืองนี้สวยและชิลมากกกอาจจะไม่ได้อลัง เหมือนทางยุโรปตะวันตก แต่ความสวยแบบนี้แหละ คือสเนห่ของมัน 

เมือง Ohrid คือเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 8 ของประเทศ ได้ชื่อว่าเป็น “เยรูซาเล็มแห่งคาบสมุทรบอลข่าน” เพราะเคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์ทั้งหมด 365 หลัง  จากนั้นความศรัทธาทางคริสต์ศาสนาเริ่มเสื่อมคลายลงหลังจากอาณาจักรออตโตมันเข้ายึดครองตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โบสถ์ก็เลยเหลืออยู่ไม่มาก ปัจจุบันเมือง Ohrid  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเพราะทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ รวมไปถึงอาคารบ้านเรือนในเขตเมืองเก่า ซึ่งก็ได้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกเช่นกัน

✔️มาเดินริมทะเลสาบคคือชิลมาก
✔️ป้อมปราการวิวสวยย ควรไป
✔️อีกไฮไลท์คือโบสถ์ Church of St. John at Kaneo รูปถัดไป 
✔️บรรยากาศรอบโบสถ์ Sv.naum ก็ไม่ธรรมดา

กรุง Prague , ประเทศเช็ก 

แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก .. อีกหนึ่งเมืองที่มีความงดงามในด้านสถาปัตยกรรมแบบไม่มีที่ไหนเหมือน

อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความโรแมนติกในหลายๆ มุม กรุง Prague มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เนื่องจากมีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล โดยช่วงแรกเป็นเผ่าเคลต์ (Celt) ก่อนจะถูกรุกรานโดยเผ่าเยอรมนิก (Germanic) และถูกครอบครองโดยเผ่าสลาฟในคริสต์ศตวรรษที่ 4 แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 7 วัฒนธรรมของทั้งสองเผ่าพันธ์ ได้ผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ส่วนตัวเมืองปรากนั้น มีหลักฐานว่าสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 9 และเป็นเมืองหลวงของแคว้นโบฮีเมีย  ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมัน จากนั้นปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 กษัตริย์บอริวอจ พรีมิสโลเวก (Borivoj Premyslovec)

ทรงสร้างปราสาทขนาดใหญ่บนเขาสูงสง่าเหนือแม่น้ำวัลตาวา (Vltava) แต่ชาวเยอรมันเรียกแม่น้ำนี้ว่า Moldau เขา Hradchin  และมีการขนานนามปราสาทแห่งนี้ว่า ปราฮา (Praha)  ซึ่งเป็นชื่อเรียกกรุงปรากในภาษาเช็ก กรุงปราก มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 1.2 ล้านคน มีแม่น้ำ Vltava ไหลผ่านกรุงเก่าแก่แห่งนี้ ด้วยเหตุนี้กรุงปรากจึงมีสะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำ Vltava อยู่หลายแห่ง  และถึงแม้ว่าเมืองปรากจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ เป็นเวลานานกว่า 40 ปี แต่ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรป

✔️สะพานชาลล์ตอนเช้าโล่งสุด เช้าคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเลย มารอซะ
✔️มีจุดชมวิวสวยๆ หลายจุดทั้งจากหอคอย Petrin และปราสาท และสวนที่เห้นวิวสะพานเรียงกัน
✔️ปราสาทปรากควรไปเช้าๆ เช่นกัน ไม่งั้นคนเพียบ
✔️ใครฟิต ควรเดินจากปราสาท ข้ามสะพานแล้วไปให้ถึงจตุรัส จริงๆ เดินเล่นได้เมือง บอกเลย 
✔️ริมน้ำและปราสาทในตอนกลางคืนเปิดไฟสวยทีเดียว ควรมา
✔️ควรลองขนมปัง Trdelník ที่ม้วนแล้วปิ้ง หอมอร่อยมากกก 
✔️ไม่ควรมีเวลาน้อยกว่า 1 วันเต็ม

เมือง Bled และทะเลสาบ Bled , ประเทศ Slovenia

อีกหนึ่งทะเลสาบแสนสวยจากยุโรป ไฮไลท์คือปราสาทด้านบน และโบสถ์ที่อยู่กลางน้ำ โดยมีฉากหลังคือเทือกเขาแอลป์อันโด่งดัง 

 ควรเดินให้รอบทะเลสาบ เพราะวิวในภาพต้องเดินมาอีกฝั่งเลยตครับ
ปราสาทก็ควรเข้า เพราะวิวจากด้านบนสวยมากกก
 อีกจุดชมวิวสวยๆ ที่ต้องขับรถไปคือ Ojstica hill

เมืองแห่งเทพนิยาย Cesky Krumlov , ประเทศเช็ก

นี่คือเมืองเล็กๆ ที่มีสเน่ห์และมีความน่ารักน่าหยิกอย่าบอกใคร ส่วนใครสนใจ คงไม่ต้องบอกอะไร สั้นๆเลยว่า ” ไปเถิดดด ” สวยยจริงๆ 

Cesky Krumlov เป็นเมืองเล็กๆ ในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของ Czech ห่างจาก Prague ประมาณ 180 กิโล ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Cesky Krumlov นั้นเป็นเมืองที่ยังคงรักษาศิลปะวัฒนธรรมแบบยุคกลางดั้งเดิมไว้ได้แทบจะสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเส่นห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติและความน่ารักน่าชังน่าหยิกของเมือง เหมือนกับว่าได้ย้อนเวลาไปสู่ยุคอดีตเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เมืองนี้ยังคงรักษาอารยธรรมแบบดั้มเดิมเอาไว้ได้ Cesky Krumlov จึงได้รับการขนานนามว่า Pearl of Renaissance และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO อีกด้วย

 จุดชมวิวนี้คือภาคบังคับ มันตั้งอยู่บริเวณปราสาท Krumlov ครับ 
 เป็นเมืองที่เดินเล่นได้ทั่ว ทั้ง หอคอยทรงกลม , จตุรัสกลางเมือง , Town hall และอีกเพียบ 
 จิบกาแฟกลางจตุรัสก้อฟีลดีไปอีกแบบ
 จาก Prague มีรถบัสมาที่นี่ได้ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไปกลับได้ แต่ไม่ควร ค้างเหอะ

กรุง Rome , ประเทศอิตาลี 

อีกหนึ่งเมืองที่คงไม่ต้องบรรรยายสรรพคุณ เพราะคุณๆ คงรู้จักดี แฟนพันแท้ยุโรปคงไม่พลาดดดกับเมืองนี้ กรุง Rome คล้าย Paris คือสวยและเสียวว ( โจรย์เยอะแยะไปไหน ) 

กรุง Rome เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอและประเทศอิตาลีจ้า มีคนอาศัยประมาณ 2.5 ล้านคนแน่ะ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยและน่าไปที่สุดอีกเมืองหนึ่งของอิตาลีเลยล่ะ โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี  ทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม สถานที่เที่ยวต่างๆ ล้วนแต่มีสเน่ห์ในตัวของมันเอง ทั้งภายนอก ภายใน รวมไปถึงประวัติความเป็นมาต่างๆ เดินในเมืองนี้ เหมือนย้อนประวัติศาสตร์ยุโรปไปในตัว 

 โบสถ์ St.Peter ที่วาติกัน ควรไปตั้งแต่ตอนเปิดคือ 7 โมงเช้า ไม่งั้นคนบานตะไท แถวยาวเป็นหางว่าวว
 ด้านบน St.Per มีจุดชมวิวที่โคตรสวยยย ( รูปถัดไป )
 ใครขาชอป ก็ไปที่บันไดสเปนได้เลย มีอยู่จุดเดวตรงนั้น ด้านบนบันไดสเปน มีมุมสวยๆ 
 น้ำพุเทรวี่ให้ไปตอนเช้าเช่นกัน แต่อย่าเช้ามาก ไม่งั้นถ่ายติดเงา เช้าแบบสัก 8 โมงกำลังดี
 Coloseum ตอนกลางคืนสวยนะ
 วาติกัน musuem มีเวลาควรเข้าาา
 ถามว่าถ้าชอบเดิน ควรเริ่มยังไง ขอบอกว่าเริ่มที่ St.Peter ไปถ่ายภาพที่ castel sant’angelo แล้วเดินไปทาง Piazza navona แวะ Pantheon , นำ้พุเทรวี่ แวะนุ่นนี่ แล้วไปจบที่บันไดสเปน 
 ไอติมเจลาโต้อร่อยทุกร้านน เอาจริงๆ แต่ก้มีร้านดังอยู่ หาง่ายหน่อยก็ร้าน grom มีหลายสาขา 

อีกเยอะอะ แค่นี้ก่อน

เมือง Bergen , มรดกโลกจากประเทศนอร์เวย์

อีกหนึ่งเมืองสุดชิลและสวยงามจากประเทศ Norway จุดท่องเที่ยวมีไม่เยอะมากก แต่ว่าทุกจุดดคือดีย์มาก โดยเฉพาะเขตมรดกโลกบ้านริมน้ำที่ Bryggen

กับวิวมุมสูงที่ fløibanen ห้ามพลาดด Bergen เป็นเมืองที่นิยมกับผุ็ที่มาท่องเที่ยวนอร์เวย์ มีขนาดเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของบอร์เวย์ และยังเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม และยังเคยได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมแห่งยุโรบ อีกด้วย, ที่เมืองแบร์แกนนี้มีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ และเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กิจกรรมรอบๆท่าเรือ จะมีธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงการเกษตรใต้น้ำและยังมีสถาบันวิจัยทางสมุทรศาสตร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป

 ขึ้นกระเช้า Floibanen ไปชมวิววแบบถัดไป 
รอชมแสงสุดท้ายที่ริมฝั่ง Bryggen เหมือนภาพนี้
แซลมอนสดๆ ที่นี่งานดีมากก 
เดินเล่นได้ทั้งเมือง ชิลๆ ครึ่งวันก็พอ จบได้

Colmar , ลิตเติ้ลเวนิส จากประเทศฝรั่งเศส

หากถามผมว่า เมืองไหนในฝรั่งเสสที่น่ารัก โรแมนติก มุมถ่ายภาพเยอะ เดินเพลินๆ หนึ่งในนั้นต้องมีเมือง Colmar อยู่แน่นอน 

เมืองกอลมาร์ (Colmar) เมืองท่องเที่ยวยุคกลางที่มีชื่อเสียงและยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอ-แร็ง (Haut-Rhin) ในแคว้นอาลซัส (Alsace) โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส

เมืองกอลมาร์ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งไวน์แห่งอาลซัส” (Capitale des Vins d’Alsace) นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้ยังคงเป็นเมืองที่ มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณ โดยเฉพาะในตัวเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยเรือนไม้โบราณ ร้านค้าโบราณ โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่ อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลาง

 ในละแวกนี้มีอีกสองเมืองน่าสนใจคือ strasbourg กับ Riquelwhire แวะค้างสักคืนสองคืน แล้วไปเที่ยวสองเมืองนี้ได้ สไตล์เดียวกัน
 จาก Swiss ก็มาได้ มีรถไฟผ่านทาง Basel มาที่นี่

กรุง Venice , ประเทศอิตาลี

ชมลิตเติลเวนิสแล้ว มาเจอ Venice ของจริงจากประเทศอิตาลีกันต่อครับ ไม่มีคำบรรยายให้มากความเช่นเคยย สำหรับผมแล้วชอบเมืองนี้มาก ไปกี่รอบก็ไม่เบื่อ

กรุง Venice เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง ด้วยความสวยงามและความน่าอยู่ของบ้านเมืองทำให้เวนิส เป็นสถานที่ซึ่งได้รับฉายามากมาย ตั้งแต่ เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก และที่สำคัญ ยูเนสโก ยกให้ เวนิส เป็นหนึ่งในเมืองมรดโลกอีกด้วย ถ้าไม่ได้สิแปลก!

 เช่นเคย เจลาโต้อร่อยทุกร้าน 
 ถ้ามีเวลานั่งเรือไปเที่ยวเกาะ Burano ก็เวิคคค 
 พระอาทิตย์ขึ้นที่สะพาน accademia คือสุด ภาพนี้แหละ
 หอนาฬิกาที่ San macro ขึ้นด้านบนได้นะ มีลิฟด้วย และวิวสวยมาก ควรขึ้นตอนพระอาทิตย์ตก
หากอยากได้บรรยากาศจตุรัสโล่ง ๆ ก็ไปแต่เช้าครับ
สปาเกตตี้หมึกดำคือของขึ้นชื่อ อร่อย พูดแล้วหิวเลย
เรือกองโดล่า ถ้ามีเวลาและมีเงินก็นั่งเหอะ ( ยังไม่เคยนั่งเลย 55 ) 
 ก่อนจะหลงกับเพื่อน ให้นัดกันว่า ” ถ้ากรุหาย ไปเจอกันที่ San macro เลย ” เพราะเดินหาในตรอกยากมาก 
 ตอนกลางคืนที่ San macro วงดนตรีเล่นเพลงเพราะมาก

เมือง Rothenburg , ประเทศเยอรมัน 

อีกหนึ่งเมืองยุคกลางที่มีเสนห่มากๆ ทั้งจากมุมล่างและมุมบนนน ไม่ไกลจากมิวนิคคครับ 

Rothenburg ob der Tauber อีกหนึ่งเมืองโรแมนติก เมืองท่องเที่ยวอันโด่งดังจากแค้วนบาวาเรีย และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองยุคกลางที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดของเยอรมนี มีกำแพงเมืองล้อมรอบอย่างสมบูรณ์พร้อมด้วยประตูเมือง และหอคอยทั้ง 8 หอ ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค และเรอเนสซองส์ พร้อมบ้านเรือนรูปแบบเยอรมันขนานแท้สีลูกกวาดเรียงชิดติดกันอย่างลงตัว 

 มุมบังคับก็ในรุปนี้แหละ หาให้เจอ ถ้าไม่เจอห้ามกลับ
 หอคอยขึ้นชมวิวได้ จะสวยเหมือนรูปที่สอง 
 เดินเล่นได้ทั้งเมืองงง

เมือง Sintra และปราสาท Pena palace 

หนึ่งในปราสาทที่สวยงามแปลกตาที่สุดในโลก และคงไม่น่าแปลกใจ ถ้าจะบอกว่าที่นี่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกัน .. สวยยยซะขนาดนี้ >< 

Pena palace … เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า โดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสซึ่งในอดีตพระราชวังถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 ภายในถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงามโดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโปรตุเกส จากบนนี้ยังมีวิวพาโนราม่าของเมือง Sintra ให้ได้ชมกัน

 เดินให้ทั่ว เพราะสวยยยนะ 
ด้านบนมีร้านอาหาร หิวเมือ่ไหร่ก็แวะมาาาา 
ใครขี้เกียจเดินขึ้นปราสาท จะมีรถ shuttle bus บริการ ต้องไปซื้อตั๋วด้านหน้าก่อน แต่เดินก้อไม่เท่าไหร่ 
สามารถ Day trip จากเมือง Lisbon ได้

ชายฝั่ง Amalfi coast , ประเทศอิตาลี 

หนึ่งในเส้นทางที่สวยอันดับต้นๆ ของโลก กับชายฝั่ง Amalfi coast ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกจาก Unesco อีกด้วย 

Amalfi coast คือเส้นทางเรียบชายฝั่งที่มีความคดเคี้ยว ถนนแคบและอยู่บนหน้าผาสูง ทิวทัศน์สองข้างทางเมื่อมองออกไปจึงเป็นอะไรที่งดงามโดยเราจะผ่านวิวสวยๆ ตลอดทาง รวมไปถึงเมืองเล็กตามริมเขาไปยังเมืองต่างๆ ริมฝั่ง… โดยเส้นทางอันงดงามของชายฝั่ง Amalfi จะประกอบไปด้วย 4 เมืองเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลกันตามชายฝั่ง ตั้งแต่ Positano – Amalfi – Ravello จนไปถึง Salerno

ผมขอบวกเมือง Sorrento กับ เกาะ Capri เข้าไปด้วย เพราะอยู่ในละแวกเดียวกันครับ เรียกว่ามาแล้วต้องไปให้ครบ

 แถบนี้ควรมีสามวันสองคืนเป็นอย่างน้อย
จากโรม มาไม่ยากกกนะ นั่งรถไฟมาลง Naples แล้วก็ง่ายแล้ว 
เกาะ Capri ควรมีครึ่งวันหรือเตมวันเลยย มีกิจกรรม และวิวสวย ควรชิลและช้าๆ 
เมืองที่สวยสุดคือ Positano มีจุดชมวิวเหมือนในรูปนี้ ห้ามพาด
ถ้าไป Ravello ก็อาจจะเข้าพวก villa สักที่ แนะนำ Villa Rofulo

Copenhagen , ประเทศเดนมาร์ค 

หนึ่งในเมืองหลวงที่แนวที่สุดแห่งหนึ่งครับ มีความสวยงาม บางมุมก็โคตรดิบ 

Copenhagen คือ เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์กเป็นเมืองใหญ่ถึงใหญ่มากมีประชากรประมาณหนึ่งล้านหกแสนคน ตั้งอยู่ริมทะเลทางฝั่งตะวันออกของเกาะ Zealand นับเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยววสำคัญทางฝั่งแสกนดิเนเวีย โดยมีจุดน่าสนใจหลายจุด แลนด์มาร์คหลักๆ คือ ท่าเรือนูฮาวน์ Nyhavn ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และเป็นจุดที่สวยที่สุดครับ 

 ย่าน Nyhavn คือสวยสุดดด 
 นางเงือกจะเล็กกว่าที่คิดไวเยอะมาก อย่าคาดหวัง
 จาก Copenhagen สามารถทำ day trip ไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ และบางเมืองใน Sweden ได้ด้วยการนั่งเรือข้ามไป ได้ฟีลดี 
 หากอยากไปดูอะไรแปลกๆ และโคตรดิบ ให้ไปที่ย่าน Cristiania 
 จุดอื่นก็แนวๆ ท่องเที่ยวทั่วไปครับ city hall , โบส์ , วิหาร , ปราสาท , สวนสนุก Tivoli , ถนนคนเดิน บลาๆ

เมืองมรดกโลก Tallin , ประเทศ Estonia 

กรุงทาลลินน์ (Tallinn) เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าหลักของประเทศเอสโทเนียตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลบอลติกทางด้านเหนือของประเทศ

อยู่ไม่ห่างจากกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์เพียงแค่ 80 กิโลเมตรเอง ดังนั้นมักจะมีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาเที่ยวกรุงเฮลซิงกิ
แล้วก็มักจะข้ามมาเยี่ยมเยียนกรุงทาลลินน์กัน โดยเส้นทางที่นิยมมากก็จะนั่งข้ามเรือเฟอรี่มาเที่ยวที่กรุงทาลลินน์ ดังนั้นที่กรุงทาลลินน์นั้น
จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ที่สำคัญกรุงทาลลินน์ได้รับการจัดลำดับจากองค์กรยูเนสโก (Unesco)ให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วยเพราะด้วยความงามของบ้านเมืองเก่าแก่ และมี สถาปัตยกรรมที่สวยงาม จุดชมวิวสวยๆ จตุรัสกลางเมือง ที่สำคัญเลยคือราคาถูกกว่าทางฝั่งแสกนแบบเท่าตัว 

 ควรมาแบบหนึ่งวันหนึ่งคืนนนน 
 เดินเล่นได้ทั้งเมือง ตามจุดต่างๆ 
 นั่งเรือจากเฮลซิงกิมาได้ นั่งบัสจาก St.Peterburg รัสเซียก็มาได้เช่นกัน

กรุง Barcelona , ประเทศสเปน

กับคำถามที่ว่า เมืองไหนที่มีสเนห่ที่สุดในประเทศสเปน .. ผมตอบแบบไม่ต้องคิดนานเลยครับ ว่าคือ Barcelona ครบรสทั้งความสวย

ความชิล ความชิค และความอาร์ท แต่ก็เช่นเคย โจรย์เยอะ เที่ยวสนุกแต่ก็ต้องระวังโดยเฉพาะย่านถนนคนเดินหลักอย่าง La rambla

Barcelona เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน และมีผู้คนอาศัยอยู่เกือบ 2 ล้านคน ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน บาร์เซโลนาถือว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย นับตั้งแต่ 2,000 ปีที่แล้ว ที่ยังเป็นเมืองของยุคโรมันซึ่งมีชื่อเดิมว่าบาร์ซิโน โดยในปีค.ศ. 1992 บาร์เซโลนาได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิค จึงทำให้เกิดผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเมืองเป็นอย่างมาก และมีสถาปัตยกรรมในแบบสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย จึงทำให้ปัจจุบันบาร์เซโลน่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความสมัยใหม่และความสวยงามในยุคเก่าเข้าด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่สวยงามและเต็มไปด้วยสถานที่ที่มีชื่อเสียงในยุโรป

 วิวเมืองและแสงสุดท้ายที่ Montjuic คือพีคสุดด รูปนี้แหละ 
 ส่วนพระอาทิตย์ขึ้นแนะนำไปดูที่สวนสนุกบนเขา Tibidabo นั่งแทกซี่ไป
 โบสถ์ Sagrada เข้าเหอะ แต่คนเยอะมาก ไปเช้าๆหน่อย
 Park guell อันนี้แล้วแต่คนชอบ ส่วนตัวเฉยๆ 
 ไปเดินเล่นตามชายหาดด้วย ชิลลลจริง

Amsterdam , ประเทศเนเธอร์แลนด์ 

เมืองแห่งจักรยาน เมืองแห่งคลอง เมืองแห่งความเสรีแห่งความมึนเมาหลายแขนง เมืองสวยย เมืองชิคคคค เมืองชิล และเมืองหลวงงงงของประเทศเนเธอร์แลนด์แห่งนี้ติดอันดับอย่างไม่ต้องสงสัย คือครบรสทั้งด้านมืดและด้านสว่าง

“Amsterdam” เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (Amstel) เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศลักษณะของเมืองนั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีลักษณะพื้นที่เป็นเกาะมีคูคลองล้อมรอบเมืองถึง 4 ชั้น มีประตูกันน้ำถึง 16 แห่งด้วยกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเรียกว่า อัมสเตอร์ดัมนี้เป็นเมืองแห่งคลอง อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป้นเมืองที่มีจักรยานเยอะที่สุดในโลกอีกด้วย

 ควรล่องเรือชมเมืองด้วยนะ เดินเล่นไปเรื่อยๆ ตามคูคลองต่างๆ 
มีจุดชมวิววสวยๆ หลายจุดลองเลือกดู 
ใครเป้นสายพิพิธพัณก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน แวนโก๊ะ , Rijksmuseum , บ้าน anna frank , และอื่นๆ 
แถว Dam square คือย่านชอปหลักและซอยละลายทริพย์ประจำเมือง
เดินดีๆ ระวังจักรยาน 
จากสถานีรถไฟ เดนไปตามทางได้เรื่อยๆ เพลินๆ 
ตัวอักษรยักษ์จะตั้งอยู่แถวๆ Rijks museum 
ที่นี่ขายกัญชาถูกกฎหมาย ตามร้าน coffee shop ดังนั้นหากเด็กหิวกาแฟ โปรดพิจารณาร้านให้ดี 
ย่าน red light คือย่านขายบริการ 18+ ของจริง ห้ามถ่ายรูปเป็นอันขาด ไม่งั้นโดนพวกเล่นแน่ๆ

กรุง Budapest , ประเทศฮังการี 

ในทริปยุโรปตะวันนออก .. หนึ่งในเมืองที่ผมชอบมากที่สุดก็ที่นี่แหละครับ กรุง Budapest คือดีย์จริงๆ

บูดาเปสต์ (Budapest) เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการี ที่รวมเอาเมือง 2 เมืองเข้าด้วยกัน คือเมืองบูดา อยู่ทางตะวันตก และเมืองเปสต์ อยู่ทางตะวันออก ส่วนตรงกลางคือแม่น้ำดานูบ เมืองบูดาเปสต์มีความงดงามทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติมากมาย จนได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งแม่น้ำดานูบ” และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเขตเมืองมีความโดดเด่นที่สุดในโลก

 ของชอปพวก H&M , Zara ที่นี่ถูกกว่าหลายเมือง Europe
วิวด้านบน Fisherman bastion สวยมากก
ควรล่องเรือออ
อย่าลืมมาดู The parliament ตอนเปิดไฟ 
เดินหรือนั่งรถไฟไปให้ถึง Vajdahunyad Castle และ Heroes square 
 มหาวิหาร St.Stephen Basilica สวยย 
 ถ้ามีเวลา ให้ไปลงโรงอาบน้ำชื่อดังของเมืองที่ Széchenyi thermal bath
 สะพานต่างๆ ไปให้ครับบ ไฮไลท์คือ Chain bridge

เมือง Krakow และค่ายกักกัน Auschwitz ประเทศโปแลนด์

ที่สุดของ Poland สำหรับผม คงต้องยกให้สองสถานที่นี่ เพราะมันอยู่ใกล้กัน การจะไปค่าย คุณต้องไปที่ Krakow และเมืองนี้มีดีกรีมรดกโลก ดังนั้นมันย่อมมีอะไรดีครับ 

เมือง “คราคูฟ” (Krakow) ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของโปแลนด์ในช่วง ค.ศ.1038-1596 ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นกรุงวอซอร์ดังปัจจุบัน ในปีค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของโปแลนด์

ทุกวันนี้คราคูฟจึงเป็นที่ยอมรับในฐานะศูนย์กลางทางวัฒนธรรม มีอารยธรรมรุ่งเรืองมากที่สุด โดยจะเห็นได้จากอาคารบ้านเรือนที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมันตั้งแต่ โรมาเนสก์, กอธิค, เรอเนสซองส์, บาร็อก, ร็อคโคโค จนถึงนีโอคลาสสิค และอาร์ตนูโว  เป็นเมืองที่มีบรรยากาศคลาสสิกมากกกกก

 ที่เที่ยวก็ทั่วๆไปเลยครับ ไม่มีอะไรแนะนำพิเศษ

เมือง Krakow และค่ายกักกัน Auschwitz ประเทศโปแลนด์

ส่วนที่นี่มันหดหู่จริงๆ บวกกับบรรยากาศที่ผมไปเห็นด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มันเหวงๆ 

ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ โดยคำว่า “เอาชวิตซ์ ( Auschwitz )” เป็นภาษาเยอรมัน ที่ใช้เรียกเมือง Oswiecim ที่อยู่ทางเหนือของโปแลนด์ ( Poland ) ที่ถูกยึดและผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมัน เอาชวิตซ์ เป็นชื่อเรียกรวมของค่ายกักกันขนาดใหญ่ 2 แห่ง และค่ายย่อยอีก 36 แห่ง ค่ายเอาชวิตซ์ ถูกใช้เป็นที่สังหารหมู่ชาวยิวและยิปซี เพียงเพราะ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เห็นว่าพวกนี้ ไม่มีผิวสีขาว ผมสีทอง และนัยน์ตาสีฟ้าเหมือนตน ซึ่งเป็นสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ จึงทำการรวบรวมชาวยิวและชาวยิปซี จากทุกพื้นที่ในอณานิคมของตน ส่งมาทำลายที่ค่ายเอาชวิตซ์ กว่า 1.1 ล้านคนที่ต้องตายในค่ายเอาชวิตซ์

เอาสั้นๆ แล้วเดี๋ยวกลับไปโหมดโลกสวยต่อดีกว่า 

เมือง Florence , ประเทศอิตาลี

ถ้ามีประเทศอิตาลี แล้วไม่มีเมืองนี้คงเป็นไปไม่ได้ … อีกเมืองที่สวยงามและครบเครื่อง แถมยังเป็นเมืองแห่งศิลปะอีกด้วยย

เมืองฟลอเรนซ์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน (Arno River) ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมากเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะในช่วงยุคกลางเมืองฟลอเรนซ์ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา อีกทั้งยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรมอีกด้วย

 วิวพาโนราม่าในช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่ จตุรัส Michael Angelo พีคมากกก 
 หากอยากได้ภาพ duomo คนโล่งๆ ไปให้ไปเช้าๆ เลย อ่อ duomo ไม่เสียค่าเข้านะ 
 รูปเดินสวยๆ สำหรับคนฟิตคือเดินจากสถานีรถไฟ ไป Duomo แล้วไปทาง Piazza Republica ออกไปที่ สะพาน Ponte Vechio แล้วเดินลากยาวขึ้นเขาไปที่จุดชมวิว .. ขาลากกก แต่ได้เห้นอะไรเยอะดี 
คอ museum ควรเข้าที่ uffizi ดีมากกก ( เค้าบอกมา นี่ไม่เคยเข้า )

กรุง Stockholm , ประเทศสวีเดน 

นี่คือหนึ่งในเมืองหลวงที่สวยและมีสเนห่ที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัยยย 

Stockholm เป็นเมืองหลวง และเมืองใหญ่ที่สุดของ ประเทศ Sweden ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลทิศตะวันออกของประเทศ เรียกว่าเป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป เพราะมีความน่าสนใจ ทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและแถมยังน่าตื่นเต้นหวาดเสียวเจือปน อีกทั้งความงดงามของเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะทั้ง 14 เกาะ ล้อมรอบด้วยทะเลบอลติก ที่กว้างใหญ่ มีทั้งเขตเมืองเก่า เมืองใหม่ และมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายจุดครับ 

 Vasa museum ดีงาม อลังมาก ต้องเข้า 
 จุดขมวิวที่ Monteliusvagen สวยสุดดด
 เมืองเก่า Gamla stan ก็คลาสสิก 
 สถานีรถไฟใต้ดินหลายๆ ที่ แนวมากก ชอบ 

จิงๆ เยอะ นึกออกแค่นี้ ไว้นึกอะไรได้ จะมาอัพเดทนะ 555

ขอจบรายงานแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกคนที่รับชมครับ ^^ 

=================================

ฝากติดตามด้วยครับ 🙂 

Fanpagehttps://www.facebook.com/scratchdaworld/

Youtube Travel Channel ( เที่ยวรอบโลก )https://www.youtube.com/channel/UCza3CAqJyecM2AGjxiV_pSQ?sub_confirmation=1

Instagram : scratch.da.world

หรือคลิกลิ้ง >> https://www.instagram.com/scratch.da.world/

=================================