หากจะมีสักทวีปที่ไปกี่รอบก็ได้ ไปกี่ครั้งก็ยังไหว แถมยังเป็นโซนที่มีประเทศและเมืองสวยๆ อยู่มากมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในนั้นคือ ” ทวีปยุโรป ” 

และรีวิวนี้ผมจะมาแนะเมืองท่องเที่ยวอันโด่งดัง ที่เป็นทั้งเป็นเมืองมรดกโลก  เมืองแห่งคูคลอง เมืองน่องปูด เพราะคนปั่นจักรกันยานเยอะมาก และจักรยานก็แทบจะล้นเมือง เมืองกันหันลม เมืองที่มีอาคารสถาปัตยกรรมสวยๆ ให้ชม บรรยากาศของเมืองนี้ก็ชิลอย่าบอกใคร 

เมืองที่ว่า ..  มีชื่อว่า   ” กรุง Amsterdam , ประเทศ Netherlands ” 

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือส่วนหนึ่งในด้านสว่างของเมืองนี้ .. และในเมื่อมีขาวย่อมมีดำ มีหัวก็ต้องมีก้อย โลกไม่ได้มีแค่ด้านเดียว เมือง Amsterdam ก็เช่นกัน ภายใต้ความสดใสนั้นมีความดาร์คไซด์ซ่อนอยู่ จริงๆ ก็ไม่ได้ซ่อนอะไร เพราะเมืองนี้เค้าชัดเจนในเรื่องของการให้อิสระประชาชน ขาย – เสพ – ซื้อ สิ่งเสพย์ติดจำพวกกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย แบบไม่เหมือนที่ไหนในโลก! ลำพังคุณเดินชมเมืองอยู่นั้น กลิ่นและควันของกัญชาก็ลอยมาประทะหน้าและเข้าจมูกคุณได้ง่ายๆ อีกเรื่องก็คือการค้าประเวณีอย่างถูกกฎหมาย เรียกว่าพี่เค้าล้ำมากในด้านนี้ 

แต่เชื่อมั้ยครับ ในความ Contrast ทั้งสองด้าน .. มันเเหมือนสร้างพลังบวกบางอย่างให้กับกรุง Amsterdam เพราะถึงจะมีด้านมืดกับด้านสว่างอยู่ร่วมกันอย่างเปิดเผยสามัคคี แต่เมืองนี้กลับได้กลายเป็นเมืองมรดกโลก , เมืองที่ประชากรมีคุณภาพอันดับต้นๆ ของโลก , เมืองที่น่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลกไปเป็นที่เรียบร้อย … นั่นทำให้เรารู้ว่า โลกใบนี้มันมีหลายด้านจริงๆ 

และวันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวสำคัญ 13 จุด ที่เรียกว่าถ้ามา Amsterdam แล้วคุณไม่ได้มาจุดใดจุดหนึ่งในนี้ เราจะไม่อนุญาติให้คุณกลับบ้าน :p 

———————————————————–

ก่อนจะเข้าเรื่อง ก็มีอีกเรื่องที่อยากจะแนะนำเช่นกัน … เกี่ยวกับการเดินทางไปยังกรุง Amsterdam ครับ 

ครั้งนี้จะขอพูดถึงและแนะนำสายการบิน 5 ดาว Full services ของเอเชียบ้านเรา ที่มีบินตรงจากกรุงเทพไปลงที่กรุง Amsterdam แบบไม่มี stop ใดๆ ในราคาที่ไม่แรง 

นั่นคือ ” สายการบิน EVA AIRLINES ” สายการบินสัญชาติไต้หวัน ติดอันดับหนึ่งในสายการบินยอดเยี่ยมของโลก เอาล่ะ มาดูกันว่าสายการบินนี้มีความน่าสนใจยังไงบ้าง 

A) บินตรง นอนยาว ด้วยการบริการระดับห้าดาว [ Member of Star Alliance ] 

จะบินไปยุโรปทั้งที ถ้าอยากบินแบบนอนยาวๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องให้เปลืองแรง ใช้เวลาบินไม่นาน Full services และการันตีจากสายการบินด้วยการบริการระดับห้าดาวที่ไม่แพ้สายการบินอื่นๆ ครับ .. และด้วยความที่เป็นสมาชิกของ Star Alliance เช่นเดียวกับการบินไทย อ่ะก็สะสมไมล์กันไปยาวๆ ใครถือบัตรทองของ Star Alliance ก็สามารถเข้า Lounge ของ Eva ได้ด้วยนะ 

อ่อ Lounge EVA อยู่ที่ชั้น 3 บริเวณคองคอท F ครับ เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงประมาณตี 2 หรือหลังไฟล์ทสุดท้ายของสายการบิน

ผมมีข้อมูลไฟลท์จาก Bangkok – Amsterdam มาให้ดูครับ [ บินด้วยเครื่อง boeing 777-300er ] 

ขาไป    : BKK – AMS [ Tue – Thurs – Sat ] >> 12.30 ~ 19.35 local times 12.05 hrs 

ขากลับ : AMS – BKK [ Tue – Thurs – Sat ] >> 21.40 ~ 13.40+1 days  locals 11 hrs 

เช็คราคาตั๋วและข้อมูลเพิ่มได้ที่ https://www.evaair.com/en-us/index.html

B) อาหารถูกปาก 

แน่นอนว่าการบินยาวๆ นี่อาหารก็สำคัญนะ ด้วยความที่เป็นสายการบินคนพื้นที่เดียวกัน อาหารบ้านเค้าเราก็คุ้นๆ กันดี ดังนั้นทานได้ ถูกปากคนไทยอย่างเราแน่นอน และยังสามารถเลือกอาหารก่อนขึ้นเครื่องได้ด้วยครับ 

C)  การบริการคือเรื่องสำคัญ 

จะเสียเงินเดินทางไกลทั้งที การบริการที่ดีก็ต้องมา .. และจากรีวิวของหลายๆ ท่าน จาก feedback ของหลายๆ คน ถือว่า EVA ทำได้ดีครับ แอร์น่ารัก ( ทั้งหน้าตาและการบริการ ) ดูแลดี มีเซิร์ฟเรื่อยๆ 

D) ความสะอาดและความปลอดภัย 

นี่ก็เรื่องสำคัญ และสิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ให้กับสายการบินนี้ได้ดีที่สุดคือ รางวัล Best Airline Cabin cleanliness จาก Skytrax มาด้วย ประมาณว่าเป็นสายการบินที่สะอาดที่สุดนั่นเองครับ 

E) ราคาที่เอื้อมถึง กับการบริการระดับ Full services 

ราคาช่วงปกติของ EVA นั้นถ้าเทียบกับสายการบิน Full services อื่นๆ ที่บินตรงไปยุโรปนั้นถือว่าถูกกว่าพอสมควรเลยครับ ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาราคาที่จับต้องได้ บินตรง บริการดี นั่งสบาย .. ลองดู EVA Airlines เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อาจจะตอบโจทย์คุณได้อย่างไม่ยาก 

———————————————————–

กรุง AMSTERDAM กับ 13 สถานที่ต้องห้ามพลาด !!

Amsterdam คือหนึ่งในสถานที่ที่ใครหลายคนอยากจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต ก็แน่ละ ครบรสชาติสะขนาดนี้ มีตั้งแต่ความสวยงามสดใส ไปจนถึงเรื่องดาร์คไซด์ที่กลายเป็นชีวิตปกติของคนพื้นที่ .. ว่าแต่เมืองนี้มีความเป็นมายังไง ผมขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ 

กรุง Amsterdam คือเมืองหลวงของประเทศ Netherlands มีแผ่นดินอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล(Amstel) มีประชากรกว่า 1.5 ล้านคนนับว่ามากที่สุดในประเทศครับ โดยเมืองนี้มีคูคลองล้อมรอบเมืองถึง 165 แห่ง และได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป มีอาคารกว่า 7,000 หลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์ สะพานอีกกว่า 400 แห่งที่เชื่อมเกาะต่างๆ เข้าด้วยกัน และมีความน่าสนใจในหลายๆ มุม … จนทำให้ UNESCO อยู่เฉยไม่ได้ เลยตัดสินใจมอบมงให้ Amsterdam เป็นมรดกโลกไปซะเลย 

หากเปรียน Amsterdam เป็นใครสักคน ก็ต้องเป็นคนที่ครบเครื่อง มีความสามารถรอบด้าน เพราะเมืองนี้มีทั้งความสวยงามของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีการคมนาคมที่สะดวกเชื่อมถึงกันหมด มีเลนจักรยานในทุกจุด ( เมืองนี้มีจักรยานมากกว่า 600,000 คัน! ) จะเสพย์งานศิลป์ก็ดี จะปาร์ตี้ก้มันส์ อาหารการกินมีตั้งแต่ยุโรป เอเชีย ไปจนถึงเลบานอน Museum ก็เยอะ แถมมีงานดีๆ ทั้งนั้น ( เช่น Van Goh หรือที่ Rijksmuseum ) ]ล่องเรือก็ฟิน  ย่านชอปตรง Damrak ก็ครบ สายดาร์คก็มี แถมอิสระเสรีไปอีก สรุปว่าถ้าชอบเดินทาง ยังไงก็ควรมากสักครั้งนะ 

มาดูกันครับ ว่า 13 ที่ต้องห้ามพลาดมีอะไรบ้าง 

  

 

1. ย่าน Dam square 

จัตุรัส Dam sqaure ทำหน้าที่เหมือนเป็นหัวใจของเมือง อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ  เป็นแลนด์มาร์คของนักท่องเที่ยว เป็นจุดเลี้ยวจุดนัดพบของคนพื้นที่ สถานที่สำคัญหลายๆ ทั้งถนนคนเดินสายชอปอย่สงถนน Kalverstraat ,  พระราชวังหลวง , อนุสรณ์สถานสงคราม เเละ โบสถ์ใหม่  รวมไปถึงอนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพที่สร้างขึ้นมาเป็นลักษณะรูปทรงกรวยสีขาวเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ตั้งอยู่ในสถานที่เเห่งนี้ นอกจากนี้เเล้วก็ยังใช้เป็นที่จัดพระราชพิธีต่างๆ อย่างมากมายของประเทศอีกด้วยครับ คือถ้าไปเที่ยวแล้วกลัวจะหลงกัน ก็นัดมาที่นี่ครับ หาง่ายสุดละ 

 

2. Royal Palace หรือพระราชวังหลวง

ตรงบริเวณจตุรัส Dam square ก็เป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ นั่นคือ พระราชวังหลวงหรือ Royal palace ซึ่งนับว่าเป็นพระราชวังที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างมาก ระดับความชราคือติดหนึ่งในสามของพระราชวังในประเทศ ที่ควีนเบียทริกซ์ทรงงานราชการต่างๆ ตลอดจนเอาไว้สำหรับรับเเขกบ้านเเขกเมือง รวมไปถึงการทำพิธีสำคัญต่างๆ

เเต่เดิมนั้นที่นี่เป็นศาลาว่าการเมือง Amsterdam มาก่อน จนมาถึงในช่วงของศตวรรษที่ 17 ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามามีอำนาจเหนือเนเธอร์เเลนด์ ในยุคของพระเจ้านโปเลียนที่ทรงส่ง พระเจ้าหลุยส์ โบนาปาร์ต มาเป็นกษัตริย์ทรงปกครองเนเธอร์เเลนด์ เเละพระองค์ได้เปลี่ยนศาลาว่าการเเห่งนี้ให้กลายมาเป็นพระราชวังที่ประทับของพระองค์ในช่วงนั้น เเละเมื่อฝรั่งเศสหมดอำนาจการปกครองในเนเธอร์เเลนด์ลง พระราชวังเเห่งนี้ก็ได้เป็นที่ประทับของกษัตริย์เนเธอร์แลนด์อีกหลายพระองค์ จนในปี ค.ศ.1967 ควีนเบียทริกซ์ก็ทรงย้ายไปประทับที่กรุงเฮก เเละพระราชวังเเห่งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงให้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละยอดนิยมอย่างมากเมืองนี้ครับ 

ทุกวันนี้ส่วนของราชการอะไรต่างๆ ได้ถูกย้ายไปที่กรุง Den Haag [ เฮก ] แทบทั้งหมดแล้วนะครับ แต่ Amsterdam ก็ยังเป็นเมืองหลวงและเมืองท่า เมืองท่องเที่ยว และเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศเหมือนเดิม

 

3. สถานีรถไฟ Central Station 

ก็ขอบรรจุเอาไว้ในสถานที่เที่ยวด้วยละกันนะ กับหัวลำโพงแห่ง Amsterdam …

 ถึงบางคนนั่งรถไฟมาต้องผ่าน ต้องลงที่นี่อยู่แล้วก็ตาม เพราะอาคารของสถานีนั้นสวยงามจริงๆ บรรยากาศคูคลองและบ้านเรือนรอบๆ ก็น่ามองซะเหลือเกิน เอาเป็นว่าอย่าแค่ลากกระเป๋าเดินออกมา แล้วเมินความงดงามของสถานที่แห่งนี้ไป ลองหยุดนิ่งๆ แล้วมองดูความเป็นไปของบรรยากาศรอบๆ ตัวดูครับ 

 

4. บ้านเกิดของ Anna Frank 

จริงๆ แล้วก็เป็นแค่บ้านริมคลองธรรมดา แต่วันนึงก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2  

บ้านหลังนี้เป็นบ้านของ Anne Frank ที่ใช้หลบซ่อนจากการตามล่าของชาวนาซีเป็นเวลาสองปี ระหว่างที่หลบซ่อนนั้น Anne Frank ได้เขียนไดอารี่เล่าถึงความน่ากลัวที่เธอและครอบครัวได้เผชิญ แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอและครอบครัวถูกจับได้ เลยโดนส่งตัวไปอยู่ค่ายกักกัน และเสียชีวิตด้วยโรคไข้ไทฟัส และก่อนที่สงครามจะสิ้นสุดลง หลังจากสงครามในปี ค.ศ. 1947 …  ไดอารี่ของ Anne Frank ได้ถูกเผยแพร่ไปสู่สายตาชาวโลก และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อเกียรติภูมิของมนุษย์ในยุคนั้น

ต่อมาบ้านของ Anne Frank ได้ถูกเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ผู้คนเยี่ยมชม ถ้าจะมาเที่ยวแนะนำมาช่วงเช้า เพราะช่วงกลางวันคนจะเยอะมากครับ หรือจองออนลไน์มาก่อนก็ดีนะ 

ปล.อนุสาวรีย์นี้อยู่ใกล้ๆ กับบ้านของเธอครับ 

 

5. เดินเล่นเรียบคลอง เดินมองความสวยงาม 

อันนี้อาจจะไม่ได้ชี้ชัดเจาะจงสถานที่ แต่เป็นสิ่งที่ใครมาก็ต้องทำ เพราะเรื่องราวดีๆสถานที่น่าสนใจ บางครั้งมันไม่ได้มาในรูปแบบของแลนด์มาร์ค ส่วนมากก็มักจะอยู่ระหว่างทาง .. ที่ Amsterdam ก็เช่นกัน ด้วยความที่มีคูคลองอยู่มากมาย สะพานก็หลายจุด ดังนั้นก็เดินมันเข้าไป เข้าตรงนู้น ออกตรงนั้น เลี้ยวตรงนี้ วางแผนที่ลง แล้วลองเดินตามความรู้สึกดูบ้าง บางทีคุณจะได้เจอมุมสวยๆ สิ่งที่น่าสนใจอย่างไม่ตั้งใจก็ได้ แนะนำว่าควรเดินทั้งตอนกลางวัน และตอนพลบค่ำ เพื่อให้ได้บรรยากาศที่ต่างไปครับ 

 

6. REMBRANDTPLEIN

ย่านชิลอีกย่านที่คนพื้นที่บอกว่า เดี๋ยวนี้เค้ามานั่งชิลอยู่นี่กันแล้ว ร้านค้า ร้านอาหาร เรื่องดื่ม และอื่นๆ ก็มีหลากหลาย และน่าสนใจ กลางวันว่าคึกคักแล้ว ตกกลางคืนนกฮูกออกหากิน ก็ยิ่งคึกคักกว่า เพราะเต็มไปด้วยผับ บาร์ต่างๆ และมีอนุสาวรีย์ REMBRAND ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1852 เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของย่านนี้  อ่อ ว่ากันว่า Starbuck หนึ่งในสาขาที่สวยที่สุดในโลกอยู่ที่นี่ด้วยนะ ใครคอ Starbuck ไม่ควรพลาดด

 

7. Heineken Experience 

ไม่ว่าจะคอเบียร์หรือคอไม่เบียร์ แทบทุกคนต้องรู้จักเบียร์ที่ชื่อว่า ” Heineken ”

นี่คือแบรนด์เบียร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของเบียร์ยี่ห้อนี้ ก้ไม่ใช่ที่ไหนไกล มาอยู่ในรีวิวนี้ ก้ต้องที่ Amsterdam นี่แหละครับ 

อาคารเก่าขนาดใหญ่สไตล์วินเทจที่อยู่บนถนน Stadhouderskade ไม่ไกลจาก Rijksmuseum เป็นที่ตั้งของ Heineiken Experience ซึ่งแต่เดิมนั้นอาคารนี้คือโรงงานผลิตเบียร์ดั้งเดิมแรกสุดในยุคบุกเบิกของ Heineken ที่สร้างขึ้นในปี 1876 และถูกปิดตัวลงในปี 1988 หลังจากที่ย้ายฐานการผลิตเบียร์ใหม่ออกไปอยู่นอกเมืองเพื่อรองรับการขยายตัวและปรับสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ จากนั้นก็ถูกนำมารีโนเวทใหม่ให้เป็นศูนย์ข้อมูลในปี 1991 ที่ชื่อว่า Heineken Treat and Information Centre

แล้วในปี 2001 ทาง Heineken ก็ปรับโฉมที่นี่อีกครั้งเพื่อต้อนรับศตวรรษใหม่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่ผสมผสานการเล่าประวัติศาสตร์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยกันอย่างลงตัว เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากการก้าวข้าวสู่ยุคมิลเลนเนียมก็มีการปิดเพื่อปรับปรุงกันอีกครั้ง ก่อนที่จะเปิดทำการโฉมใหม่ไฉไลกว่าเก่าอย่างที่เห็นในปัจจุบันเมื่อปี 2008 นี่เองครับ 

มีตั้งแต่ความเป็น .. วิวัฒนาการของขวดในยุคต่างๆ กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม และอีกมากมาย

 

8. Canal cruise 

เป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณมาเมืองนี้ แล้วจะไม่ทำกิจกรรมนี้  นั่นคือการล่องเรือชมเมือง Amsterdam ครับ 

ระหว่างเรือก็จะได้ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ของเมือง บ้านเรือนต่างๆ ในอีกมุมที่ต่างไปจากการเดินเท้า เรือลำขนาดกำลังดี จะพาคุณลัดเลาะคลองเล็ก คลองน้อย ลอยตัวลอดสะพานไปจนถึงคลองใหญ่  บนเรือก็จะมีไกด์มาอธิบายจุดต่างๆ ให้ฟังว่านี่คือไร บ้านตรงนั้นมีประวัติสำคัญยังไง บลาๆ เรียกว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ประจำเมืองเลยครับ 

 

9. Leiden square หรือ Leidseplein

อีกหนึ่ง Sqaure ที่มีความคึกคักในทุกเวลา เพราะมีร้านค้าต่างๆ หลายจุด แถมยังมีโชว์เล็กๆ จากคนพื้นที่มาให้ดูอีกเป็นช่วงๆ  อีกทั้งยังเป็นเหมือน Centre hub หรือศูนย์กลางการคมนาคมโดยเฉพาะรถ Tram ที่ตัดผ่านที่นี่อยู่หลายสาย อยู่แถวๆ ถนน Leidsedwarstraat ครับ คนท้องถิ่นจะใช้เป็นจุดนัดพบนัดเจอกันอีกแห่งนึง 

 

10. Flower Market 

เอาใจคนสายหวาน สายมุ้งมิ้งกันบ้าง กับ Flower Market หรือตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ซึ่งเป็นการรวมตัวของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พกพาดอกไม้พันธ์ต่างๆ มาตั้งวางเรียงรายขายกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศน่ารักมากๆ แต่ละร้านก็จะมีทั้งดอกไม้ หัวหรือแม้แต่หน่อของดอกไม้มาขาย และก็มีป้ายบอกว่าแต่ละดอกคือดอกอะไร พันธ์ไหน ราคาเท่าไหร่ เรียกว่าถ้าคุณเป็นดอกไม้ เลิฟเว่อ ก็ไม่ควรเผลอมองข้ามตลาดนี้ไปเป็นอันขาด 

 

11. Rijksmuseum & Van goh museum 

มาถึงอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ … นั่นคือ Museum ที่สำคัญที่สุดของเมือง ” Rijksmuseum ” 

Museum แห่งนี้เป็นสถานที่ที่รวบรวมงานศิลปะของจิตรกรชาวดัตช์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งด้านในมีจัดแสดงผลงานของเหล่าจิตรกรมากมาย เช่น ผลงานของ Rembrandt, Frans Hals, และ Johannes Vermeer มีมากกว่า 8,000 ผลงาน และชิ้นงานกว่า 30,000 ชิ้น ใครคอเสพย์งานศิลป์ ก็ฟินกันให้ตาแฉะกันไปข้างเลยครับ จุดนึงที่ดูสวยทีเดียวคือห้องหมุดครับ มีความวินเทจมากก 

และบริเวณด้านหน้าของ museum ก็มีป้ายแลนด์มาร์คประจำเมืองที่เขียนว่า ” I Amsterdam ” เป็น Magnet ดึงดูดคนจากทั่วโลกมายืนรอคอยเรียงคิวถ่ายรูปกันทั้งวัน 

ในบริเวณเดียวกันนี้ ยังมี Museum ที่รวบรวมผลงานของศิลปินชื่อก้องโลกอย่าง Van goh อยู่ด้วย ที่ Van goh museum ใครชอบพี่แก ก็แวะเวียนไปเสพย์งานแกได้ เรียกว่าถ้าเดินครบ จบสองที่นี้น่าจะตาลายกลับโรงแรมไม่ถูกแน่ๆ 

 

12. ด้านมืด Red Light district & Weeds [ 18+ ] 

เพราะโลกไม่ได้ม่ีแค่ด้านเดียว .. แต่ด้านนี้ของ Amsterdam คือหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร แต่ก็กลายเป็นเรื่องน่าสนใจและความแปลกใหม่ของใครหลายคน จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสะอย่างนั้น

ว่าด้วยเรื่อง Red light district กันก่อน ที่นี่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว 

อย่างที่ทราบกันดีครับ ว่าธุรกิจค้าประเวณีในเมือง Amsterdam นั้น สามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ก็ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ โดยผู้ขายจะต้องใบอนุญาติ และต้องอยู่ในเขตพื้นที่ที่ทางการจัดไว้ให้เท่านั้นครับ ซึ่งก็คือห้องแคบๆที่มีกระจกยืนโชว์ตัวให้คนผ่านไปมาได้เห็น เมื่อชายหนุ่มถูกใจ ก็เดินไปสอบถามราคา พอตกลงกันก็เป็นอันจบครับ .. ม่านตรงกระจกจะถูกปิด เมื่อธุรกิจกำลังดำเนินไป และจะถูกเปิดอีกครั้ง เมื่อปิดดีลเรียบร้อย และชายหนุ่มเดินออกมา  ย่านนี้ยังมีทั้ง Sex shop และโชว์ต่างๆ อีกด้วย 

ย่านนี้ใครมาห้ามถ่ายรูปเป็นอันขาดนะ เตือนไว้เลย ไม่งั้นเจอคุณเทอๆ ทั้งหลายจัดการแน่ๆ

มาถึงเรื่อง Weed หรือสิ่งเสพย์ติดบางอย่าง ที่เค้าให้ซื้อขายกันได้อย่างเสรี มีตั้งแต่กัญชา ยาบำรุงทางเพศ ไปจนถึงเห็ดมหัศจรรย์ (Magic Mushroom ) แต่ที่ขึ้นชื่อและเยอะที่สุดก็คือกัญชา สามารถหาซื้อได้ตามร้านที่มีป้ายว่า Coffee shop .. ครับ นี่คือเรื่องจริง 

 

13. หมู่บ้านกังหันลม Zaanse schans

เมื่อ Netherlands ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งกังหัน สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องมาเห็นให้ได้ ก็คงหนีไม่พ้นกังหัน .. และจุดชมกังหันสวยๆ ที่อยู่ใกล้ Amsterdam ที่สุดก็คือที่นี่ Zaanse schans … 

แค่ก้าวแรกที่คุณเข้ามา มันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเมืองใหญ่อย่าง Amsterdam โดยสิ้นเชิง ทั้งความบริสุทธ์ของธรรมชาติ ความคลาสสิกของบ้านไม้หลากสีสัน ที่สำคัญก็คือเหล่ากังหันลมสุดคลาสสิก ที่ยังคงใช้งานได้จริง วิวรอบๆ คือดีมากก มุมถ่ายรูปเพียบ 

โดยเจ้าหมู่บ้านกังหันลม ( zaanse  schan) นี้ อยู่ห่างจาก Amsterdam ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร มีการอนุรักษ์กังหันลม และบ้านเรือนดั้งเดิมของ Netherlands เอาไว้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวดัชต์ ที่ใช้กังหันลมกว่าร้อยแห่งในงานอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17-18 ทั้งผลิตน้ำมันจากดอกมัสตาร์ด กระดาษงานไม้ นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์เบเกอรี่ชีสฟาร์ม นาฬิกา ร้านขายเครื่องกาแฟและชา โรงงานน้ำมัน (Oil Mill) และโรงงานทำรองเท้าไม้ที่อยู่คู่กับชาวดัชต์มานาน จุดนี้จะมีรองเท้ายักษณ์ หนึ่งในแลนด์มาร์คของที่นี่ให้คุณมาถ่ายรูปเล่นลงไอจีลงเฟสได้ 

การเดินทาง : วิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดคือรถบัสครับ โดยสามารถขึ้นรถบัสบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟ โดยนั่งสาย 391 ไปลงที่ป้ายสุดท้ายเลย ไม่ต้องกลัวหลับแล้วเลยป้ายครับ 555 

 

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะ 🙂 

ขอบคุณครับ