เที่ยวต่างประเทศ

รวมรีวิวและสถานที่เที่ยวรอบโลก

The Sleepless city New york

07 กันยายน 2019   11



แชร์ :

The Sleepless city New york

 

Fanpage : https://www.facebook.com/scratchdaworld/

Instagram : https://www.instagram.com/scratch.da.world/

 

จุดสตาร์ทของมหากาพย์ Road trip ข้ามประเทศอเมริกา 26 วัน จากตะเข็บชายแดนตะวันออก ลากยาวไปจนสุดขอบมหาสมุทรทางฝั่งตะวันตก

ณ. หลักกิโลเมตรที่ 0.. จากกว่าเจ็ดพันกิโล

" มหานคร New York city" ต้นฉบับป่าคอนกรีตระดับโลก ศูนย์รวมความวุ่นวายหลายแขนงในภาพของความเป็นเมือง!

EP.1 บันทึกการเดินทางขับรถลุยเดี่ยวข้ามประเทศอเมริกา 26 วัน
.

" There is something in the New York air that makes sleep useless"

Cr. Simone de Beauvoir

ซึ่งมีซับไตเติ้ลแปลเป็นไทยแบบบ้านๆ ว่า

" มีบางสิ่งในมหานคร new york ที่ทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องไร้สาระ"

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งหาวลีเกี่ยวกับ New york ด้วยความที่อยากจะมีประโยคคูลๆมาประดับ content นั้น ผมก็ไปสะดุด และหยุดคิดกับประโยคข้างต้น...
.

แม่งจริงมาก!
ชีวิตจริงเลย
ไม่ได้เกี่ยวกับว่านักเขียนหมายถึงอะไร
แต่เพราะนอนน้อยจริงๆ ครับ ><
.

ตั้งแต่วันแลนดิ้ง
ซิ่งยาวยันนาทีสุดท้าย
เดินขายับ วันละยี่สิบกว่าโล
คือมันอาจจะไม่ได้เว่อวังง
แต่โดยรวมๆแล้วมันมีสเน่ห์ในแบบฉบับความเป็นเมืองที่ไม่เหมือนที่ไหน
.

บางมุมก็สวยสะอาด ดูไฉไล
แต่ในหลายๆมุมก็ละมุนไปด้วยกองขยะ
ภาพชายหนุ่ม หญิงสาวแต่งตัวโก้หรู
เดินจับแว่นจิบกาแฟอยู่ย่าน Times square
ถัดไปอีกซอย ก็เป็นพื้นที่ใช้สอยของบรรดา Homeless
นี่คือความ Contrast ของเมืองมหาชนแห่งนี้ ที่มีให้เห็นอยู่เสมอ
.

" ไม่มีอะไรเพอร์เฟค"
New York อาจจะกำลังบอกเราอย่างนั้น

มีขาว ย่อมมีดำ
มีด้านสว่าง
ก็มักจะมีความต่างในด้านมืด
บางมุมก็แสนจะจืดชืด
แต่อีกแยกใกล้ๆกันก็ถูกแต่งแต้ม
เติมเต็มไปด้วยสีสันแสบตาจากหลอดไฟนีออน
มีหลายช่วงหลายตอนที่น่สาสนใจ
และอีกหลากหลาย Moment ให้น่าจดจำ
ส่วนจะเป็นยังไง มีอะไร ไปชมต่อในโพสต์ได้เลย!

EP.1 บันทึกการเดินทางขับรถลุยเดี่ยวข้ามประเทศอเมริกา 26 วัน

ตอน “ Sleepless in New York “

Content & Photography : Fluke Wathakul [ สองเท้าเกาโลก ]

Fanpage : www.facebook.com/scratchdaworld

Website : www.scratchdaworld.com

Instagram : scratch.da.world [ Link : https://www.instagram.com/scratch.da.world/ ]

 — ที่ New York

 

Things to know about “ New York “

ไม่มีใครไม่รู้จัก New York
ก่อนเข้าเรื่องผมเลยมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ New York มาบอกแบบสั้นๆ
ไอจะบอกว่าที่เที่ยวมีอะไรบ้าง มีกี่เมือง เดินทางยังไง ก็ดุจะหาได้ทั่วไปในเนท

วันนี้เลยขอนำข้อมูลสุดแนวมาฝากแทนดีกว่า :)

- New York มีประชากรประมาณ 19.5 ล้านคน ถือว่าเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
- New York เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอเมริกาช่วงสั้นๆ เมื่อปี 1789
- และเป็นเมืองที่มีชื่อว่ามากกว่า 100 ชื่อ
- ถึงแม้ Walmart จะมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ แต่ในรัฐ New York ไม่มีเลยสักจุด
- เส้นทางรถไฟใต้ดินใน NYC มีความยาวรวมมากถึง 772 ไมล์ ซึ่งมากกว่าถนน thruway ของเมืองที่มีความยาว 641 ไมลล์เท่านั้น
- ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ชาว New york ต้องเอาพวกอุปกรณ์อีเลคโทรนิคที่ไม่ได้ใช้ไปรีไซเคิล ไม่งั้นอาจโดนค่าปรับ 100 USD ( แบบนี้ก็มีหรอนี่ )
- ชาวเมือง New York ชอบดื่มกาแฟมากกว่าเมืองอื่นๆ มากกว่าถึง 7 เท่า ผมไม่แปลกใจที่ร้านกาแฟเยอะมาก และรสชาติดีจริงๆ
- เมืองนี้มีการใช้ภาษาถึง 800 กว่าภาษา เรียกว่ามีความแตกต่างในด้านภาษามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะพลเมืองกว่า 37% ของที่นี่ มาจากที่อื่นกันทั้งนั้น
- ตึกที่เก่าแก่ที่สุดใน NewYork คือ WyckoffFarmhouse ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1652
- ไม่น่าเชื่อว่า New york เนี่ย จะมีชาว Poland อาศัยอยู่มากเป็นอันดับที่สองของโลก รองจากกรุง Warsaw
- New york เป็นเมืองที่มีชาวเปอร์โตริโกอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก
- นักดนตรีที่คุณเห็นในสถานีรถไฟใต้ดินนั้น จะต้องผ่านการ audition ก่อนนะครับถึงจะโชว์เปิดหมวกได้
- เช่นเดียวกัน บรรดา Street Artist ต่างๆ ตามที่สาธารณะ ล้วนแล้วแต่ต้องมีใบอนุญาติ มีฝีมือจริงๆ ไม่ใช่อยู่ๆ จะมีปาหี่อะไรก็ได้
- มีเด็กเกิดใหม่ทุกๆ 4 นาที / และมีผู้เสียชีวิตทุกๆ ที 9.1 นาที
- การบีบแตรสุ่มสี่สุ่มห้าประเทศนี้ถือว่าผิดกฎหมายนาจา ต้องมีเหตุจริงๆ
- วันที่ 28 Nov ปี 2012 คือวันเดียวที่ไม่มีรายงานการก่ออาชญกรรมเลยแม้แต่คดีเดียว
- มีจำนวน Homless มากกว่าจำนวนบ้านล้างถึง 4 เท่า
- ว่ากันว่าพลเมืองของเมืองนี้ กว่า 20% เป็นโรคอ้วนน แหม่ ก็ดู Fast Food พี่เค้าแต่ละอย่าง
- เช่นมีร้านพิซซ่าประมาณ 1600 กว่าร้านนนน !!
- และร้าน Pizza ร้านแรกของเมืองเกิดขึ้นในปี 1895
- แปลกแต่จริง .. ใครที่ “ ตด “ ในโบสถ์ มีความผิดทางอาญา แนะนำว่าก่อนเข้าโบสถ์ไม่ควรทานอาหารที่ไวต่อระบบขับถ่าย
- ในปี 2014 มีเหตุการณ์มหกรรมรถติดก้นบานยาวนานกว่า 74 ชั่วโมง
- สาวๆ สามารถเดินเปลือยอกในที่สาธารณะได้อย่างเสรีนะครับ
- เมื่อปี 1967 รถ Taxi ทุกคันใน New York ต้องพ่นเป็นสีเหลือง เพื่อให้เห้นได้ง่ายๆ และป้องกันรถเถื่อน
- ถ้าอยากจะขาย Hotdog หน้า Central park นี่ต้องโดนค่าเช่า 300,000 USD ต่อปีเลยนะ อื้อหืออ
- และถ้าอยากจะขับแทกซี่ ว่ากันว่าต้องจ่ายราวๆ หนึ่งล้านเหรียญ อันนี้ฟังดูเยอะเกินจริงๆ แต่เค้าว่างั้น
- การก่อการร้ายครั้งแรกที่ New York เกิดขึ้นเมื่อปี 1920 โดยมีการวางระเบิดจำนวนมากในรถม้าแถว Wallstreet ทำให้มีประชากรเสียชีวิตกว่า 30 คน
- มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตกว่า 15,000 สายพันธ์อยู่บริเวณรถไฟใต้ดินของ New York
- พลเมืองที่มีบ้านเป็นของตนเอง สามารถขอต้นไม้ไปปลูกได้ฟรีๆ
- มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และมีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งในรัฐนี้คือ Columbia University ซึ่งเป็นจุดหมายของนักเรียนทั่วโลก
- หลายคนอาจจะคิดว่า New York City คือเมืองหลวงของรัฐ แต่ที่จริงแล้วคือเมืองเล็กที่ชื่อว่า Albany ตะหาก
- รู้หมือไร่ว่าตัวเทพีเสรีภาพนั้นหันหน้าไปทางไหน…. คำตอบก็คือหันไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศฝรั่งเศสนั่นเองครับ
- เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่เล็กที่สุดในโลก โดยมีขนาดเพียง 107×183 ซม. ตั้งอยู่ในเมือง Oneida
- เป็นต้นกำเนิดของหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์ยาวนานที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ The New York Post
- เป็นรัฐที่ผลิตกระดาษชำระขายอย่างเป็นทางการเป็นแห่งแรก โดยเป็นผลงานของ Joseph C. Gayetty

 — ที่ New York 

 

ใครจะไปคิด ว่าชีวิตจะต้องมขับรถข้ามประเทศ แวะเที่ยวกระจายกว่า 26 วัน กระทันหันแบบนี้!

ก็เนี่ยแหละ ว่ากันว่าเรื่องธรรมดาโลกกกไม่จำ
แต่ก็ไม่ได้อยากให้ใครจำ
แค่อยากมีความทรงจำที่มันสุดอีกสักเรื่อง
New York แค่เริ่มต้น
ยังมีเรื่องราวของทริปนี้อีก 9 ตอนเต็มๆ

เอ้า เริ่ม!

 — ที่ New York 

 

0. “ Introduction “

หนึ่งในเหตุผลและจุดเริ่มต้นของ Road trip ครั้งนี้คือ

“ อยากจะไป New York อีกสักครั้ง “

เพราะที่นี่คือสถานที่แรกที่ได้แบกเป้เที่ยวเองอย่างจริงจัง
เดินโง่ๆ งงๆ หลงทิศ ผิดทาง ถ่ายรูปไม่เป็น
ไปไม่ครบ เก็บไม่หมด รู้สึกค้างคาใจ
ตั้งแต่ตอนนั้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน
ถึงได้มีโอกาสกลับมาเมืองนี้อีกครั้ง

แค่ยังไม่เริ่มแพลน ก็จองโรงแรมไปซะ 5 คืน
เพราะอยากจะใช้เวลาให้เต็มที่
ไปในสถานที่ที่อยากไปให้ครบ จบให้สวย
จิบกาแฟร้านดัง นั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน
ยืนฟินไปกับแสงเช้าบนยอดตึก Empire
ขึ้น Helicopter ชมเมือง ถ่ายภาพแนวๆ
ตื่นเต้นตั้งแต่ก่อนเดินทาง ..

“ และแล้ววันเดินทางก็มาถึง “

 — ที่ New York 

 

1. “ First touch “

ลงเครื่องปุ๊ป ก็ลากกระเป๋าจะไปเชคอิน ก่อนจะพบความจริงที่ว่า ..

“ คุณยังเชคอินไม่ได้ตอนนี้ค่ะ “ พากษ์เสียงโดยพนักงานสาวผิวเข้มร่างกำยำที่ Front โรงแรม

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ได้แต่เดินคอตกไปฝากกระเป๋า จัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผม แล้วลุยทันที

จุดแรกที่ไปก็แถวๆ โรงแรมก่อนเลย นั่นคือ

“ ห้างแลนด์มาร์คประจำเมือง “ Macy “

จาก Madison square Garden ผมก็เปิด GPS แล้วปักหมุดไปว่า “ Herald square “ ซึ่งเป้นที่ตั้งของห้างที่สำคัญที่สุดของเมือง

เดินตามอากู๋มาไม่นานก็เจอ “ ห้าง Macy “

ไม่ได้มีโปรแกรมหรือความตั้งใจมาชอปปิ้งแต่อย่างใด ( แล้วเมิงมาทำไม )

ก็แค่เดินผ่าน เก็บบรรยากาศ เชคตังค์ในกระเป๋า แล้วเดินหน้าเศร้าคอตกจากไปอย่างช้า ๆ รับรู้ไว้แค่เพียงว่า ห้างนี้มี 9 ชั้น ใหญ่มากก มีของขายทุกสิ่ง ตั้งแต่แบรนด์เนมยันสตรีท ไฮไลท์อีกอย่างคือบันไดเลื่อนไม้ที่สร้างตั้งแต่ปี 1902 ยังคงอยู่ และใช้งานได้จริงมาจนบัจจุบัน และยังไม่มีรายงานคนถูกบันไดเลื่อนที่นี่ดูด ><

จังหวะนี้มีปัญญาแค่ถ่ายรูปหน้าห้าง แล้วไปต่อครับ

 — ที่ New York 

 

3. ความชิลที่ Bryant Park

พื้นที่สีเขียวถือเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ที่มีความวุ่นวาย และเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าอย่าง New York

“ Bryant Park “ สวนขนาดไม่ใหญ่ใจกลางเมือง ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยบรรดาตึกสูงต่างๆ แค่ผมเดินเข้ามา ก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นทันที

ในช่วงหน้าร้อน อากาศดี ฟ้าเป็นใจ สวนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยคนเมืองมารวมตัวแซยิดกันทำกิจกรรม และปล่อยชิลกันเต็มพื้นที่ ทั้งอาบแดด เล่นหมากรุก จิบกาแฟ ปิคนิค หรือแม้กระทั่งการดูหนังแบบหมู่คณะกับ “ the Bryant Park Summer Film Festival “ ที่มีให้ชมทุกวันหลังพระอาทิตย์ตกดินช่วง Summer อารมณ์คล้ายกับดูหนังการแปลงบ้านเรา ในหน้าหนาวก็ยังแปลงร่างไปสร้างความสนุกด้วยการเป็นลานไอซสเก็ตอีก อะไรมันจะครบวงจรขนาดนั้น — ที่ New York 

 

4. หนึ่งในห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลก

ถัดจากสวน Bryant Park ไม่กี่ก้าว ... ก็เป็นที่ตั้งของ “ The New york public library “ หรือห้องสมุดสาธารณะของ New york นั่นเอง

หอสมุดแห่งนี้ สร้างมาตั้งแต่ปี 1897 จนแล้วเสร็จ และเปิดทำการในปี 1911 โดยมี highlight หลักคือห้อง “ Rose main reading room “ ครับ ว่ากันสวยสวยจนติดอันดับหนึ่งในสิบของห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลก

จะว่าไปก็น่าคิด ประเทศไหนกันนะ ที่นำเอาห้องสมุดมาเป็นจุดขายในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งต้องบอกว่ามัน work ทีเดียว นอกจากห้องสมุดแต่ละที่จะสวยงามต่างกันแล้ว ยังเพิ่มคุณค่าด้วยการส่งเสริมให้คนอ่านหนังสือกันมากขึ้นไปอีก — ที่ New York 

 

มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะชอบ ...

ห้องสมุดนี้ ... เข้าชมได้ฟรี ไม่เสียเงินแม้แต่เพนนี

เดินเข้ามาก่อนจะถึงห้องหลัก ก็ผ่านห้องรองและทางเดินขึ้นลงบันไดกันก่อน น่ามองมากครับ สถาปัตยกรรมสวยงามเอาเรื่อง — ที่ New York 

 

ตามฝูงชน ที่แทบจะชนกันตลอดทางเดินแคบๆ จนมาถึงห้องหลัก ..

นี่คือห้อง Rose main reading room

โอ้โห นึกว่าอยู่ในพระราชวัง! ไม่ได้เว่อร์ คือสวยจริงๆ คนเยอะมาก แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงเปิดหนังสือ เสียงถอนหายใจ และเสียงชัตเตอร์บางๆ จากนักท่องเที่ยว

ไม่เสียเที่ยวที่แวะเข้ามา
นอกจากฟรีแล้วยังดีต่อใจ

 — ที่ New York 

 

5. “ Grand Terminal “

หากกรุงเทพมีหัวลำโพง ...
ที่ New York ก็มีที่นี่แหละครับ “ Grand Terminal “
ศูนย์กลางการคมนาคมประจำเมือง ที่มีคนเมืองมาเยือนกว่า 750,000 คนในแต่ละวัน เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1871 นู่นนน

และพื้นที่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นห้องโถงหลัก

แค่เดินเข้ามาก็ตกใจทันที .. คนเยอะมากกก แลดูวุ่นวาย บ้างก็รีบ บ้างก็ยืน บ้างก็นิ่ง แต่ยอมรับว่าสวย สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาก็คือบันไดหินอ่อนอันงดงามทั้งสองฝั่ง ว่ากันว่าบันไดหินอ่อนเหล่านี้สร้างเลียนแบบบันไดสุดหรูที่ Opera house ในกรุง Paris

จากนั้นสายตาผมก็ไปสะดุดอยู่ที่นาฬิกาโอปอลที่ตั้งอยู่เหนือบูธ info จนมารู้ราคาทีหลังว่าประมาณหลายล้านดอลล่า!! บ้าไปแล้ว แพงมาก

ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นตากับสถานที่แห่งนี้ดี เพราะมันเป็นฉากในหนังดังของ Hollywood อยู่หลายเรื่อง เช่น The Avenger , Superman , Step up 3 , I am the legend , Around the world in 80 days และอีกเพียบ

 — ที่ New York 

 

6. “ วิถีแห่ง New Yorker “

คำว่า New York คือชื่อเมือง
แต่ถ้าเราเติม “ er “ เข้าไป มันจะกลายเป็น “ คนเมือง “

ว่าด้วยเรื่อง New yorker หรือ “ ชาวเมือง New york “ ซึ่งขอออกตัวไว้ก่อนว่าข้อมูลเหล่านี้ ผมลองหาจากอากู๋มาดู แล้วเทียบจากเห็นนะครับ

หากพูดถึงการใช้ชีวิตใน New york แล้ว อาจจะเป็นความฝันของใครหลายคน เพราะว่ากันว่ามหานครแห่งนี้เต็มไปสีสัน ความหลากหลายในด้านสายอาชีพต่างๆ รวมไปถึงโอกาสที่ลอยอยู่ในอากาศหลายแขนง บางคนอาจจะเริ่มต้นจากเด็กล้างจาน จนไปถึงเจ้าของกิจการร้านอาหาร บางคนอาจจะเริ่มต้นจากศิลปินข้างถนน จนสามารถไปเป็นนักแสดงโชว์แนวหน้าระดับประเทศได้

ในอีกมุม ก็มีคนพูดว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ... New yorker ที่แท้ทรูหลายคนเบื่อชีวิตและความวุ่นวายในเมือง จนไปแสวงหาโอกาสและความชิลที่อื่น ส่วนคนเมืองหรือคนชาติอื่นๆ ก้อยากจะเข้ามาแสวงหาโอกาสกันที่นี่

บางคนว่าชาว New york มีความมั่นใจในตัวเองสูงปรี๊ด บางคนใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล มีนิสัยแบบอเมริกันจ๋า แต่ก็ไม่เสมอไป และไม่ทุกคน จากที่ผมได้เห็นและได้สัมผัส ชาว New york น่ารักกว่าที่ได้ยินมาเยอะครับ

ไม่มีกฏตายตัวของการเป็น New Yorker
โดยถ้าคุณได้ไปใช้ชีวิตใน New york และลักษณะประมาณนี้ ก็เข้าข่ายว่าเป็น New Yorker ได้เหมือนกัน

- ชาว New york ที่แท้ทรูหลายคน ไม่เคยนั่งเรือไปใกล้ชิดกับเทพีเสรีภาพ
- มีมุมมองประมาณว่าราคราที่เหมาะสมกับคอกเทลหนึ่งแก้วจะอยู่ที่ประมาณ 14 USD
- มีความ Multitasking เช่นคุณสามารถเดิน กิน คุยโทรศัพท์ และเรียกแทกซี่ได้ในคราวเดียวกัน
- ใส่เสื้อผ้าสีเข้มๆ และ earth tones เป็นหลัก
- ไม่ตื่นเต้นเมื่อเจอกองถ่ายหนังดัง เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติ
- การนอนดึกตื่นสาย ก้เป็นเรื่องปกติ ถ้าเป็น New yorker ที่มีตังค์ เพราะสีสันแสงไฟ คือหัวใจของชีวิต
- จะไม่สบตาคนที่ไม่รุ้จัก เพราะมีคนหลากหลายรูปแบบอยู่ระหว่างทาง เป้นการป้องกันตนเองครับ
- คุณคิดว่าร้านดังๆ อย่าง Junior cheesecake - John pizza หรือ เบอร์เกอร์ Shake shack นั้นได้รับการอวยมากไป
- หลายครั้งคุณมักจะขี้เกียจรอไฟข้ามถนน โดยใช้วิธีเดินซิกแซกไปยังอีกแยกแทน เออ อันนี้จริงมากกก เห็นเพียบ 55
- คุณจะรู้ว่า “ ใครคือนักท่องเที่ยว “ แม้เค้าเหล่านั้นจะพยายามกลมกลืนกับคนเมืองแค่ไหน
- หลายครั้งคุณมักจะแกล้งหลับบนรถไฟ ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่นมีคนมาใกล้ๆ หรือมีคนมาแสดงประมาณว่า “ ขอกูนั่งได้มั้ย “ และมักจะหลับจริง ตอนยืนโหนรถไฟ!
- ตอนไปซื้อของ คุณมักจะพูดว่าาา “ "Hey, let me get a…"

 — ที่ New York 

 

7. หนึ่งในวิหารต้องห้ามพลาด “ St. Patrick catherdral “

ยังคงเดินขาลาก ในสภาพที่ไม่ได้นอนอย่างต่อเนื่อง แทบจะหลับกลางอากาศ ><
เดินจาก Grand Terminal ไม่นานก็มาถึงมหาวิหารแลนด์มาร์คประจำเมืองง

“ St. Patrick catherdral “

มหาวิหารชื่อดัง กับสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธีค ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ความโดดเด่นอย่างแรกที่ผมเห็นคือ ยอดหอคอยแหลมเฟี้ยวคู่หน้าวิหาร บนความสูงกว่า 330 ฟุต

พอเดินเข้าไปด้านใน ก็ว้าวอยู่ครับ ว่ากันว่าการตกแต่งภายในนั้นเป็นสไตล์แบบวิหารในอังกฤษ สวยงามโออ่าเอาเรื่อง

 — ที่ New York 

 

8. “ ผ่าน Rockefeller building “

ข้ามถนนแล้วเดินต่อมาอีกนิด ก็เจอกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค .. นั่นคือ “ อาคาร Rockfeller building “ เป็นเหมือน Center แหล่งธุรกิจและความบันเทิงใจกลาง Manhattan ส่วนตัวเฉยๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่ใครมาแล้ว ไม่ได้มาถ่ายตรงนี้ กับรูปปั้นตรงนั้น ถือว่ามาไม่ถึง เลยเอาสะหน่อย เดี๋ยวจะไม่ถึง — ที่ New York 

 

9. ฟ้าไม่เป็นใจบนจุดชมวิว “ Top of the rock “

อย่างไรก็ตาม อาคาร Rockfeller center นั้นก็เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญเช่น Radio city music hall รวมไปถึงหนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดของ New York

“ Top of the rock “ กับวิว 360 องศา

ด้วยความตั้งใจที่ว่าอยากจะมาดูพระอาทิตย์ตกดินบนนี้ ผมได้ทำการจองตั๋วระยะไกลจากแดนไทย เพื่อจะได้ไม่พลาดดนาทีสำคัญ กับค่าเสียหายนประมาณ 44 USD

แต่แล้ว .. ก็ซวยแบบไม่ต้องคิดอะไร ... วันนี้ฝนตก! จบข่าว

ทั้งวันก้แค่ฟ้าหม่น และโปรยปรายลงมาในช่วงเวลาที่ผมจองพอดี ให้มันได้งี้! จะเปลี่ยนตั๋วซื้อใหม่ ก็เสียดายเงิน มาแล้วก็ต้องขึ้นละ

เดินเข้ามา แบบไม่ต้องรอคิว ซึ่งวันนี้คิวโล่งมาก เพราะฝนตก ขึ้นลิฟท์มาด้านบนไม่นานก็จะเจอจุดชมวิว สวยยยครับ มีทั้ง indoor และ outdoor

ด้านบนนี้จะมีสองแลนด์มาร์คหลักที่คุณจะได้ดูมันจากที่สูง จุดแรกคือ Central park ตรงนั้น

 — ที่ New York 

 

และอีกจุดคือยอดตึก Empire state ซึ่งผมมีนัดดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นั่นในวันพรุ่งนี้ เอาดิ มาดูกันจะรอดมั้ย ถ้ามันจะเฟลแบบไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกก็ให้มันรู้ไป — ที่ New York

 

10. สีสัน แห่ง Times square

แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณา ได้จับมือกับบรรดาจอแอลอีดีร่างยักย์ ช่วยกันสร้างความคึกคัก ความสว่างไสว แต่งแต้มสีสัน และความศิวิไลให้กับย่านที่น่าจะวุ่นวายที่สุดในมหานครแห่งนี้

“ Times square “

รู้สึกตัวเล็ก จืดชืดดด ไปในทันที หลังจากเดินดุ่มๆ เข้ามาถึงใจกลางง ทุกอย่างแลดุสีสันไปสะหมด ทั้งบรรดาร้านรวงต่างๆ ผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลายเชื้อชาติ หลายภาษาดังเข้ามาในหู ทั้ง อันยอง หนีเห่า อาริงาโตะ นมัสเต และสวัสดี

ณ. ย่าน Duffy sqaure ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของ Time square นั้น นอกจากจะเป็นศูนย์รวมของบรรดาสายชอปปิ้ง , Street perfromance , โรงละครบรอดเวย์ , ร้านอาหาร และทุกสรรพสิ่งแล้ว ยังเป็นการรวมกันของผู้คนมากหน้าหลายตา

 — ที่ New York 


Copyright © 2019 All Rights Reserved. Designed By Golly-design