เที่ยวต่างประเทศ

รวมรีวิวและสถานที่เที่ยวรอบโลก

“รออะไรล่ะ อินเดียดิ! ” กับทริป 15 วัน คนเดียว เสียวสองที

08 สิงหาคม 2019   74



แชร์ :

“รออะไรล่ะ อินเดียดิ! ” กับทริป 15 วัน คนเดียว เสียวสองที Ep.2 : ทะเลสาบน้ำแข็งที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 4,500 เมตร  

Fanpage : https://www.facebook.com/scratchdaworld/

Instagram : https://www.instagram.com/scratch.da.world/

 

มาถึงตอนที่สองกันแล้ว สำหรับทริปบินเดี่ยวตะลุยอินเดียครั้งนี้ โดยยังอยู่กันที่เมืองเลห์ ลาดัคกันอยู่ หากใครอยากรู้ที่มาต่างๆ ลองอ่านตอนแรกก่อนนะครับ ในตอนนี้ผมจะพาไปสัมผัสความอลังการของทะเลสาบน้ำแข็งที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 4,500 เมตร และที่นั่น ผมคือนักท่องเที่ยวคนเดียว เปลี่ยวชิพหายในหมู่บ้านริมทะเลสาบครับ ! จากนั้นจะพาไปสำรวจรอบๆเมืองเลห์กันต่อ 

ว่าแต่ว่า เสียวสองที นี่มันยังไง ??  18+ ไหมเมิง 

เสียวที่หนึ่ง : เสียวจนต้องหลวย ........... สวยจนต้องเหลียว กลับมามองแน่นอนครับ กับสุดยอดวิวในรีวิวฉบับนี้ ! 

เสียวที่สอง : เสียวไม่ต้องผวน ............สวนไ....... ก็ไม่ต้องผวนจริงๆ น่ะแหละครับ เนื้อหาข้อนี้ โปรดติดตามอ่านต่อในรีวิวได้เลย 

 

แวะมาเสียว เอ้ย มาอัพเดทเรื่องราวการเดินทางดีดี และรีวิวต่างๆใน Facebook page ตามลิ้งด้านล่างนะครับ ^^ 
https://www.facebook.com/scratchdaworld
_________________________________________________________________________________________

ไม่น่าเชื่อว่า 4 วันผ่านไป ไวยังกะรถด่วน  แต่ก็อย่างว่าแหละ  เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ เผลอๆ เดี๋ยวก็จบทริป 

ยัง ! 

เข้าสู่วันที่ 5 

เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่หลับสนิท แบบไม่ต้องคิดจะนับแกะ  คงเป็นความเหนื่อยล้า ที่มันคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งเมื่อวาน และได้สลัดความล้าทิ้งงไป และตอนนี้ก็พร้อมกับการเดินทางในวันใหม่กันแล้ว ! 

วันนี้ ผมกับนาวัง ที่ยังไม่รู้จักกัน มีนัดกันตอน 8 โมงเช้า เรามีนัดกันไปทัศนศึกษาสวีทวิ้ดวิ่วที่ ทะเลสาบ Tsomoriri  2 วัน กับ 1 คืน ซึ่งเป็นวันที่ผมตื่นเต้นมาก ทั้งจุดหมายปลายทาง กับมหัศจรรย์ระหว่างทาง มันเป็นอะไรที่ปล่อยวางความตื่นเต้นไม่ได้เลยจริงๆ ในตอนนั้น 

Day 5

เวลา 8 โมงเป๊ะ … มีชายหนุ่มหัวโล้น ผิวเข้ม เดินยิ้มฟันเหลือง โบกมือมาแต่ไกล 
ผมจึงเดินเข้าไปทัก พร้อมกับถามว่า “ นาวัง ใช่มั้ย “ 
นาวังพยักหน้าหงึกๆ หงักๆ และ เดินไปเปิดประตูรถให้ผม แบบหงุกๆหงิกๆ (ภาษาไทยวิบัติละเมิง) 

ความน่ารักอย่างนึง ของคนขับรถที่นี่ คือจะมากันตรงเวลา ยิ่งกว่ารถไฟยุโรป ! 
เราทักทายกันพอหอมปากหอมคอ … ล้อรถก็หมุนตามจังหวะคันเร่งของนาวังออกตัวไปตามถนน 
นี่เป็นการเริ่มต้นอีกครั้ง กับ “ ความมหัศจรรย์ข้างหน้าต่าง “ ของผม …ความตื่นเต้นกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปซะแล้ว
และวันนี้จะเป็นการนั่งรถกันจนก้นแฉะ แต่ก็จะแวะกันตลอดทาง 

"สวัสดีหลอดไฟของโลก"

 

การได้นั่งมองวิวสวยๆ  และได้คิดอะไรไปเรื่อยๆ มันรู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูก 

 

บางครั้งถึงขั้นตรัสรู้ในบางเรื่องของตัวเอง … มันเหมือนได้เดินทางจากทั้งภายนอกกับภายใน  
และเข้าใจมันไปพร้อมๆกัน 

 

เราไม่รู้หรอก ว่าถนนมันจะไปสุดทางที่ตรงไหน … 
แต่อย่างน้อยแค่ได้โลดแล่นผ่านระหว่างทางต่างๆ นั่นก็ฟินสุดๆ 
ชีวิตเราก็เช่นกัน ไม่มีใครรู้หรอก เรื่องวันหน้า 
รู้แค่ว่า ขอคว้าความสุขที่อยู่ตรงหน้า มาให้มากที่สุดแบบไม่ต้องรอก็พอแล้ว 

 

จอดชมวิว ถ่ายรูปกันหน่อย ><  

 

โฉมหน้า เพื่อนคนที่สองของผม … นาวัง  ชายหนุ่มผู้ยิ้มแย้ม รักในเสียงดนตรี 
เพราะสักพักพี่เค้าขอเปิดเพลงกระหึ่ม ยังกับอยู่คอนเสิร์ต !  พูดอังกฤษได้ดี และมีไมตรีที่ดีให้กับผม

สิ่งหนึ่งที่จะซื้อใจกันได้คือการให้ 
ผมแบ่งขนมจากไทยให้นาวังกิน  เลี้ยงข้าวเที่ยงนาวัง และสิ่งที่นาวังตอบแทนคือการบริการด้วยใจ 
ผมรู้สึกเหมือนไปกับเพื่อนอีกครั้ง แต่เราเข้ากันได้ดีคุยกันเยอะกว่าจอห์นเล็กน้อย  
อาจเป็นเพราะ นาวังพูดอังกฤษได้คล่อง มีมุมมองชีวิตที่ดี อารมณ์ดี เราจึงเข้ากันได้ดี๊ดี  

 

ณ.ด่านตรวจ permit 
“ คุณไปต่อไม่ได้  เพราะคุณมาคนเดียว “ เสียงตำรวจหรือทหารก็ไม่แน่ใจ เดินมาพูดกับผมเป็นภาษาอิงลิช 
“ ชิพพพพหายแล้ว “ ผมเผลอพากษ์ไทยกลับไป 
เพราะในใบ permit มี 5 คน แต่นี่ผมมาคนเดียว แกจะ say no โหวตผมออกอย่างเดียว !
เหวอเลยครับ ใจหวิวมาก มาก็ไกลพอสมควร จะให้กลับไปแบบนี้  มันไม่ใช่นะ 
  
ที่เห็น 2 คนในรูปนั้น คือ นาวัง กำลังโทรให้ใครสักคนเคลียร์ปัญหาชีวิตให้กับผมอยู่  
และสุดท้าย นาวัง ทำได้ครับ นายด่านยอมปล่อยให้เราผ่านไปแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก ...โล่งงงงงง 

 

เดินเล่น เก็บภาพ แถวๆ ด่านตรวจกันหน่อย เริ่มด้วยชายหนุ่มผู้ยิ้มแย้มม   

 

ร้านค้าต่างๆ ตามหมู่บ้าน จะมีหน้าตาประมาณนี้ และขายสินค้าที่เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกันทุกร้าน  

 

เด็กน้อยจิ้มลิ้ม ที่เรียกอมยิ้มให้กับผมแต่เช้า 

 

สุนัขที่นี่ ส่วนมาก ขน มันจะดูมีเลเยอร์ ไม่เหมือนที่ไหนเลยครับ คงเพราะอากาศแห้งและหนาวละมั้ง 

 

จอดรถแพร้พ แวะตลอด 55  

 

นี่ครับ กลุ่มคนที่มีความสำคัญกับการเดินทางที่นี่มากๆ  ... ทีมงาน ซ่อม เสริม สร้าง เส้นทางต่างๆ ทั่วเมืองเลห์ 
ผมเคยพูดถึงคนกลุ่มนี้มาแล้วครั้งนึง ในตอนแรกนะครับ สามารถรีไวด์ไปดูได้ที่ปุ่มนี้เลย http://pantip.com/topic/33671255 

 

สะพานที่ข้ามไม่ได้ .... กับฉากหลังที่มองข้ามไม่ได้ ^^  

 

นั่งรถต่อกันมาสักพัก ก็มีอุปสรรคกันเล็กน้อย กับ หินถล่ม ทำให้เส้นทางที่จะไปนั้นปิด !! 
คือ จะไม่ให้กรูไปแบบเป็นสุขกันเลยใช่มั้ยครัส 555 
ทั้งรถตัก รถยก ลงแรงพร้อมใจกันเคลียร์ทาง โดยบริโภคเวลาไปทั้งสิ้น  1 ชม !! 
ผมนี่นั่งรอจนหลับ คอพับกันเลยทีเดียว moment นั้น แถมละมุนด้วยขี้ฝุ่นหลายตลบอีก

นาวังบอกว่าเหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นได้เสมอสำหรับการเดินทางในเมืองเลห์ครับ ต้องทำใจ 

 

หลังจากเคลียร์ทางเรียบร้อย และเราก็เสียเวลาไปไม่น้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อ
“ แวะตลอดทางเลยนะเมิง “  นาวังคงบ่นผมในใจ เช่นเดียวกับตาจอห์น  
แต่จะให้ทำไง ก็วิวมันโดนใจซะขนาดนี้ !  

 

เวลาประมาณ บ่าย เราก็มาถึงหมู่บ้าน Chumatang ซึ่งเป็นจุดที่เราจะแวะทานข้าวกัน  เป็นมื้อแรกของผม
นี่ครับ หน้าตาร้านอาหารที่นี่ สั่งหมี่ผัดเช่นเคย กับราคาที่คุ้นเคยเสมือนอยู่เมืองไทย 60 รูปี หรือประมาณ 30 บาทเท่านั้น
ปล.ลืมถ่ายรูปหมี่ผัดซะงั้น หิวจนหน้ามืด >< 

 

เมื่ออิ่มท้องกันแล้ว ก็ได้เวลาไปฟินกันต่อ วิวระหว่างทางน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ 
บางครั้ง รูปภาพก็เล่าเรื่องได้ดีกว่าตัวหนังสือ และบางครั้งก็แยกไม่ออกว่ามันเป็นยังงั้นจริงๆ หรือคนพิมพ์หมดมุข แฮร่ ;p

“ 5 เรื่องเล่า ...โดย 5 รูปภาพ “ ... ลองเล่าเรื่องต่อให้ผมที จากวิวระหว่างที่งดงามแบบนี้ 

 

 

 

 

 

“ ท่านี้ พี่ต้องการอะไรจากสังคมครับ ? “  

 

รถไต่ระดับความสูงขึ้นมาเรื่อยๆ  นาวังบอกว่า น่าจะประมาณ 4000 กว่าเมตรจากระดับน้ำทะเลแล้ว
ยิ่งสูง ยิ่งหนาว ยิ่งขาว ยิ่งสวย ^^   

 

ใกล้จะถึงที่หมายเข้าไปทุกที  และในทุกนาทีที่ผ่านมานั้น  มันจะเป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย 

 

ข้างหน้าต่าง ... ระหว่างทาง  บนความสวยงามที่ไม่มีวันเลือนราง  

 

ฟินนนนนเด้ ><  

 

Tsomoriri lake !
นี่คือจุดหมายปลายทางของวันนี้ครับ ทะเลสาบน้ำแข็ง บนความสูงที่ 4,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล  สวยลื้ม ! 
หากมาในช่วงหน้าร้อน ที่นี่จะเป็นทะเลสาบสีน้ำเงินสวยมากๆ เช่นกันครับ 
โดยผมจะพักที่หมู่บ้านติดกับทะเลสาบแห่งนี้ 1 คืน เรียกได้ว่าเอาให้ฟินกันไปข้างนึงเลย 

ตอนนี้ผมกำลังเดินบนทะเลสาบอยู่ ใครจะรู้ ว่าอินเดียก็มีทะเลสาบน้ำแข็ง วิวเทพๆกับเค้าเหมือนกัน 
อากาศขณะนั้น หนาวสุดขั้ว หนาวสุดๆ ลมก็ไม่รู้จะแรงไปไหน และตอนนั้น ตรงนั้น โลกทั้งใบเป็นของผม
มีผมอยู่คนเดียวบนพื้นทะเลสาบน้ำแข็งที่กว้างใหญ่ .... ไม่มีใครเลย มีแค่นาวังเท่านั้น 
ปล.ใครอยากเห็นวิวแบบเต็มๆละก็ ดูในคลิปได้เลย ^^ 

 


Recent Post

Copyright © 2019 All Rights Reserved. Designed By Golly-design