Site Loader

by สองเท้า – เกาโลก : www.facebook.com/scratchdaworld

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมรู้จักกับเส้นทางรถไฟสายหนึ่งจากรายการโรมมิ่งของพี่เรย์ แมค

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมได้ถูกกระตุ้นความฝันอย่างแรงจากรีวิวเส้นทางนี้ที่ดังเป็นพลุแตกของหมอ 2 คน

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมลาออกจากงานประจำ ….

เมื่อ 1.5 ปีที่แล้ว ผมเริ่มเขียนความฝันอย่างหนึ่งวางไว้บริเวณโต๊ะคอมพ์ พร้อมกับวางแพลนชีวิตเพื่อล่าฝัน

เมื่อ 10 เดือนก่อนผมเริ่มทำ page สองเท้า – เกาโลก ขึ้นมาเพื่อที่จะสานความฝันและส่งต่อแรงบันดาลใจ

เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ….. ความฝันมันเริ่มสร้างตัว จนมันเริ่มรั่วออกมาสู่โลกแห่งความจริง

และอีก 1 เดือนที่จะถึงนี้ วันดีดีที่ความฝันของผมกำลังจะมาบรรจบกับความจริง บนเส้นทางในฝันจะมาถึง นั่นคือ !

” ลุยเดี่ยวกับเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จากปิกกิ่ง มองโกเลีย รัสเซีย เข้ายุโรป และ เดินทางยาวไปจบที่เกาะอังกฤษ กับระยะเวลาราวๆ 90 วัน “ …. หากสังเกตุดีๆ หลังคำว่าความฝันผมได้ใส่ตัว ” s ” ลงไป นั่นหมายถึงว่าทริปนี้มันบรรจุความฝันของผมมากกว่าหนึ่งอย่าง แต่ผมอาจจะต้องทำมันทั้งหมดคนเดียว

ก็อย่างว่า ใครมันจะบ้าหรือว่างมาเดินทางนานๆอะไรแบบนี้ง่ายๆ และกว่าผมจะทำให้มันเกิดขึ้นได้มันไม่ใช่ง่ายๆเช่นกัน ก็เลยต้องมั่นหน้าและมั่นใจไปมันตัวคนเดียวนี่แหละ เพราะถ้าจะไปรอให้ใครมาว่างกับทริปนานขนาดนี้ ผมคงฟันหลุดหมดปากก่อนพอดี แต่ในบางที่ระหว่างทางก็อาจจะมีเพื่อนมา Featuring บ้าง หวังว่าให้มันมากันเยอะๆ แต่ก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะต้องลุยเดี่ยวตลอดทริปก็เป็นได้ ไม่มีอะไรแน่นอน …. การเดินทางครั้งนี้ก็เช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมนั่งดูรายการ roaming ของพี่เรย์ตั้งแต่ตอนที่ 1 ยันตอนจบภายในเวลาไม่นาน ก็รู้สึกว่า เห้ย ! แม่งเจ๋งอะ โดนสุดๆ ตอนนั้นเริ่มอยากแล้ว แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างยังไม่พร้อม แถมหน้าที่การงานก็กำลังไปได้ดี ไอการจะไปแบบนี้มันลาธรรมดาได้ที่ไหน ต้องแข็งใจลาออกลูกเดียว เลยขอเก็บมันไว้ในกล่องของความฝันก่อน

แต่แล้วเวลาผ่านไปปีกว่า ผมก็เห็นเพื่อนแชร์รีวิวอันนึงของ pantip จากหมอสองคนที่ตะลุยไปกับเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรียอีกครั้ง คราวนี้ผมก็เสพย์รีวิวนี้เช่นเคย และเหมือนมันได้เปิดกล่องความฝันที่ถูกปิดผนึกมานาน แถมเพิ่มดีกรีและกระตุ้นต่อมความฝันด้วยแรงถีบที่มีความรุนแรงระดับ 8.9 ริกเตอร์ ผมเลยคิดว่าคงเพ้ออยู่เฉยๆไม่ได้แล้ว หากพรุ่งนี้กูขาเป๋ไปไหนไม่ได้จะทำยังไง ทำใจหรอ ไม่นะ ขอตามใจไปทำความฝันให้เป็นจริงดีกว่า

ในช่วงนั้นผมยังคงทำงานออฟฟิส และเมื่อมาถึงจุดที่รู้สึกว่าความฝันมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เส้นทางในฝัน แต่การเดินทางมันกลายเป็นความฝันไปเรียบร้อย และสิ่งหนึ่งที่เป็นทรัพยากรหลักของความฝันก็คือเรื่อง ” เวลา ” ซึ่งแน่นอนว่างานประจำกับการต้องตื่นเช้าไปทำงานทุกวัน ลาไปไหนก็ยาก ลายาวก็ไม่ได้ มันเริ่มไม่ตอบโจทย์ชีวิต ถึงแม้หน้าที่การงานจะดี อยู่ในองค์กรดี แต่เวลาที่มีมันไม่รอนะเว้ย !

เอาดิ ลาออกไปตั้งหลักก่อน ! ( หากใครยังไม่มีลู่ทาง อย่าไปออกกลางคันเชียวนะครับ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี )

ผมโชคดีอย่างนึง ตรงที่ทางบ้านมีกิจการของครอบครัว แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โต ไม่ได้มีเงินมากมาย และยังต้องทำใจออกจากงานดีๆ เงินเดือนงามๆ สวัสดิการขั้นเทพ แถมยังต้องออกจากเมืองกรุงที่มีเพื่อนๆมากมายอยู่ที่นั่นมาอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด นี่คือทางเดียวที่ผมจะตามความฝันได้ จากนั้นผมก็ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ และไม่น่าเชื่อว่าเมื่อความฝันมันแรง สิ่งที่ไม่เคยทำได้หลายๆ อย่างผมก็สามารถทำได้ ผมทำงานมากขึ้น ผมหาช่องทางหาเงินด้านอื่นและที่สำคัญช่องทางดังกล่าวมันดันเป็นสิ่งที่ผมรักซะด้วยสิ จากนั้นก็เก็บเงินไปเรื่อยๆ จนมันถึงจุดที่เกือบไล่ตามความฝันได้

” การได้ทำในสิ่งที่รัก และมีประโยชน์กับคนอื่น คุณแค่ทุ่มเทและให้สิ่งเหล่านั้นกับผู้อื่นเท่าที่คุณสามารถให้ได้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน แล้ววันนึงสิ่งที่เหนือความคาดหวังมันจะวิ่งเข้ามาหาคุณเอง … ขอแค่คุณมี passion และใจที่รักจริงในสิ่งที่ทำก็พอ ” ……ผมทำได้ ใครๆก็ได้ทำได้

ประกอบกับจังหวะที่ตัดสินใจทำเพจนี้ขึ้นมาพอดี ผมจึงคิดว่ามันจะเป็นเรื่องดีแค่ไหน ถ้าเราได้ถ่ายทอดความฝันของเราเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ที่รักในสิ่งเดียวกันอย่างที่ผมได้รับมาก่อน และมันคงจะมีคุณค่าไม่น้อยหากสิ่งที่ผมทำมันได้เป็นเศษเสี้ยวหนึ่งของความฝันให้กับอีกหลายๆคน…

เริ่มต้นแพลน

หลังจากเริ่มทำเพจมาไม่นาน ผมก็เริ่มต้นแพลนทริปนี้ทันที ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ แต่คำหนึ่งที่ผมยึดถือเสมอคือ เมื่อฝันแล้วต้องลงมือทำ !

ผมเริ่มจากการเขียนปากกาถึงเมืองที่อยากจะไป สถานที่ที่อยากจะโดน สิ่งที่อยากจะทำ และเริ่มดูความเป็นไปได้ ว่าจะทำให้ทริปนี้มันบรรลุจุดประสงค์บนความฝันและความฟินไปพร้อมๆกันได้อย่างไร ผมหาข้อมุลจากอินเตอร์เนทบ้าง ซื้อหนังสือมาอ่านบ้าง แล้วก็วางแพลนมาเรื่อยๆ เดือนแล้วเดือนเล่าา จนแพลนยังไม่เสร็จแต่กลับมีจังหวะที่สามารถไปได้ และปัจจัยอย่างอื่นเอื้ออำนวย อีกเรื่องคือต้องขอบคุณครอบครัวของผมที่ปล่อยให้ผมได้ไล่ตามความฝัน เพราะการจะไปนานแบบนี้ ไม่ต้องสืบเลยว่าผมจะห่วงทางบ้าน และทางบ้านจะห่วงผมแค่ไหน แต่เราใช้ความเข้าใจคุยกัน นั่นจึงทำให้ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

เมื่อแพลนจะเสร็จ มีช่วงที่ไปได้ ปัจจัยหลายๆอย่างเอื้อ เรื่องต่อไปคือหาวันที่ใช่ ฤกษ์ที่ดีสำหรับการเดินทาง โดยครั้งนี้ผมอยากจะไปช่วง Autumn หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะไม่เคยไปช่วงนี้เลย ผมมั่นใจว่ามันต้องสวยงามมากแน่ๆ และผมต้องเริ่มต้นนับหนึ่งจาก ปักกิ่ง เพื่อตัดริบบิ้นความฝันจากที่นี่ โดยมีเป้าหมายคือในช่วง 2 week แรกของเดือน 9 ผมต้องอยู่บนรถไฟให้ได้เพื่อให้ทันช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของแต่ละประเทศ

การเริ่มต้นขึ้นรถไฟจากปักกิ่งเพื่อไปให้ถึงเส้นทางสายทรานไซบีเรีย หรือความฝันของผมนั้น รถไฟจะวิ่งทุกวันพุธและไม่รู้เป็นโชคชะตา หรือความบังเอิญให้วันพุธในช่วงนั้นมันตรงกับวันที่ 9 พอดี ผมเลยจิ้มวันเดินทางได้อย่างไม่ต้องคิดให้มึนกบาล !!

” 0 9 . 0 9 . 2 0 1 5 ” วันที่เส้นทางในฝัน จะไม่เป็นแค่ความฝัน……

ไปไหนมั่งมึง

ก่อนจะตอบคำถามนี้ผมขอแนะนำนิดนึงครับ เนื่องจาก Facebook ทุกวันนี้ หลายๆครั้งสิ่งที่ผมโพสมันแทบจะเข้าไปไม่ถึงลูกเพจเลย เช่นมีแฟนเพจสามหมื่น แต่เข้าถึงแค่สามพัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดโพสรายงานสดจากสถานที่จริงและรีวิวต่างๆ สามารถแก้ได้โดย คลิกที่ปุ่ม like ดังรูป แล้วเลือก see first ครับ รับรองว่าจะไม่พลาดหรือดีเลย์แน่นอนเมื่อเพจนี้ได้โพสอะไรก็ตาม โดยเฉพาะรายงานสดจากขอบระหว่างทางของทริปนี้ !

และที่สำคัญคือผมจะไม่โพสอะไรถี่หรือโพสพร่ำเพื่อ และอย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นโพสขยะจ เพราะผมกลั่นกรองทุกโพส ทุกภาพ ทุกคำพูดมาอย่างดี เพื่อให้มันมีคุณภาพมากที่สุด และเมื่อเราทำอย่างเต็มที่ สาเหตุที่ตั้งใจหลักๆก็คือ ” อยากให้ทุกคนได้อ่าน ได้สนุก ได้ข้อมูล และได้แรงบันดาลใจดีๆกลับไป ”

ฝากด้วยนะครับ ความตั้งใจที่จะให้คือความสุขใจที่ผมได้ทำ … อยากให้ทุกคนได้อ่านทุกโพสครับ ^^

สำหรับคอมพิวเตอร์

สำหรับมือถือ

มาต่อครับ

เมื่อได้วันที่แล้ว ก็เข้าสู่เรื่องที่สำคัญและมันส์ที่สุดนั่นคือหาสถานที่ที่จะไป !

การเดินทางครั้งนี้ผมจิ้มสถานที่ที่อยากไปให้หมดก่อน โดยเอาเรื่องจำนวนวันไว้ทีหลัง เพราะกี่วันก็ได้ แล้วค่อยมาคำนวนตังค์อีกที ไออย่างหลังนี่แหละสำคัญ 55 และผมตั้งใจให้มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด เช่นอยากอยู่ไหนนานๆก็อยู่ อยากไปก่อนก็ไปแล้วที่เหลือก็ไปแก้ปัญหาเอาหน้างาน ฟินแน่นอน ^^

นี่คือเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรียคร่าวๆครับ

และการเดินทางครั้งนี้ผมจะนั่งรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลก นั่นคือ ” Trans-siberian railways ” โดยผมจะนั่งสาย Trans-Mongolian จากปักกิ่งก่อน แล้วไปแวะเที่ยวมองโกเลียสักแวบ ว่ากันว่าตอนที่ผมไปน่าจะทันช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของที่นั่นพอดี ก็หวังว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ มาลุ้นไปพร้อมๆกับผมระหว่างทางด้วยนะครัช ลุ้นคนเดียวมันเหงา ><

ปล.ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่ารูปทั้งหมดนี่คือเศษเสี้ยวของที่ผมจะได้เห็น ขอฝากการรายงานสดไว้ล่วงหน้าครับ

แล้วไปเปลี่ยนเป็นสาย Trans-siberian ที่เมือง Irkust ประเทศรัสเซีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งไซบีเรีย และยังเป็นจุดหลักที่จะเข้าถึงทะเลสาบไบคาลได้

ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าการอยู่บนรถไฟหลายๆวันนั้น ผมจะได้พบได้เจอกับอะไรบ้าง วิวเทพๆระหว่างทาง เพื่อนร่วมทางสุดป่วน หรือเด็กน้อยสุดกวน มันจะสนุกแค่ไหน แค่ตอนที่ผมกำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ก็แทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว

และแน่นอนว่ามาถึงรัสเซียแล้ว จะไม่เกาที่นี่ได้ยังไง จัดไปให้ฟินที่สวดดด !

จากรัสเซียผมจะไม่เข้าปรากหรือออสเตรียเพราะผมได้ไปสัมผัสมาแล้ว จึงขอยิงตรงแบบก่งก้งขึ้นไปที่แสกนดีนาเวียเลย เที่ยวมันทุกประเทศ 5 ประเทศ เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังจะต้องนั่งเรือสำราญคูลๆ ข้ามมหาสมุทรอีก โอ้ยแค่คิดก้ฟินแล้ววุ้ย อย่าลืมติดตามรายงานสดนะครับ อยากให้มาแบ่งความฟินไป ><

นี่คือส่วนหนึ่งของฝั่งแสกนดินาเวียที่ผมจะได้ไปใกล้ชิดอีกหลายวัน ขอให้อากาศดี แสงสวยเหมือนในภาพด้วยเทอญ ไปไหนบ้างติดตามกันนะ ^^

โอ้วการเดินทางมันช่างยืดยาว แต่ความฟินและความสุขมักยาวนานกว่าเสมอ หากสิ่งที่เรากำลังทำมันคือความฝัน จากแสกนผมจะลงมาฟินกันต่อที่เยอรมันครับ ขออุบเรื่องเมืองของแต่ละประเทศไว้ถ่ายทอดสดทีเดียวนะครัช ขืนบอกหมดนี่พิมพ์มือหงิก เพราะเยอะมากกก 55

จริงๆเยอรมันผมเคยไปทางมิวนิคกับปราสาทนอยแล้ว รอบนี้ก้คงเป้นเมืองอื่นๆที่ยังไม่เคยไปคับ

มาถึงยุโรป จะไม่ไปซ้ำที่ดินแดนในฝันของชาวโลกอย่างสวิสได้เยี่ยงไร ! แถมงวดนี้จัดเต็มซะด้วยหลายวันเลย หวังว่าจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ โดนๆ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เดี๋ยวเราเจอกัน !

ความฟินของทริปนี้ แทบไม่มีช่องว่างให้ความน่าเบื่อมาหายใจ จากสวิสก็ไปยังดินแดนสุดแสนจะคลาสสิคอย่างอิตาลีกันต่อ !

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วผมได้ไปกรุงโรมและได้ทำสิ่งนี้ครับ ……. โดยว่ากันว่าหากใครใช้มือขวาโยนเหรียญไปทางไหลซ้ายให้ลงที่น้ำพุเทรวี่

” แล้วคนๆนั้นจะได้กลับมาที่กรุงโรมอีกครั้ง “

ไม่น่าเชื่อว่าด้วยเส้นทาง มันทำให้ผมต้องกลับไปที่กรุงโรมจริงๆ ….

เวนิซก็อยากจะไปซ้ำเช่นกัน

และอีกหลายๆสถานที่ใหม่ๆ

เอ้า กลับได้ยังมึง หลายที่ละนะ !!!

โนเวย์ ! จบจากอิตาลี ก็ได้เวลาไปประเทศที่ได้ชื่อว่ามีสถาปัตยกรรมที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรปอย่างสเปนกันต่อ ! สำหรับประเทศนี่บอกเลยว่า ไปเมืองไหนบ้าง ก้ยังไม่ชัวร์เลยครับ 55555 เดี๋ยวรู้ตอนอยุ่นุ่นทีเดียว

จากสเปนขอย้ายก้นเข้าไปหาที่รัก นางสาวไอเฟลอีกสักครั้ง หลังจากเคยฝากรอยจูบให้กับเธอจนเคลิ้มมาแล้วรอบนึง คราวนี้จะขอเข้าไปใกล้ๆเธอให้มากขึ้น

แต่เป้าหมายไม่ได้มีแค่ปารีส ยังมี hidden agenda อีกหลายที่ !

จากนั้นล่ะ หมดเชงเก้นละนะเว่ยยย !

แล้วยังไง เพราะปลายทางอยู่ที่เกาะอังกฤษกับสก็อตแลนด์ แถมยังต้องไปทำความฝันในวัยเด็กจนโตป่านนี้ก็ยังไม่ได้ทำซะที ให้มันเป็นจริงอีกก

เอาล่ะ จบจากฝรั่งเศสก็ข้ามฟากมาเกาะอังกฤษกันบ้าง อยู่นานและไปหลายที่เลยครับ จริงๆ การเดินทางครั้งนี้ ไม่มีชะโงกทัวร์ ผมอยู่เท่าที่อยากอยู่ในทุกๆเมือง นี่แหละ คือความลงตัวของการเดินทาง

และทริปนี้จะจบลงไปไม่ได้ หากความฝันในวัยเด็กยันแก่ของผมยังไม่บรรลุ นั่นก็คือ !!!

” ไปดูแมนยูทีมรักสุดหัวใจ ฟาดแข้งที่ Old trafford !!! ”

เรียกว่า เริ่มด้วยความฝันและจบด้วยความฝัน !

แต่ชีวิตจริงมันคงไม่ง่ายอย่างที่ฝัน ฉนั้นฝากติดตามเอาใจช่วยด้วยนะครับ ตอนนี้ส่วนตัวผมเองก็ยังลุ้นตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย ว่าแต่ละวันจะได้เจอกับอะไรบ้าง หากมีอะไรผิดพลาดนี่ เอฟเฟคเกือบทั้งกระดาน และจะพยายามใช้เงินบริหารเงินและเวลาให้ดีที่สุด ผมมั่นใจว่าต้องเจอปัญหาแน่นอน แต่นั่นไม่สำคัญเท่าผมมั่นใจว่า ยังไงผมก็หาทางออกได้ ..

การเดินทางระยะเวลายาวนานและตัวคนเดียวแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องพร้อมที่สุดคือ ” หัวใจ ” หลายๆครั้งผมมักจะใช้หัวใจนำ แล้วเดี๋ยวร่างกายและความสุขใจมันก็จะตามมาเอง

ขอฝากความฝันนี้ไว้ด้วยครับ หวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีฝันเหมือนกัน และอยากทำมันให้เป็นจริงทุกคน

แล้วเตรียมพบกับมหากาพย์รีวิวทริปนี้ พร้อมทั้งวีดีโอที่จะเหมือนคุณอยู่ข้างๆผมตลอดทริปได้เลย !

แล้วพบกัน

ขอบคุณครับ

scratchtravel