หลังจากตอนที่แล้วได้พาไปทำตัวแข็งท่ามกลางความหนาวยะเยือกที่เมือง Aomori มา …  ในเช้าของอีกวัน ผมก็ได้พาตัวเองมายังอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวสำคัญในเขตภูมิภาคโทโฮคุ โดยรถไฟจากเมือง Aomori 

ขอต้อนรับทุกคนและตัวเองเข้าสู่ ” จังหวัด Akita ”  

=================================

Fanpagehttps://www.facebook.com/scratchdaworld/

Youtube Travel Channel ( เที่ยวรอบโลก )https://www.youtube.com/channel/UCza3CAqJyecM2AGjxiV_pSQ?sub_confirmation=1

Instagram : scratch.da.world

หรือคลิกลิ้ง >> https://www.instagram.com/scratch.da.world/

================================= 

Series บันทึกการเดินทาง ” Winter in Japan 2017 “ 

พาเที่ยวจังหวัด Fukushima สุดฟิน  :  http://www.scratchdaworld.com/?p=11858 

ปล่อยตัวปล่อยใจที่เมือง Aomori : http://www.scratchdaworld.com/?p=13123

=================================

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายรูปแบบ  ในแต่ละเมืองก็จะมีเรื่องราวและความน่าสนใจในรูปแบบของตัวเอง

โดยจังหวัด Akita ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ 181 กิโลเมตร และตะวันออกจรดตะวันตก 111 กิโลเมตร เศรษฐกิจยังคงประกอบอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น การเกษตร การประมง ป่าไม้ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญของจังหวัดนี้คือแหล่งน้ำพุร้อนตามธรรมชาติที่สามารถไปเยือนได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีเรื่องราวของสุนัขพันธ์อาคิตะ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติก้มีความงดงามแต่กต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก้จะได้เห็นความคัลเล่อฟุลของธรรมชาติ 

ส่วนมาหน้าหนาวแบบผมจะเป็นยังไงน่ะเหรอออ …. ตามมาดูดีกว่าาา! 

 

จาก Aomori มายัง Akita ด้วยรถไฟ จะใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงครึ่ง รวมเวลาต่อขบวน ผมเลือกที่พักใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ ซึ่งจะสะดวกที่สุด เพราะเอาจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Akita มันไม่ได้อยู่ในเมือง 

การจะไปยังจุดต่างๆ ก้ต้องนั่งรถไฟ ต่อรถบัส นั่งรถบัส จบด้วยรถไฟ อะไรประมาณนนี้ 

ผมมาถึงในช่วงเช้า ก็ไม่อยากจะเสียเวลา เดินลาเป๋าฝ่าหิมะตกแปะๆ เข้าไปเชคอินที่โรงแรม แล้วก็แบกกล้องออกมาทันที 

สถานที่แรกที่ผมจะไปคือทะเลสาบที่สำคัญและขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัด Akita ที่มีชื่อว่า ทะเลสาบ Tazawako ซึ่งการจะไปที่นี่จากเมือง Akita คุณต้องนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Tazawako ก่อน  

จากนั้นก็เดินไปตรง Information center จะมีจุดขายตั๋วรถบัสที่จะพาเราไปวนรอบๆ ทะเลสาบอยู่ ก็ไปเชคข้อมูล ดุรอบรถอะไรให้เรียบร้อย แล้วค่อยไปยืนรอรถบัสด้านหน้าสถานี .. 

ระหว่างนี้ ก้มีเด็กน้อยน่ารักมาเข้าเฟรมพอดี 

จากเด็กน้อย .. ก็เดินปากห้อยไปยังป้ายรถบัส  หิมะยังคงตกแบบไม่ลืมหู แต่ยังพอลืมตาได้บ้าง  ซึ่งรอบรถวิ่งในหน้าหนาวนี่ต้องเชคให้ดีนะครับ ว่าเค้าเปิดหรือปิด เหมือนรอบจะน้อยกว่าปรกติ 

รอไป ถ่ายไป .. จะว่าไป ในบางมุมความขาวของหิมะที่ได้ปกคลุมสิ่งรอบตัว มันก็ทำให้หลายๆ อย่างดูดีขึ้นมา ในสายตาของคนที่ชอบหน้าหนาวอย่างผม แม้แต่พื้นถนน .. เสาไฟ .. ป้ายรถเมล์ 

ขนาดเก้าอี้ยังดูเท่ห์กว่าที่เคย … แต่ที่ไม่คุ้นเลยคือมันเท่ห์แต่นั่งไม่ได้นี่แหละ 555 

ไม่นานนัก .. รถบัสก็มาจอดรับที่สถานี แล้วพาทุกคนไปยังจุดพัก จุดแรกกที่ป้าย Tazawa Lake Side ซึ่งหากรอบไม่ตรงกัน เราก็ต้องมารอรถอีกคันเพื่อไปวนรอบๆ ทะเลสาบ 

ซึ่งผมก็ต้องไปรอแถวๆ สถานีกว่า 40 นาทีเหมือนกัน … ยืนหนาวแล้วหนาวอีก ข้างในมีฮีทเตอร์ก็ไม่ยอมนั่งพัก หาเรื่องออกมาถ่ายภาพด้านหน้า แต่ถ้าไม่หายเรื่อง ก็คงไมได้เรื่องราวดีๆ มาฝาก 🙂

ตรงนี้ก้คือส่วนนหนึ่งของ ทะเลสาบ Tazawako แล้วนะครับ แต่ยังไม่ได้ใช่จุดหลัก มันอยู่ตรงข้ามกับป้ายรถเมล์นั่นเอง 

หนาวแล้วหนาวอีก รถก็ยังไม่มาาา 

และในที่สุด รถบัสสุดจะเงียบเหงา ก็เดินทางมาถึงงง พร้อมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนสี่ห้าคน และฝาหรั่งอีกสองคนน 

 

โดยรถบัสที่จะพาเราเที่ยวรอบๆ ทะเลสาบนั้น จะจอดแวะจุดท่องเที่ยวสองจุดหลักๆ มีเวลาให้จุดละ 20 -30 นาที ซึ่งก็เพียงพอแบบพอเพียงครับ 

จุดแรกที่แวะคือไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด … กับป้าย ” Katajiri ” หรือ Tatsuko statue .. รถบัสจอดแล้วก็จริง  แต่เรายังจอดไม่ได้ครับ เพราะมันต้องเดินกันอีกหน่อย แต่ก็ไม่ได้ไกลอะไร ฝ่าหิมะไปเรื่อยๆ 

ไม่นานก็ได้เจอกับเธอ ..

เธอคือใคร … ใครคือเธอ 

มาๆ เดี๋ยวจะเล่าสตอรี่ของเธอให้ฟังสั้นๆ 

แต่ก่อนจะฟังเรื่องของเธอ ก็ขอพูดถึงทะเลสาบ Tazawako ก่อนนน 

 

ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัด Akita เพราะนอกจากจะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดแล้ว ยังเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในประเทศอีกด้วย กับความลึกราวๆ  423.4 เมตร รอบ ๆ ทะเลสาบมีจุดท่องเที่ยวกระจายตัวกันหลายแห่ง จุดเด่นอีกอย่างของทะเลสาบนี้ความใสของมัน ซึ่งรูปนี้อาจจะตอบโจทย์ยังไม่ได้ เพราะฟ้าหม่น หิมะตก มองไม่เห็น BG เลยแม้แต่นิดเดียว จริงๆ ฉากหลังต้องเป็นภูเขาน่ะ 

กิจกรรมที่นักท่องเทียวนิยมเวลามาเที่ยวที่นี่ ก็คือการเช่าจักรยานปั่นชิลๆ บริหารน่องและแก้มก้นวนไปรอบๆทะเลสาบ รวมไปถึงการนั่งเรือนำเที่ยวรอบทะเลสาบ .. ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดที่ว่า หากคุณมาหน้าหนาววว ก็จะหมดสิทธ์ เพราะมันปิดดทุกสิ่งอย่าง .. ( ดีนะรถบัสไม่ปิด.. )

เอาล่ะ ได้เวลาแนะนำเธอคนนี้ นางเอกประจำทะเลสาบบ .. 

ตามตำนานบอกว่าหญิงงามคนนี้คือเจ้าหญิง ” ทัตสึโกะ “ซึ่งคุณเธอไปได้ยินมาว่าถ้าได้ดื่มน้ำจากทะเลสาบแห่งนี้เธอจะสามารถใช้ชีวิตได้เป็นอมตะครองความงามได้ตราบจนชั่วนิรันดร์ แต่ด้วยความโลภคิดว่าต้องดื่มน้ำให้เยอะที่สุด จะได้สวยสุดในซอย เธอก็เลยดื่มน้ำไปเยอะมากจนโดนสาปให้เป็นมังกร คอยดูแลทะเลสาบแห่งนี้วนไปยาว  จากตำนานนี้เอง ก็เลยเกิดเป็นแรงบัลดาลใจให้ศิลปินนาม Yasutake Funakoshi หล่อรูปปั้นเป็นตัวแทนของเจ้าหญิงทัตสึโกะ ที่กลายเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ขึ้นมา 

อะ สวัสดีจ้ะ 

บริเวณนี้ยังมีมุมสวยๆ อยู่สองสามจุดดด ให้ได้เก็บภาพกัน

เมื่อถึงเวบา คนขับก็โบกไม้โบกมือเรียกทุกคนให้กลับขึ้นรถอีกครั้ง เพื่อไปยังที่หมายถัดไป 

และไม่นานก็ถึง .. ป้ายนี้คือป้าย Gozano ishi shrine ซึ่งมีแลนด์มาร์คคือเจ้าเสาโทริอิสีแดงยืนตัวตรงอยู่ตรงทะเลสาบ เพื่อรอให้ทุกคนมาเก้บภาพสวยๆ ที่มุมนี้ … แล้วเราจะพลาดได้ยังไง พี่เค้ายืนหนาวรออยู่นานแล้ว

หันไปอีกทาง ก็มีศาลเจ้าเล็กๆ ตั้งอยู่ … มาหน้าหนาวก็จะขาวประมาณนี้ สวยแบบไม่ค่อยเห็นวิววเท่าไหร่ แต่ก็โดนใจอยู่ไม่น้อย

จากนั้นผมก็นั่งรถไฟต่อไปยังอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด Akita … เพราะสถานที่แห่งนี้มีตำนานนน! ( อีกแระ) 

แต่ก็นั่นแหละครับ สเน่ห์บางอย่าง ก็มักจะเกี่ยวกับที่มาและประวัติของที่นั้นๆ นั่งกินน้ำ เคี้ยวขนมปังจาก 7-11 ไปได้หมดคำพอดี ก้มาถึงที่สถานี Kakunodate 

ซึ่งเมืองนี้ก้ชื่อเดียวกับสถานนี คือเมือง Kakunodate 

ความสำคัญของเมืองนี้ก็ต้องเม้ายาวกันไปถึงยุคเอโดะ ในช่วงซามูไรครองเมือง! 

จังหวัด AKITA  ในอดีตนั้น เคยเป็นแหล่งที่ตั้งของชุมชนซามูไรที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากก  ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่ยังมีการปกครองในรูปแบบโชกุนอยู่ และถึงแม้ระบบโชกุนจะถูกยกเลิกไปแล้ว บ้านเรือนเก่าแก่ของตระกูลซามูไรทั้งหลายก็ยังคงถูกเก็บอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี โดยชุมชนที่ใหญ่ และยังคงเหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์อยู่เมือง Kakunodate แห่งนี้ครับ 

มาถึงด้านหน้าสถานี ก้ได้แต่ยืนสตั้น แล้วคิดในใจว่าา ” กรูจะเดินไปยังไงดี ” 

ตือจากสถานีรถไฟนี่ต้องเดินไปอีกไกลเหมือนกันนะ กว่าจะถึงชุมชนซามูไร ไฮไลท์ประจำเมือง น่าจะกิโลกว่าๆ แล้วจุดนี้คือหิมะหนาา และหนาวยะเยือกกมากก แต่มาขนาดนี้ก็เป็นไงเป้นกันล่ะฟะ .. ไปครับ! 

เดินไปตามทาง จะมีป้ายบอกทางไปยังชุมชนซามูไรเป้นระยะครับ .. ดูป้าย แล้วก็หันไปดูข้างงงๆ เป็นระยะ คือเงียบมาก คนแทบไม่มี แต่ถึงคนไม่มีหลายๆ ร้านก็เปิดทำการปกติ … ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป ไม่มีเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส

เดินแบบเมื่อไหร่จะถึงซะที หิมะตกแรงในบางเวลา … อ๊ะ นั่นสาวชุดแดงร่มแดงก็มาาาา 

ใกล้แล้วว … เจอนาฬกานี้เมื่อไหร่ ให้ตรงไปยังถนนเส้นนั้นด้านหน้านั่นแหละครับ 

และแล้วก็มาถึงจนได้ … ชุมชนซามูไรในตำนานนน! 

ในอดีตนั้น ซามูไรเคยเป็นชนชั้นที่สูงที่สุดในสังคมสมัยโบราณ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายระดับสายเปย์เลยทีเดียว เพราะว่านักรบซามูไรจะได้รับการตอบแทนจากเจ้านายด้วยที่ดินและทรัพย์สินอีกจำนวนมาก

หมู่บ้านซามูไรแห่งนี้ มีอายุกว่า 390 ปี เป็นเมืองเก่าของจังหวัด AKITA  ที่ยังคงมีบ้านโบราณสมัยยุคซามูไรเอโดะ ราวคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียงรายตลอดสองข้างทาง หลายๆ หลังก็เปิดให้เราเข้าไปชมด้านในได้ จนได้สมญาว่าเป็น little Kyoto เพราะรูปแบบผังเมือง ยังคงรูปแบบเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อตั้งชุมชนครั้งแรกที่ย้ายถิ่นฐานมาจากเกียวโตเมื่อปี ค.ศ. 1860 เพราะไม่เคยเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงใด ๆ สักครั้งเดียว รวมทั้งแผ่นดินไหวด้วย 

ก็เรียกว่าการได้มาเดินที่นี่ เหมือนเรากำลังเดินอยู่บนประวัติศาสตร์หน้านึงของประเทศญี่ปุ่น …

เดินคนเดียวมันก็เหงา แต่ก็ไม่ได้เหงาอยู่คนเดียว .. 

ทางเดินในชุมชนซามูไรนี้มีความยาวพอประมาณ เดินได้เรื่อยๆ บางบ้านเปิดให้เข้าชมฟรี บางที่ก้ต้องเสียเงินน  

ถ้าจะให้แนะนำสักที่ ก็ขอแนะนำ  Aoyagi House ซึ่งถือว่าเป็นบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดหลังหนึ่ง มีรูปแบบการสร้างที่สวยงาม หากเทียบกับบ้านอื่นๆ  มีพื้นที่กว้างครับ ทั้งสวนและบริเวณที่จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้โบราณ  เช่น ชุดเกราะ ดาบ รวมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่าเป็นของหายากกนะ  และยังมีอีกหลาย ๆ บ้านเช่น Ishiguro House, Matsumoto House, Kawarada House และอื่นๆ ครับ ลองดูว่าใครชอบหลังไหน ก็เข้าหลังนั้นน  

ตอนนี้ก็ไปชมบรรยากาศถนนเส้นประวัติแห่งนี้กัน .. 

เมื่อสมควรแก่เวลา ผมก็เดินกลับไปยังสถานีรถไฟอีกครั้ง แล้วนั่งรถไฟกลับไปยังเมือง Akita … ตอนนี้หิวมากกก 

เลยไปเดินอะไรกินภายในเมืองงง …. 

แล้วก็มาจบที่เมนูนี้ … ข้าวหน้าปลาดิบ  หอยยย หมึกทอดกรอบ และเบียเยนๆ อีกกรึ้บบบ 

หลังจากนี้ก็หลับสบายยยยจ้า 

เช้าอีกวันนน หิมะยังคงตก … คือทริปนี้เจอหิมะทุกเมืองครับ 

แต่จะว่าไปมันก็ทำให้เมืองนี้มีบรรยาากาศที่สวยทีเดียว .. 

จุดนี้ก็ใกล้ได้เวลาบอกลาเมืองนี้แล้วครับ …  ผมลากกระเป๋าเดินไปยังสถานีรถไฟ ไปถึงก่อนเวลานิดหน่อย เลยไปนั่งกินอุด้งเป็นการฆ่าเวลา

และภาพนี้คือภาพสุดท้ายของผมกับเมือง Akita .. นักเดินทางกระเป๋าลากกก กำลังจะลากกระเป๋าขึ้นรถไฟเพื่อไปยังที่หมายถัดไป 

สำหรับเมืองนี้ ผมขอสรุปว่า ” ควรมา ” นะ นี่จริงๆ ยังไม่ได้ไปไฮไลท์ของเมืองที่ Nyuto onsen เลย เนื่องจากไปคนเดียว จะไปแช่ออนเซนคนเดียว มันก็จะดูเปรี้ยวเกินไป เลยสงบใจเก้บไว้มาครั้งหน้าาาก็ได้ 

ไปละ … ขอบคุณที่รับชมครับ ^^ 

=================================

Fanpagehttps://www.facebook.com/scratchdaworld/

Youtube Travel Channel ( เที่ยวรอบโลก )https://www.youtube.com/channel/UCza3CAqJyecM2AGjxiV_pSQ?sub_confirmation=1

Instagram : scratch.da.world

หรือคลิกลิ้ง >> https://www.instagram.com/scratch.da.world/

=================================