เที่ยวต่างประเทศ

รวมรีวิวและสถานที่เที่ยวรอบโลก

The best of portugal

22 กันยายน 2019   117



แชร์ :

The best  of portugal

 

Fanpage : https://www.facebook.com/scratchdaworld/

Instagram : https://www.instagram.com/scratch.da.world/

 

โปรตุเกส ~ ที่สุดเลยเว้ยแกร!

และนี่คือที่สุดจากดงฝอยทอง
ฉบับสรุปรวบยอดแบบจบในตอน

หลายคนมายุโรปหลายรอบ
แต่ก็ยังมาไม่ถึงแผ่นดินปลายขอบทวีปแห่งนี้
จะบอกว่าไกลที่สุดในยุโรปก็ได้
เพราะดินแดนที่ได้ชื่อว่า ..
" สุดขอดแผ่นดินยุโรป " อยู่ที่นี่

ความเป็นที่สุดของโปรตุเกส
อาจจะไม่ใช่ความอลังการหรูหรา เนียนตา
เว่อวัง อลังหรืออะไรแบบยุโรปตอนกลาง
แต่โปรตุเกสมีความคลาสสิกโคตรๆ
โดยแฝงไปด้วยความงดงามในหลายแง่มุม

โปรตุเกส ~ ที่สุดเลยเว้ยแกร ..

อาจจะไม่ได้อลังที่สุด
อาจจะไม่ได้สวยพีคที่สุด
แต่นี่คือหนึ่งในประเทศที่มีสเน่ห์ที่สุดจากยุโรป
ที่แน่ๆ ความคลาสสิกไม่แพ้ชาติใดแน่นอน
ลองนึกภาพโมเม้นนั่งจิบ port wine อยู่ริมน้ำ
พอมองไปอีกทางนี่คือภาพที่เห็นดูสิ ..

ประเทศโปรตุเกสมีความหลากหลายในตัวเองพอสมควร ทั้งเทือกเขา ไร่องุ่นสวยๆ เพราะเค้าคือต้นตำรับ Port wine ชื่อก้องโลก มรดกโลกก็หลายที่ เมืองเก่า เมืองใหม่ เมืองบนเขา เมืองริมน้ำ ชายหาด ปราสาท ทาร์ตไข่ ทองหยิบทองหยอด แลอีกหลากแนวหลายสไตล์

ขอเอาใจสายวิชาการกันเบาๆ ด้วยประวัติศาสตร์คร่าวๆ ของแดนฝอยทอง ..

เมื่อหลายปีก่อนมีชายหนุ่มชื่อคริสเตียโน่ โรนัลดด้ ได้ย้ายจากแมนยุไปอยู่กับรีลมาดริดเมื่อ ... นั่นฟุตบอลล!

โอเค เข้าเรื่อง

ประวัติศาสตร์ของประเทศโปรตุเกสนั้น นับว่าเป็นดินแดนที่กำเนิดหลายอารยธรรมที่แตกต่างกันอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ 3,500 ปีในอดีตนู้น ทั้งอารยธรรมของชาวไอบีเรีย ชาวเซลต์ ชาวฟีนีเซีย ชาวคาร์เทจ ชาวกรีก ชาวโรมัน และอีกหลายเผ่า

ช่วงเวลาที่พีคสุดของพี่ฝอยทองคือระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 และ คริสต์ศตวรรษที่ 16 เพราะช่วงนั้นพี่แกคือประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม โดยจักรวรรดิโปรตุเกสนั้นแผ่ขยายอำนาจของตนไปทั่วโลก จนกระทั่งหลังจากที่ประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ พัฒนาขึ้นในด้านการล่าอาณานิคมแล้ว โปรตุเกสจึงเสื่อมถอยลงไป

ต้องบอกว่าประเทศโปรตุเกสเนี่ย เค้าต้องเผชิญอะไรมามากมายกว่าจะได้ประชาธิปไตย เพราะดินแดนนี้เคยถูกปกครองแบบเผด็จการมาก่อน หลังจากระบอบเผด็จการถูกโค่นล้มลงในปีค.ศ.1974 จึงได้เข้ามาเป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจยุโรป และได้พัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็วทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่ารวมไปจนถึงการท่องเที่ยว

หากบ้านเรามีรถเมล์สาย 8 ที่ Lisbon รถ Tram สาย 28 คันนี้!

แต่ก่อนจะถึง Lisbon ขอเริ่มด้วยเมืองที่สวยที่สุดของประเทศกันก่อน! 

นั่นคือ " เมืองมรดกโลก Porto "

Porto คือเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศโปรตุเกส ทำเลเยื้องๆไปทางเหนือ เป็นเมืองท่าที่มีประชากรอยู่มากถึง 2.1 ล้านคน ฝั่งนึงคือเมืองเก่าในตำนาน อีกฝั่งก็เมืองใหม่ ทั้งสองฝั่งถูกเชื่อมกันโดยสะพานสุดคลาสสิกที่สร้างโดย Gustave Eiffel คนเดียวกับที่ออกแบบหอคอย Eiffel ใน Paris น่ะแหละ นอกจากนี้ยังเป็นอีกเมืองที่เก่าแก่ของยุโรปย้อนความไปได้ยันยุคโรมัน

แน่นอนว่าคลาสสิกขนาดนี้ ตัวเมืองเก่าจึงได้ถูกจดชื่อเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 1996 และพี่แกยังขึ้นชื่อเรื่องการส่งออก Port wine ไวน์คุณภาพดีไปทั่วโลก และในปี 2014 กับ 2017 ก็ยังได้รางวัลเมืองดีเด่นอันดับ 1 ของ Best European Destinations Agency ให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในยุโรปไปอีก เป็นไงล่ะ งาน PR มาขนาดนี้ ไม่ควรพลาดนาจา 

 

Porto มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำ Duoro นั่นงดงามน่าพาแฟนมานั่งชิลจู๋จี๋กันจริงๆ

ฝั่งตรงนั้นคือหนึ่งในเขตเมืองเก่าที่สวยงามที่สุดในเมือง " ย่าน Bairro da Ribeira " อาคารเก่าสีสีนสวยงามเรียงกันอยู่ริมแม่น้ำ Duoro สถานที่เที่ยวหลักๆ จะอยู่ฝั่งนั้นหมดนะครับ ฝั่งที่ผมถ่ายอยู่นี่คือต้องเดินข้ามสะพานแล้ววนลงมาด้านริมน้ำ ความดีงามคือชิลสุด ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดีมาก แนะนำ 

มาแล้ววก็อย่าลืมลองอาหารท้องถิ่น อย่างจานนี้คือ francesinha อร่อยยยทีเดียว คล้ายเบอร์เกอร์แบบไม่มีแป้งและมีน้ำราดรสกลมกล่อมมาให้ 

สถานที่เที่ยวหลักๆ สามารถเดินยับถึงกันได้หมดด แต่ถ้าจะเก็บให้หมดด้วยการเดินคือขาลากของจริงๆ จำได้ว่าเดินทั้งวันกลับถึงโรงแรมตะคริวแทบขึ้น 55

แต่เมืองเค้าสวยน่าเดินนะครับทั้งสถาปัตยกรรม ความแนวของตรอกซอกหลืบ จุดชมวิว อย่างจุดนี้คือแถวๆ palacio da bolsa วังสวยประจำเมือง 

 

นี่ก็วิหาร Porto Cathedral วิหารสวยประจำเมือง ด้านในสวยยคลาสสิกสุดๆ และบริเวณนี้ยังสามารถดูวิวเมือง Porto ได้อีกด้วย 

บรรยากาศเสี้ยวหนึ่งจากบริเวณ Porto cathedral ทั้งในและนอก โอเคว่ายุโรปทุกเมืองมีโบสถ์ แต่ขอบอกว่าโบสถ์ที่ประเทศนี้จะต่างไปทั้งรายละเอียดและพื้นที่ด้านใน หากอยากรู้แบบเจาะลึกต้องมาดูเองเท่านั้น :) 

อีกมุมสวยๆ จากย่านเมืองเก่าใน Porto .. 

 

สถานีรถไฟ Sao Bento ก็ถือเป็นจุดท่องเที่ยวหลักเช่นกัน เพราะด้านในจะมีงานกระเบื้องเคลือบสวยๆ ให้เราได้ชม คือ Porto นี่เค้าขึ้นชื่อมากในเรื่องกระเบื้องเคลือบท่ายากสีน้ำเงินเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคริสตศาสนา หรือประวัติศาสตร์ หลายๆ สถานที่จะมีบรรดากระเบื้องเหล่านี้ประดับประดาอยู่ 

 

ความแนวจาก Porto ... 

 

หลากหลายสถานที่คือดีจากทั้งข้างนอกและข้างใน 

 

ในย่านเมืองเก่าก็นี่บางมุมก็จะแนวไปไหน 

 

อีกหนึ่งจุดเชคอินสุดคลาสสิกก็คือร้านหนังสือแห่งนี้ แน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่ร้านหนังสือธรรมดา

ที่นี่คือ " ร้านหนังสือ Livraria Lello " ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 โดย José Lello ผู้ชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรม รักการอ่านหนังสือเป็นที่สุด หลังจากเปิดร้านได้สักพัก จึงชักชวน António Lello น้องชายของเขา เข้ามาทำธุรกิจหนังสือด้วยกัน และเปิดตัวอาคารใหม่ในปี ค.ศ. 1906 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิก Francisco Xavier Esteves ด้านหน้าอาคารตกแต่งด้วยกระจกสี กับภาพวาดที่เป็นสัญลักษณ์ของศิลปะ และวิทยาศาสตร์ ดูเผินๆ เหมือนตึกแถวทั่วๆไป

แต่พอเข้ามาด้านในคือคนละเรื่องเลย โดยภายในร้านตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างนีโอโกธิค และอาร์ตเดคโค สวยงามมีดีเทล จุดที่เด่นสุดก็คือบันไดสีแดงกับงานไม้สุดคลาสสิกที่ฟีเจอริ่งกันได้อย่างลงตัว

พอมองขึ้นไปบนเพดานชั้นสอง จะเจอกับกระจกสีบานใหญ่ สวยมากก

เรียกว่าร้านนี้สวยจน Lonely Planet ยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดในโลก และที่นี่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ เจ เค โรว์ริ่ง ใช้เป็นที่เขียน นวนิยายแฟนตาซีระดับโลกเรื่อง Harry porter อีกด้วย ไม่มาได้ไงล่ะครับท่านผู้ชม 

 

ช่วงเย็นแสงสวยๆ ขอแนะนำให้ไปเดินชมวิวจากบนสะพาน Dom Luís I Bridge ซึ่งวิวจากบนสะพานนั้นงดงามมาก จะเห็น Porto ได้จากทั้งสองฝั่งเมือง แม้แต่นกยังมาจู๋จี๋กันเลย คิดดูวว 

 

เดินเลยสะพานขึ้นมาอีกฝั่ง จะมีอีกหนึ่งจุดชมวิวสุดงามตามภาพนี้เลยฮะ

ส่วนสะพาน Dom Luís I Bridge นั้นก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1879 ออกแบบโดย Gustave Eiffel วิศวกรสถาปนิกคนเดียวกันกับที่ออกแบบหอไอเฟลประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง

ความโดดเด่นเป็นสะพานโค้งสร้างด้วยโลหะสองชั้น ชั้นบนมีความยาวเกือบ 390 เมตร สูง 62 เมตรจากแม่น้ำ ชั้นล่างมีความยาว 174 เมตร สูง 10 เมตรจากแม่น้ำ หนักถึง 3,000 ตันเลยทีเดียว นี่คืออีกหนึ่งความพีคจาก Porto 

 

อีกหนึ่งเมืองที่พลาดไม่ได้คือเมือง Sintra เมืองตากอากาศที่มีสถานที่เที่ยวระดับโลกแฝงตัวอยู่โดยเฉพาะสายปราสาท พระราชวัง และป้อมปราการโบราณ ที่สำคัญเลยคือไม่ได้มีแค่ที่เดียว 

 

ที่แรกดูเผินๆ เหมือนกำแพงเมืองจีน แต่แน่นอนว่ามันจะอยู่ที่โปรตุเกสได้ยังไง!

ที่นี่คือ Castelo dos Mouros ปราสาทของชาวมัวร์ ก่อสร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 10 โดยแขกมัวร์ ตั้งอยู่บนยอดเขา มีกำแพงหินเป็นแนวทางยาวอย่างที่เห็น พื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมือง Sintra มานานนม จัดว่าเป็นจุดที่มั่นทางยุทธศาสตร์สำหรับการทำสงครามกันในอดีตอีกด้วยนะ และยังเป็นจุดชมวิวด้วยเช่นกัน

เพราะเมื่อมองไปด้านล่าง นั่นล่ะครับ ตัวเมือง Sintra 

 

และที่นี่คือไฮไลท์ขั้นสุด .. พระราชวังมรดกโลก และยังเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกส ( ใช่ครับ ประเทศนี้มีบัญญัติ 7 สิ่งมหัศจรรย์เป็นของตัวเอง )

" พระราชวัง Pena palace "

พระราชวังนี้เริ่มสร้างสมัยยุคกลางของยุโรป เพื่ออุทิศให้ “Our Lady of Pena” และเป็นโบสถ์อารามของนักบุญ ต่อมาปี ค.ศ.1755 ได้รับความเสียหายจากฟ้าผ่าในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่จนถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งกษัตริย์เฟอร์ดินัลที่ 2 (King Ferdinand II) ได้บูรณะและก่อสร้างเพิ่มเติมไว้ใช้เป็นพระราชวังตากอากาศในฤดูร้อน และเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้พระเจ้าลุดวิจที่ 2 แห่งบาวาเรีย King Ludwing II นำมาสร้างปราสาทปราสาท Neuschwanste ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นต้นแบบปราสาทเทพนิยายในดิสนีย์แลนด์ ให้กับ Walt Disne นั่นเอง ธรรมดาที่ไหน 

 

รวมภาพเสี้ยวหนึ่งจากพระราชวัง Pena palace ... สวยงามแปลกตาไม่มีที่ใดเหมือน

เที่ยววังมาหลายที่ ยอมรับว่าที่นี่ติดหนึ่งในสามทั้งสวยและไม่เหมือนใครจริงๆ

 

ด้านในเข้าชมได้นะครับ บรรยากาศไม่โอเว่อ แต่วินเทจขั้นสุด

 

อีกหนึ่งจุดสำคัญ ... ที่นี่คือดินแดนสุดขอบทางวันตกของทวีปยุโรป!!

แหลม Capo da Roca .. ที่สุงจากระดับน้ำทะเลราวๆ 150 เมตร มาช่วงเย็นๆ คือชิลมาก ลมแรง งดงาม ด้านหน้ามองออกไปคือมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และถ้าคุณว่ายท่ากบเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆ หากมีชีวิตรอดไปถึงฝั่งได้ .. ฝั่งนั้นคือประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ความชิลที่แหลม Capo da roca และขอบันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่งได้มาเหยียบแผ่นดินสุดขอบตะวันตกของทวีปยุโรปเรียบร้อย

 

แน่นอนว่าเราจะข้ามเมืองหลวงของประเทศอย่างกรุง Lisbon ไปไม่ได้!

แหม่ เห็นสะพาน แล้วนึกถึงซานฟราน แต่ที่นี่คือ Lisbon นะยูว

กรุง Lisbon หรือ Lisboa คือเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโปรตุเกส มีประวัติศาสตรืมายาวนาน งดงามและมีเสน่ห์จน “Lonely Planet Guide” แนะนำว่าเป็น 1 ใน 10 เมืองใหญ่ของโลกที่มีเสน่ห์และน่าค้นหา โดดเด่นในเรื่องความงดงามของภูมิประเทศที่มีชายหาด สถาปัตยกรรม ความชิล และมีชื่อเสียงด้านเดินเรือทางทะเลมายาวนาน เรียกว่าเป็นเมืองทันสมัยที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว 

 

และมาถึง Lisbon จะพลาดที่นี่ไม่ได้ " อาราม Jerónimos Monastery"

อาราม Jerónimos Monastery กับสถาปัตยกรรมสไตล์มานูเอลไลน์ สร้างมา 500 กว่าปีแล้วนะครับ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่รอดจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาได้ สร้างขึ้นโดยกษัตริน์มานูเอลที่ 1 จากเงินทองที่ได้มาจากดินแดนโพ้นทะเล ปัจจุบันเป็นที่เก็บพระศพของบรรดากษัตริย์องค์ สำคัญๆของโปรตุเกส

โดยอารามนี้เค้าที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Vasco de Gama นักสำราจชื่อก้องดลกที่เดินเรือลากยาวจนไปถึงอินเดียได้สำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 ว่ากัน


Recent Post

Copyright © 2019 All Rights Reserved. Designed By Golly-design