จะว่าไปทำไมใครๆ ถึงชอบไปทะเล ?

ทั้งที่มันก็มีแค่ ทะเล หาดทราย สายลม แสงแดด และเนินเขากับต้นไม้
ไมว่าจะไปกับใคร ไปกับเขาหรือเธอ ทุกคนก็มีความสุข เมื่อได้ขลุกอยู่กับทะเล

บ้างก็ลงไปวิ่งเล่น กระโดดน้ำ หรือบางคนแค่ไปนั่งชมชายหาดสวยๆ แล้วเอาปลายเท้าแตะทะเล ก็รู้สึกว่า ถ้าใจมันเซ ทะเลนี่แหละคือจุดหมาย

สาเหตุก็คงเป็นเพราะนอกจากความสวยงามตามท้องเรื่องที่ทะเลส่งต่อมาถึงผู้มาเยือนแล้ว มันยังแฝงไปด้วยพลังงานบางอย่าง บางทีอาจจะเริ่มจากน้อยนิด แต่ติดใจไปสักพัก เราก็จะรู้สึกรักทะเลไปโดยไม่รู้ตัว …

เอะอะก็ โอ้ววซี คอลลิ่ง แล้วก็ชิ่งไปหาทะเลด้วยเหตุผล ต่างๆนานา

บางคนหนีรักไปพักใจ
บางคนไปพักผ่อนให้ผ่อนคลายกับสายลมและน้ำทะเล
บางคนอาจจะเซไปโดยไม่มีเหตุผล
แค่รู้สึกว่าทะเลมันรักษาเค้าได้
บางคนชอบในกลิ่นและโอโซนของทะเล
บางคนอาจจะแค่อยากกินอาหารทะเล
บางคนก็บอกว่าทะเลสร้างแรงบันดาลใจ
บางคนบอกหมดไฟไร้แบตก็เลยใฝ่หาทะเล
บางคนบอกทะเลมีพลังให้เราได้คิดในสิ่งที่อยากคิด.. นั่นสินะ…
บางคนบอกทะเลคือความโรแมนติกของคู่รัก
ดั่งคำกล่าวที่ว่า “ทะเลสายลมและสองเรา”

แต่สำหรับผมในวันนี้ ไม่ได้หนีอะไร ไม่มีใคร ใจก็ไม่ได้เซ ก็แค่อยากจะมาหาแรงบันดาลใจที่ทะเล พักผ่อน และชื่นชมความสวยงามของเกาะหลีเป๊ะก็แค่นั้น

การจะไปไหนคนเดียวสักครั้ง มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันคือเรื่องดีๆ ที่อย่างน้อย เราก็ดูแลตัวเองได้ พึ่งตัวเองเป็น และมีความสุข อยู่ในจุดที่ยืน .. ใครไม่ว่างไม่เป็นเรา เราว่างเราก็ไป .. แค่นั้นนี่เนอะ

ขอบคุณหลีเป๊ะที่ไม่ทำให้ผิดหวัง ฟ้าใส ทะเลสวย หาดทรายขาว ดีต่อใจจริงๆ .. ยังไงน่ะหรอ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ( อย่าลืมดูภาพแล้วอ่านแคปชั่นแต่ละภาพด้วยนะครับ )

===========================================

การเดินทางและค่าใช้จ่าย 3 วัน 2 คืน
———————————————–

Day 1

– ผมเริ่มการเดินทางด้วยการนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพมาลงที่หาดใหญ่ ( ค่าตั๋วไปกลับ 1900 )

– จากนั้นก็นั่งรถสองแถวเพื่อไปลงที่ขนส่ง (ตลาดเกษตร) ห่างจากสนามบินไม่ไกลครับ ราวๆ 15-20 นาที บอกพี่คนขับว่าจะไปท่าเรือปากบาราที่สตูล ให้แกจอดที่คิวรถด้วย ( ค่ารถสองแถวประมาณ 10-15 บาท )

– ซื้อตั๋วรถตู้ไปท่าเรือปากบาราคนละประมาณ 110 บาท จากนั้นก็หลับคอหักน้ำลายยืดได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง

– รถตู้จะมาส่งเราที่ท่าเรือตรงจุดขายตั๋วเรือไปเกาะหลีเป๊ะเลย จองไปกลับได้เลยครับ สนนราคาไปกลับประมาณ 900 – 1000 บาท จากนั้นก็รอเวลา

– ตรงนั้นมี 7-11 อยู่ แนะนำว่าสามารถตุนเสบียงไปได้ เพราะเมื่อขึ้นเกาะแล้วราคาของใน 7-11 บนเกาะจะแพงแบบดับเบิ้ล !!

– เมื่อถึงเวลาก็ตรงไปขึ้นเรือได้ นั่งชิลไปยาวๆ ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็จะไปถึงเกาะหลีเป๊ะ

– ทั้งสองคืนผมพักที่โรงแรม A-plus ซึ่งที่นี่วิวไม่มี หากมาเป็นคู่ไม่แนะนำ แต่ถ้ามาคนเดียวแล้วนอนห้องรวมแบบ Hostel ได้ ก็แนะนำครับ สนนราคาคืนละ 500 บาทต่อ 1 เตียงในห้องรวม 8 คน ห้องผมมีแต่ฝรั่ง 555

– ภายในเกาะหลีเป๊ะนี่จะมีหาดหลักๆ อยู่สามหาดคือหาดพัทยา หาด Sunrise และ หาด Sunset และตามชื่อ หาดไหนพระอาทิตย์ตกและขึ้น ก็ตามนั้นครับ

– เรือจะมาจอดที่หาดพัทยา ( แต่อยู่หลีเป๊ะ ) อย่าสับสนนะครับ มาถึงก็ช่วงบ่ายแก่ๆแล้ว ก็แวะถ่ายภาพที่หาดนี้สักแวบ เอาของไปเก็บที่พัก แล้วก็เดินเล่นที่หาด sunrise ต่อด้วยชมพระอาทิตย์ตกที่หาด Sunset

– จากนั้นเย็นๆ ค่ำๆ ก็มาเดินหาของกินที่ Walking street ราคาใช้ได้ครับ อาหารตามสั่งบ้านๆ ราคาถูกสุดที่สำรวจมาอยู่ที่ 80 บาท ( กะเพรา ผัดซีอิ๊ว ข้าวผัด ) ที่เหลือพวกร้านอาหารทะเลราคาก็ตามสภาพ

– แนะนำว่าให้ติดต่อหาทัวร์รอบเกาะสำหรับวันถัดไปในวันนี้เลย ไม่งั้นจะไม่ทัน มีหลายเจ้าในถนนคนเดิน หรือจะสอบถามทางที่พักก็ได้ครับ เค้ามีดีลกันอยู่ มีทั้งรอบใน รอบนอก และแบบจัดเต็ม ทั้งในและนอก ข้อแนะนำคือรอบนอกจะสวยกว่า แต่ก็จะแพงกว่าหน่อย โดยผมเลือกรอบนอก ราคาทัวร์ประมาณ 650 บาท รวมอาหารเที่ยงและค่าเรือ

– กินข้าวเสร็จ อะไรเสร็จ ก็นอนได้ ใครไปเป็นแก๊ง มีหลายชิลๆ บรรยากาศดีๆหลายร้านนน ลองดูเน้อ
.

Day 2

– เอาล่ะ เริ่มทัวร์รอบเกาะ เค้าจะพาไปเกาะหินซ้อน , เกาะบูลู , เกาะรอกลอย , เกาะดง ( ลิงน่ารัก 55 ) , เกาะผึ้ง อันนี้ปะการังสวยดี ส่วนตัวหากเทียบกับสิมิลัน แถบนี้โลกใต้น้ำสวยกว่านิดหน่อย

– กลับมาก็พักผ่อนชิลๆ เดินเล่น ถ่ายภาพ อ่อๆ มานี่อ่าลืมกินโรตีนะ ของขึ้นชื่อ ผมลองทั้งร้านดังและไม่ดัง รู้สึกไม่ต่างกัน สรุปอร่อยหมด ฮ่าๆ
.

Day 3

– ใครไหวอย่าพลาดไปดูพระอาทิตย์ขึ้น สวยครับ จากนั้นก็กลับเข้าฝั่ง นั่งรถตู้กลับสนามบินหาดใหญ่ ขึ้นได้ที่แถวๆท่าเรือเลย ขากลับ 150 บาทแฮะ ไม่รู้โดนฟันเปล่า 555 กลับบ้านๆๆ

===========================================

สรุปค่าใช้จ่ายดังนี้

– ค่าตั๋วไปกลับกรุงเทพหาดใหญ่ 1900 บาท
– ค่ารถสองแถวจากสนามบินไปท่ารถ 10 บาท
– ค่ารถตู้หาดใหญ่ – ปากบารา 110 บาท
– ค่าเรือสปีดโบทไปกลับคนละ 1000 บาท
– ค่าที่พักสองคืน 1000 บาท
– ค่ารถรับจ้างในเกาะหนึ่งครั้ง 50 บาท
– ค่ากินรวมๆ 600 บาท
– ค่าทัวร์รอบนอกเกาะ 650 บาท

รวมค่าเสียหาย 5,320 บาท 

===========================================

ผมกล้าพูดว่าหลีเป๊ะ คือเกาะที่ผมชอบมากที่สุดในประเทศไทย ^^

เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะใน จ.สตูล ทะเลฝั่งอันดามัน อยู่ใกล้กับน่านน้ำประเทศมาเลเซีย

และไม่ไกลจากเกาะลังกาวีของมาเลเซีย บนเกาะมีพื้นที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร รูปร่างของเกาะคล้ายกับบูมเมอร์แรง

ที่มาของชื่อ “หลีเป๊ะ” มาจากภาษาชาวเลอุรักลาโว้ย แปลว่า กระดาน หรือ แบนราบ เนื่องจากภูมิประเทศของเกาะหลีเป๊ะเป็นที่ราบ

ไม่มีภูเขา บนเกาะหลีเป๊ะมีหาดใหญ่ๆ อยู่ 3 หาด ได้แก่หาดพัทยา หาด Sunriseและ หาด Sunset มีน้ำทะเลที่ใสมาก ทรายขาวละเอียดจริง และมีแนวปะการังรอบเกาะหลีเป๊ะ

เรือสปีดโบทจากท่าเรือปากบาราค่อยๆ ลอยเข้าฝั่งมาที่หาดพัทยา

จะเห็นได้ว่าน้ำทะเลใสมาก วันนี้อากาศดีๆ ทุกอย่างดูเป็นใจให้กับการเดินในครั้งนี้ตั้งแต่ก้าวแร

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น … 

ไม่ว่าเราจะได้ยินเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ มามากแค่ไหน แต่มันไม่มีทางเท่าการได้สัมผัสด้วยตัวเอง

ไม่ว่ามันจะเป็นยังไงก็ตาม และในส่วนของเกาะหลีเป๊ะ กับแวบแรกที่ได้เหลียวมอง มันสวยกว่าที่คิดไว้เสียอีก

ความรู้สึกที่สองเท้าได้สัมผัสกับทรายเนื้อละเอียดสีขาว และน้ำทะเลใสๆ เย็นๆ ในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ มันดีต่อใจจริงๆ

ด้วยความที่นอนน้อย ก็เลยเติมความสดชื่นให้ชีวิตเสียหน่อย กับเบอร์ดี้โรบัสต้า ตัวจริงเรื่องความเข้ม
อะพร้อมแล้วก็ไปต่อได้

นี่คือทางเข้า Walking Street หรือถนนคนเดินหลักของเกาะหลีเป๊ะ

ภายในนั้นจะมีร้านขายอาหาร ขายของที่ระลึกและบริษัททัวร์ต่างๆ ตั้งเรียงรายกันมากมาย ที่พักของผมก็เช่นกัน

เก็บของเสร็จแล้ว ก็ออกไปฟินกันสิครับ … และแน่นอนไปคนเดียว

ก็อย่าอายที่จะตั้งกล้องถ่ายภาพตัวเอง รูปนี้ตั้งกล้องอยู่ร้านขายน้ำผลไม้ พี่คนขายยิ้มใหญ่เลย 555

จาก Walking Street ผมเดินทะลุมายังหาด Sunrise ซึ่งเป็นหาดที่ยาวพอสมควร สามารถมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ที่หาดนี้ ร้านชิลๆ ก็มีเช่นกัน … สาระสำคัญของเดินทาง บางทีมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความสุข ^^

ทะเล .. สายลม .. และเรือหางยาว

จากหาด Sunrise ผมเดินต่อมายังหาด Sunset เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดินที่หาดนี้ …

ถึงแม้ผมจะเดินทางมาคนเดียว แต่ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอะไร .. ดูสิครับเพื่อนเพียบ ทุกคนมานั่งรอช่วงเวลาเดียวกัน…แสงสุดท้ายของวันบนเกาะหลีเป๊ะ

เธอคนนั้นก็เป๊ะเช่นกัน #เดี๋ยวๆๆๆ 5555

หนังสือดีๆ กับกาแฟดีๆสักกระป๋อง บนหาดทราย อ่านไป ฟังเสียงคลื่นไป

ลมพัดโชยเข้ามากระแทกหน้าเบาๆ แล้วก็เลยผ่านไป … บางทีก็อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งชิลๆ ก็แหลือบไปเห็นความโรแม้น ในอ้อมแขนของกันและกัน … ถึงตรงนั้นจะไม่มีของหวาน แต่เชื่อเถอะครับ ว่ามดเพียบบบ ฮ่าๆ

ใกล้เวลาที่หลอดไฟของโลกจะเข้านอนแล้วสินะ … อีกมุมสวยๆ จากหาด Sunrise

และในที่สุด .. แสงสุดท้ายก็สาดส่องไปทั่วท้องทะเล ขอบคุณที่เติมเต็มวันดีๆ ให้วันนี้จบลงอย่างสวยงาม

ฟินจนได้ที่ ยังมีเวลา ผมเลยโบกรถรับจ้างประจำเกาะราคาเดียว 50 บาทไปทุกที่ ให้ไปส่งที่ หาดพัทยา ซึ่งเป็นหาดที่ดูพระอาทิตย์ตกสวยๆ

ได้เช่นกัน … นั่นไง คนมารอดูกันเยอะเลย

ไม่มีคำบรรยายใดๆ .. ให้ภาพถ่ายได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง

เช้าวันต่อมา ทัวร์รอบเกาะที่จองเอาไว้ก็เริ่มต้น … ฟ้ายังคงสวย ทะเลยังใส

ตอนนนี้เรือหางยาวกำลังจะพาทุกคนออกไปชมความสวยงามของน่านน้ำอันดามันพร้อมๆกัน เรือลำนี้จะจุผู้โดยสารเต็มที่ไม่เกิน 8-9 คน

โปรแกรมการเดินทาง จะมีทั้งขึ้นเกาะ ถ่ายภาพ ดำน้ำดูประการัง … ตรงนี้คือเกาะหินซ้อนครับ

และส่วนนี้คือเกาะรอกลอย น้ำใสมาก ..

มาถึงเกาะดง หรือเกาะลิง ลิงเยอะ และลิงที่นี่น่ารักดีครับ ตลกๆ การได้ยืนดูพฤติกรรมของมันก็เป็นความเพลิดเพลินไม่น้อย

ระหว่างเกาะต่างๆ ก็จะมีดำน้ำดูประการังกันตลอด และหลายรอบ เสียดายที่ผมไม่ได้เอากล้องถ่ายใต้น้ำไป

และเกาะนี้เรียกว่าเกาะหินงาน เพราะหินที่นี่จะมีลวดลายที่สวยงามและแตกต่างกันไปตามสภาพ

อ่ะ เข้าฝั่งมากินบ้าง บนนถนน Walking street จะมีร้านขายโรตีเยอะไปหมด อร่อยครับ แนะนำเลย

ผมลองมาทั้งร้านดัง และไม่ดัง อยากจะบอกว่าร้านไม่ดังก็อร่อยไม่แพ้กันนะครับ

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา .. อยากบอกว่าเกาะหลีเป๊ะ เค้าเป๊ะเว่อร์จริงๆ

สวยงามตามที่มันควรจะเป็น การเดินทางครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจดีๆ กลับไปมากมาย

ขอบคุณกาแฟกระป๋องเบอร์ดีโรบัสต้า ตัวจริงเรื่องความเข้ม ที่ทำให้ทริปดีๆ ทริปนี้เกิดขึ้นครับ