เที่ยวต่างประเทศ

รวมรีวิวและสถานที่เที่ยวรอบโลก

พาเที่ยว “ ศรีลังกา “

14 สิงหาคม 2019   5



แชร์ :

พาเที่ยว “ ศรีลังกา “ 

 

Fanpage : https://www.facebook.com/scratchdaworld/

Instagram : https://www.instagram.com/scratch.da.world/

 

ประเทศที่มีฉายาสุดคูลว่า Wonder of ASIA 
พร้อมแนะนำ 31 สถานที่ต้องห้ามพลาด!

ไปทำไม ? 
คำถามยอดฮิตติดปาก 
เมื่อเราอยากจะลากใครสักคนไปด้วยกัน
.

ชื่อของประเทศศรีลังกานั้น ทุกคนอาจจะคุ้นหูกันบ้าง
แต่หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว น่าจะมีหลายคนที่ไม่คุ้น
หรือแทบจะไม่รู้เลยว่าประเทศนี้มันมีที่เที่ยวอะไรบ้าง
ซึ่งในความไม่รู้ .. มันก็ยิ่งทำให้ดูน่าสนใจ
.

นิตยาสาร Lonely planet 
ได้ยกให้ศรีลังกาเป็นหนึ่งประเทศน่าเที่ยวประจำปี 2019!

ซึ่งประกอบไปด้วยสามเหตุผลน่าสนใจ 
1.) ความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม 
2.) ธรรมชาติอันงดงามและเข้าถึงได้ไม่ยาก 
และ 3.) ผู้คนประเทศนี้น่ารักมาก 
.

ความน่าสนใจของศรีลังกาคือความสวยแบบเรียบง่าย
ไม่มีอะไรมาปรุ่งแต่ง ดูรวมๆ แล้วมีสเน่ห์แบบไม่เหมือนใคร ซึ่งก็น่าจะถูกใจคนที่หลงใหลการเดินทางทุกคนแน่นอน 
.

เพราะมีทั้งเส้นทางรถไฟสายธรรมชาติอันโด่งดัง 
แถมยังเดินทางไปตามจุดต่างๆ โดยรถไฟได้ง่าย
สัมผัสกับมรดกโลกที่มีถึง 8 แห่ง 
มีชาดหาดสุดชิล และคาเฟ่ชิคๆ อยู่หลายที่
และมีดีกรีเป็นถึงแหล่งผลิตชาอันดับที่ 4 ของโลก
อาหารรสชาติดีทั้งคาวทั้งหวาน 
ขอวีซ่าง่าย ออนไลน์แปปเดียวรู้เรื่อง 
.

และทุกวันนี้ก็เดินทางก็ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก
เมื่อสายการบินหางแดง “ Air Asia “ 
ได้เปิดเส้นทางบินตรง “ ดอนเมือง - Colombo “
แถมยังบินถึงสัปดาห์ละ 4 วัน 
คือ Mon - Wed - Fri - Sun 
เรียกว่านั่งเครื่องใกล้ๆ ไม่ถึง 4 ชั่วโมงดี
ก็ได้มายืนขยี้ตา อยู่ในประเทศศรีลังกาเรียบร้อย
.

ส่วนมันมีอะไรน่าสนใจบ้าง .. ตามมาเลยครับ!

 

ประเทศ “ ศรีลังกา “ ก็ไม่ได้อยู่ไหนไกล หากเปิดแผนที่ดู จะรู้ว่ามันเป็นเกาะที่มีลักษณะคล้ายไข่มุข และนอนซุกตัวอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย

จริงๆ แล้วประเทศนี้การท่องเที่ยวเพิ่งจะมาพีค หลังจากสงครามกลางเมืองที่เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคน 2 เผ่าพันธุ์ คือทมิฬกับสิงหลได้ยุติลงในปี 2009 ผู้คนก็มาเที่ยวกันมากขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวของศรีลังกา ได้เพิ่มจาก 4.5 แสนคน ในปี 2009 มาเป็น 2.1 ล้านคนในปี 2017 และรัฐบาลศรีลังกาตั้งเป้าจะให้ถึง 4 ล้านคนในปี 2020

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศนี้น่าสนใจคือความหลากหลายที่มีทั้งธรรมชาติ ชายหาด ส่องสัตว์ เมืองเก่า มรดกโลก เรื่องราวและสถานที่อันสำคัญที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ความสวยงามแปลกตาของที่เที่ยว วิถีชีวิต ความชิล การคมนาคม ที่รวมๆ กันแล้วทำให้ผู้คนแห่กันมาเที่ยวมากขึ้นในทุกๆ ปีเลยครับ

 

 

Get to know “ ศรีลังกา “ ผมสรุปข้อมูลน่าสนใจให้เป็นข้อๆ สั้นๆ นะครับ 

- ประเทศศรีลังกาเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้ของอินเดีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของโลก
- เป็นแบบประเทศเขตร้อนชื้นอุณภูมิเฉลี่ย 27 องศา เซลเซียสตลอดปี
- ยอดเขาที่สูงที่สุดชื่อว่า “ ปิดูรูทาละกาลา “ สูง 2524 เมตร
- แม่น้ำที่ยาวที่สุดคือ “ มหาเวลิ “ Mahaweli ยาว 412 กิโลเมตร 
- ว่ากันว่าประชากรในประเทศนี้เรียนฟรีและรักษาพยาบาลฟรีด้วยนะ
- เมืองหลวงอย่างเป็นทางการคือ “ ศรีจายะวาเดเนปุระ “ Sri Jayawardenepura ส่วนโคลัมโบเป็นเมืองหลวงทางการเมืองการเศรษฐกิจ และสังคม มีประชากรราว 3 ล้านคน
- ภาษาที่ใช้พูดกันคือ สิงหล ทมิฬ และ อังกฤษ 
- การส่ายหน้า หมายถึง ใช่ หรือ ตกลงนะจ้ะนายจ๋า 
- ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐภายใต้ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและหัวหน้าฝ่ายบริหาร
- คนที่นี่นับถือศาสนาพุทธ 69 เปอร์เซ็นต์ ฮินดู 15 เปอร์เซ็นต์ คริสต์ 8 เปอร์เซ็นต์ อิสลาม 8 เปอร์เซ็นต์ 
- รายได้หลักของประเทศมาจากการเกษตรคือ ชาซีลอน ข้าว ยางพารา มะพร้าว ไข่มุก เครื่องเทศ เช่น อบเชย และอัญมณีคือ ไพลิน 
- ค่าเงินใช้ ศรีลังการูปี ( 100 รูปีเท่ากับ 19 - 21 บาท ) // ควรแลกเงินดอลล่าไปก่อน แล้วไปแลกเป็นรูปีที่สนามบิน
- เวลาที่ศรีลังกา จะช้ากว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง 30 นาที 
- เวลาทำงาน ราชการ 08.30 – 16.30 น. ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 10.00 – 18.00 น. ในวันจันทร์ถึงเสาร์ วันอาทิตย์เปิดถึง 14.00 น. 
- ไฟฟ้า ระบบ 220-240 โวลต์ 50 ไซเคิล ปลั๊กไฟเป็นแบบขากลม 3 ขา ควรมี Adapter ติดตัวไปด้วย
- วัดต่างๆ ห้ามใส่ขาสั้นทั้งหญิงและชายครับ

 

1. ตั๋วเครื่องบิน : AirAsia บินตรงดินเมือง - กรุง Colombo ประเทศศรีลังกา 
2. ขอวีซ่าออนไลน์ได้ง่ายๆ >> https://shipy-ship.com/2016/08/02/sri-lanka-online-visa/ 

3. การเดินทางท่องเที่ยว 

3.1 เดินทางระหว่างเมืองมีสามแบบ คือ 1. เหมารถแทกซี่ไป 2.นั่งรถไฟ 3. นั่งรถบัส ( เช็ครอบรถไฟ >https://www.seat61.com/SriLanka.htm ) 

3.2 เดินทางท่องเที่ยวในเมืองก็มีสามแบบ .. เหมารถแทกซี่ ตุ๊กตุ๊กมีมิเตอร์ และเดินเท้าในเมืองเล็กๆ ได้ ราคาแล้วแต่ต่อรอง ( แนะนำว่าให้โรงแรมหาให้ ถึงจะแพง แต่ก็ชัวร์แบบไม่เสียแรง )

4. แลกเงิน USD ไปก่อน แล้วไปแลกรูปีที่สนามบินครับ หรือกด ATM 

5. Sim card นี่สะดวกมาก สามารถซื้อซิมจากไทยไปใช้ได้เลย ใช้ Local sim ก็ได้เช่นกัน

6. แพลนการเดินทางให้ดีครับ คุณจะนั่งรถไฟก็ได้ จะเหมารถก็สบาย ดูความเหมาะสมตามสไตล์กันไปส่วนแพลนที่ผมใช้ ก็ลองไล่อ่านเรียงลำดับตามในรีวิวได้เลย 

 

ศรีลังกาเป็นอีกประเทศที่น่าเที่ยวประจำปี 2019 ... ใครยังไม่เคยไป ลองไปดูนะครับ ส่วนถ้าใครยังนึกไม่ออกว่ามีอะไร ไปทำไม ก็คลิกตามมาอ่านต่อ แล้วรอมือลั่นจองตั๋วได้เลย  

 

Air Asia .. บินตรงดอนเมือง - กรุง Colombo ประเทศศรีลังกา 

บินถึงสัปดาห์ละ 4 วัน 
คือ Mon - Wed - Fri - Sun 
เวลาตามในรูปได้เลยครับ ^^ 
.

วันแรกนี่บินมาถึงศรีลังการาวๆ 23.20 ซึ่งไม่กิจกรรมไหนดีไปกว่าการเข้าโรงแรมแล้วนอน ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่าสนามบินหลักไม่ได้อยู่ที่ Colombo นะ มันอยู่ที่เมือง Negombo ซึ่งผมไปนอนในโรงแรมที่เมืองนี้ ชื่อโรงแรม Airport Kings Gate Transit Hotel สนนราคาราว 1000 บาท รวมอาหารเช้าแบบเรียบง่าย .. 

 

“ สู่เมือง Galle “ 

ตื่นเช้ามาอีกวัน ก็เหมารถยิงยาวยังเมือง Galle เมืองแห่งป้อมปราการริมทะเลมรดกโลกสุดชิล ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนาน จนไปเข้าตา UNESCO นั่นเองครับ 

เมือง Galle เป็นเมืองริมมหาสมุทรอินเดีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของในประเทศศรีลังกา และห่างจากเมือง Colombo แค่ประมาณ 120 กิโลเมตรเท่านั้นครับ โดยเมืองนี้มีสเน่ห์และมีความหลากหลาย ทั้งจุดท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารนานาชาติ ร้านคาเฟ่เก๋ๆ ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนสไตล์ดัตช์สวยๆ ไปจนถึง Galle Fort ป้อมปราการโบราณที่อันแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์ กับกลิ่นอายของยุคอาณานิคมในอดีต เพราะเคยถูกปกครองโดยชาติตะวันตกมายาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งจุดท่องเที่ยวหลักๆ จะอยู่ใน Galle Fort ครับ 

ภาพนี้เอาโดรนบินเก็บบรรยากาศมาฝาก 

 

1. เดินทอดน่องมองเมือง Galle 

เมือง Galle เป็นเมืองที่มีขนาดเล็ก เดินแปปปเดียวก็ทั่วแล้วครับ ดังนั้นมันจึงมีความเพลินเวลาเดินชิลๆ ดูบ้านเมือง ดุผู้คน แวะร้านนู้น ออกร้านนี้ สบายๆ เลยครับ 

 

2. ชมหอนาฬิกาประจำเมือง และเดินบนกำแพงป้อมปราการ 

จากนั้นแนะนำว่าควรมาเดินเล่นบนกำแพงป้อมปราการ โดยบนกำแพงจะสามารถมองเห็นวิวทะเล และตัวเมืองได้ มีแลนด์มาร์คหลักคือ Galle clock tower หอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้า สร้างในปี 1883 โดยเงินบริจาคค่าสมาชิกองค์การสาธารณะของชาวเมือง เพื่อเป็นการขอบคุณ ดร. พี. ดี. แอนโทนิสซ์ ส่วนตัวนาฬิกาได้รับจากผู้ป่วย ซื่อ Mudaliyar Samson De Abrew Rajapakse 

 

3. ปล่อยชิลริมทะเล อยากเอาเท้าแตะน้ำ ก็ลงมาเดินย่ำริมชายหาดดูสิ! 

 

4. จุดชมวิวป้อมประภาคารประจำเมืองต้องห้ามพลาด

คุณจะพลาดที่ไหนในเมือง Galle ก็ได้ แต่จะพลาดที่นี่ไม่ได้! “ ประภาคาร Galle lighthouse “ ประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดในศรีลังกา มีอายุย้อนไปถึง 168 ปีนู้น สร้างในปี 1848 โดยอังกฤษ และจุดชมวิวตรงนี้ชื่อว่า The Flag rock bastion เสิช Google map เจอเลย มุมบังคับเลยครับจุดนี้  

 

5. แวะร้าน Cafe ร้านอาหารแนวๆ ในเมือง Galle 

เมืองนี้มาร้านอาหาร และ Cafe สวยๆ ชิคๆ หลายร้าน ก่อนมาก็ไม่คิดว่าจะมีร้านดีๆ เยอะขนาดนี้ ลองเดินเลือกดูได้เลย เช่น “ The heritage cafe ที่ไปลองมา แนะนำครับ บรรยากาศแนว อาหารอร่อย! หรือที่ Punto Cafe , Pedlar’s inn cafe เป็นต้น 

 

6. เยือนโบราณสถานสำคัญประจำเมือง

ด้วยความที่เป็นเมืองที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์มายาวนาน ดังนั้นมันจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลายจุดครับ ผมมีลิสต์รายชื่อมาฝาก 

Gallery National museum - Dutch Reformed Church - All Saints' Church - Galle Fort Ambalama - Dutch Hospital Shopping Precinct - Historical Mansion Museum - Sri Sudharmalaya Buddhist Temple ( สถานทีในภาพ ) 

จากนั้นอีกวันก็เหมารถยาว โดยมีเป้าหมายปลายทางคือเที่ยว Yala national park แบบชะโงก แล้วลากยาวไปเมือง Ella ปลายทางของวัน ซึ่งระหว่างทางจะแวะจุดน่าสนใจหลายจุดครับ เริ่ม! 

 

7. “ Stilt fishing วิถีชีวิต “ เลี้ยงชีพ “ 

ออกจากเมือง Galle แต่เช้า และจุดแรกที่แวะคือที่นี่ .... Stilt fishing ที่ชายหาดเมือง Unawatuna 

นี่คือการตกปลาฉบับดั้งเดิมของศรีลังกาที่ใครมาก็ต้องแวะมามาชมมาถ่ายภาพกันทั้งนั้น ซึ่งการตกปลาแบบนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นการตกปลาสุดแนวบนไม้เสาเดียว เและป็นวิธีการตกปลาที่มีเฉพาะศรีลังกาเท่านั้นตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางใต้ของประเทศ โดยชาวประมงจะนั่งบนไม้พาด ที่เรียกว่า petta ผูกยึดติดกับเสาไม้ที่ปักอย่างแน่นหนาลงบนพื้นทะเลด้านล่าง ห่างจากฝั่ง 2-3 เมตร เมื่อกระแสน้ำและปลาไหลมาในทิศทางที่ถูกต้อง ชาวประมงจะเกี่ยวแขนกับเสา และเหวี่ยงเบ็ดออกไปรอจังหวะจนปลาว่ายเข้ามา ว่ากันว่าเค้าจะตกกันในช่วงเช้า เที่ยงและเย็นตามชายหาดทางใต้จากเมือง Unawatuna และ Weligama

แต่เดี๋ยวก่อน .. ทุกวันนี้เค้าไม่ได้ตกปลากันจริงๆ ทั้งหมดนะ แต่มันเป็นอาชีพที่เอาไว้แสดงวิถีชีวิตแทนไปแล้วครับ คือการจะให้เค้าตกปลาให้ดู จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราวๆ คนละหนึ่งถึงสองร้อยบาทไรงี้ บางทีถ้ามาช่วงเค้าตกกันอยู่ก็ได้ดูฟรีกันไป 

 

8. Sea ~ Sand ~ Sun ~ Surf ที่ Mirissa beach 

ศรีลังกาคือมีชายหาดเยอะอยู่เหมือนกัน หนึ่งในหาดที่ดัง ที่ชิล ที่คนนิยมมาทำกิจกรรมอย่างนอนอาบแดด ล่องเรือดูวาฬ เล่นเซิฟ ก็คือหาดแถวๆ Mirissa beach - Matara - Weligmama 

 

9. ทางผ่านที่ Parevi Duwa

หากเราขับรถเลียบชายฝั่งทะเลไปทางใต้ ผ่านหาดต่างๆ และถ้าผ่านมาทางเมือง Matara ก็อย่าลืมแวะมาที่ Parevi Duwa นะครับ วัดเล็กๆ บนเกาะกลางน้ำที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานสุดแปลกตา 

 

10. สัมผัสกับหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่สำคัญที่สุด “ Yala national park “ 

เอาล่ะ แวะวนมาเรื่อยๆ ก็มาถึงอีกสถานที่น่าสนใจ นั่นก็คือ “ Yala national park “ โดยการจะเที่ยวที่นี่คือต้องติดต่อรถจี๊บนะครับ ค่าเสียหายราวๆ พันกว่าบาทหรือแล้วแต่ตกลง ซึ่งควรให้ทาง รร หรือคนขับติดต่อไว้ให้ก่อน โดยรถเราจะมาจอดในจุดนัดพบ แล้วเปลี่ยนเป็นรถจี้บเพื่อเข้าไปยังอุทยาน

Yala National park ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของศรีลังกา จัดเป็นอุทยานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ด้วยเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร คือกว้างมาก มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สัตว์ก็หลากหลายสายพันธ์อยู่รวมกันในนี้ ส่วนมากเค้าก็มาส่องสัตว์กันทั้งหมี เสือดาว ช้าง กวาง ค่าง นกยูง จระเข้ นกต่างๆ และอีกมากมาย ใครมีเวลา ก็จะแวะค้างคืนในรีสอร์ทสไตล์ Safari หรือนอนเต้นกันในพื้นที่อุทยาน

 

11. ตามล่าหาเสือดาว 

รู้หรือไม่ ... ประเทศศรีลังกาเป็นประเทศที่มีประชากรเสือดาว หรือ Leopard เยอะที่สุดในโลก และคุณสามารถมาชมเจ้าเสือดาวเหล่านี้ได้ที่ Yala national park 

 

12. เมืองในอ้อมกอดของขุนเขา “ Ella “ 

จากทางใต้ผมก็วกขึ้นมาตอนกลาง และในที่สุดผมก็มาถึงเมือง Ella เมื่อคืน .. ภาพนี้คือนอนตื่นขึ้นมาในอีกวัน 

โดยเมือง Ella แห่งนี้ เป็นเมืองขนาดจิ๋วที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา และไร่ชา นักท่องเที่ยวเยอะมาก จุดศูนย์กลางของเมืองคือมีทั้งร้านอาหารและที่พัก คนส่วนใหญ่จะมาค้างกันเพื่อทำกิจกรรมและไปเดิน Trail ต่างๆ ที่มีมากมายในเมือง อีกทั้งมันยังเป็นจุดสตาร์ทของเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศศรีลังกาอีกด้วย 

 

13. นั่งตุ้กๆ เที่ยวรอบๆ Ella 

แน่นอนครับ .. พาหนะที่สะดวกที่สุดหลายๆ ครั้งก็คือ “ ตุ๊กๆ 

 

14. สะพานสุดคลาสสิกที่ Nine Arch bridge 

ถ้ามาเมือง Ella ก็แวะมาชมสะพานรถไฟ Nine Arch bridge ด้วยนะครับ คลาสสิกทีเดียว ซึ่งจะอยู่ระหว่างสถานีรถไฟ Ella และ Demodara โดยคุณจะไปเดินบนสะพานก็ได้ จะไปจุดชมวิวด้านล่างก้ได้เช่นกัน ภาพนี้ผมใช้โดรนถ่ายนะครับ 

 

15. ไม่มีเวลาเดิน .. แต่มีเวลา “ โดรน “ ที่ Little Adam peak 

อีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดิน Trail ก็คือการ Trek ไปยังยอด Little Adam peak ที่เค้าเรียกแบบนี้เพราะลักษณะเขาคล้าย Adam's Peak อันโด่งดังของประเทศ แต่อันนี้จะเตี้ยกว่า ปีนง่ายกว่า ... จุดชมวิวก็ตรงที่คนเยอะๆ ในภาพลองซูมดูนะ ส่วนผมทำได้แค่เอาโดรนบินเช่นเคย เวลาน้อยและขี้เกียจ 555 

 

16. ฟินไปกับเส้นทางรถไฟสุดคลาสสิกประจำประเทศศรีลังกา 

หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุดคือการนั่งรถไฟจาก Ella ไปยังเมือง Kandy ซึ่งจะใช้เวลาแบบเต็มๆ ประมาณ 7 ชั่วโมง ผ่านธรรมชาติสีเขียว และแนวไร่ชาไปตามแนวเขา แต่ผมไม่ได้นั่งไปถึง Kandy นะ นั่งไปลงที่เมือง Nuwara Eliya เพราะต้องแวะเที่ยวที่นั่นก่อน บรรยากาศคือธรรมชาติแนวเขา และไรชาสลับกันไปมาตลอดทาง คลาสสิกอยู่เหมือนกัน 

รถไฟจะมีชั้นสองกับชั้นสาม ซึ่งชั้นสองจะเป็น Reserve seat กับชั้นสามคือ Free seat นั่งไหนก็ได้ ซึ่งประเทศนี้จะไม่มีระบบจองออนไลน์โดยตรง คุณต้องจองผ่าน Agent เท่านั้น ซึ่งเจ้าหลักๆ ที่ฝรั่งเค้าแนะนำกันก็คือ visitsrilankatours.co.uk/train-tickets-1.html แต่ถ้าจะขึ้นชั้นสาม ก็ไปซื้อหน้างานแล้ววิ่งสี่คูณร้อยไปจองที่นั่งได้เลย 


Copyright © 2019 All Rights Reserved. Designed By Golly-design